motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
Kia Picanto K1
 
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Tuesday, 30 April, 2013 1:19 PM
800x
 
Kia Picanto K1
อีกทางเลือกของซิตี้คาร์
 
baในกลุ่มรถยนต์นั่งขนาดเล็ก นอกจากแบรนด์ญี่ปุ่นที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีอยู่แล้ว ยังมี เกีย พิแคนโต้ ซิตี้คาร์จากเกาหลีใต้เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ แม้ยอดจำหน่ายจะไม่หวือหวา แต่ก็ไปได้ดีพอสมควรนับตั้งแต่เปิดตัว ล่าสุดทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสได้ทดลองขับรุ่น EX เกียร์อัตโนมัติ ลองดูว่ารถไซส์นี้จะให้ความสะดวกสบายได้แค่ไหน อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเป็นอย่างไร ระบบกันสะเทือนไว้ใจได้แค่ไหนถ้าขับเร็วๆ
 
Kia Picanto K1
 
รูปลักษณ์สปอร์ตแฮทช์แบ็ค
baแม้จะมีมิติตัวถังเป็นข้อจำกัดในการดีไซน์ แต่ เกีย ก็สามารถออกแบบให้ พิแคนโต้ ออกมาดูดีได้ ตัวถังทรงแคบๆ ตั้งๆ ดูกลมกลืนสมส่วน มีทั้งเหลี่ยมสันและความโค้งมน ให้มุมมองที่เป็นสปอร์ตแต่ดูน่ารักด้วยตัวถังขนาดเล็ก กันชนหน้าขนาดใหญ่เป็นชิ้นเดียวกับกระจัง โคมไฟหน้ารวมทุกสัญญาณไฟไว้ด้วยกัน แทรกกลางด้วยช่องรับอากาศตกแต่งขอบด้วยโครเมียม พื้นกระจังลาย 5 เหลี่ยม เน้นความสปอร์ตเช่นเดียวกับช่องรับอากาศด้านล่างของกันชน

baตัวถังด้านข้างมีเส้นเฉียงไล่สูงขึ้นจากด้านหน้าสู่ด้านหลัง พาดผ่านที่เปิดประตูทรงหัวลูกศร ติดตั้งสเกิร์ตข้างมาให้พร้อม ล้อแม็กลายดาว 5 ก้าน ยางขนาด 165/65 R14 ด้านท้ายสะดุดตากับชุดไฟท้ายทรงบูมเมอแรงรับกับเหลี่ยมสันบนตัวถัง ส่วนไฟถอยหลังแยกไปติดตั้งที่มุมกันชนด้านล่าง ฝากระโปรงท้ายบานเดี่ยวเปิดขึ้นด้านบนด้วยสวิตช์ไฟฟ้า กระจกบานหลังมีไล่ฝ้าและที่ปัดน้ำฝนพร้อมที่ฉีดน้ำ สปอยเลอร์เหนือกระจกบานท้ายมีไฟเบรกดวงที่ 3

baมิติตัวถังเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ขนาดเดียวกัน พบว่าสูสีในเกือบทุกมิติ
 
รุ่น ยาว (มม.) กว้าง (มม.) สูง (มม.) ระยะฐานล้อ (มม.) ความกว้างช่วงล้อหน้า / หลัง (มม.)
Kia Picanto K1 3,595 1,595 1,480 2,385 1,415 / 1,418
Honda Brio 3,610 1,680 1,485 2,345 1,480 / 1,465
Mitsubishi Mirage 3,710 1,665 1,490 2,450 1,430 / 1,415
 
Kia Picanto K1
 
มีเท่าที่ใช้ ให้เท่าที่จำเป็น
baเนื่องจากเป็นซิตี้คาร์ ราคาประหยัด อุปกรณ์มาตรฐานจึงไม่เพียบท่วมคัน อยู่ในระดับเพียงพอต่อการใช้งาน และยังรู้สึกว่าขาดไปเล็กน้อยในบางจุด เช่น กุญแจไม่มีรีโมทคอนโทรล และไม่มีแอร์แบ็ก อุปกรณ์อื่นก็ให้มาครบทั้ง เซ็นทรัลล็อก, กระจกไฟฟ้า 4 บาน, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับสูง-ต่ำ, เครื่องเสียงแบบ 1 DIN ไม่ใช่ Built-in และจอแสดงข้อมูลการขับ พร้อมโหมด ECO เปิด-ปิดได้ ระบบความปลอดภัยมีเพียงเข็มขัดนิรภัย 5 ตำแหน่ง

baถูกใจผมเป็นพิเศษกับภายในสีดำล้วน แซมด้วยเมทัลลิกที่คอนโซลกลางและพวงมาลัย วัสดุโดยรวมเป็นพลาสติกแข็งปั๊มลาย การประกอบค่อนข้างเนี๊ยบและดูไม่ป๊อกแป๊ก พวงมาลัย 2 ก้านหุ้มยูรีเธน มีร่องสำหรับล็อกนิ้วและที่วางนิ้วโป้ง ด้านล่างของพวงมาลัยตกแต่งด้วยเมทัลลิกทรงคล้ายกระจังหน้า ก้านบนคอพวงมาลัยสไตล์รถญี่ปุ่น ฝั่งขวาควบคุมไฟหน้าและไฟเลี้ยว ส่วนฝั่งซ้ายสำหรับที่ปัดน้ำฝนหน้า-หลัง ซึ่งที่ปัดน้ำฝนหน้าสามารถตั้งหน่วงเวลาได้

baชุดมาตรวัดแบบเข็มออกแบบเรียบๆ ฝั่งขวาวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงในถังซึ่งมีความจุ 35 ลิตร จึงไม่ต้องตกใจถ้าเห็นว่าเข็มตกอย่างรวดเร็วเพราะถังไม่ใหญ่ ฝั่งซ้ายเป็นมาตรวัดรอบ เริ่มขีดแดงที่ 6,500 รอบฯ ตรงกลางเป็นมาตรวัดความเร็ว มีจอดิจิตอลแสดงข้อมูลการขับเช่น อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยและ Real-Time, ระยะทางที่ขับได้ด้วยน้ำมันที่มีอยู่ เวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน การเข้าไปเปิด-ปิด ECO โหมด และระยะทางย่อย 2 ชุด ควบคุมด้วยปุ่มบนชุดมาตรวัด ใช้การกดสั้นๆ เพื่อเลือกดูข้อมูลและกดแช่เมื่อต้องการรีเซ็ต
 
Kia Picanto K1
 
baคอนโซลกลางด้านบนเป็นสวิตช์ไฟฉุกเฉิน ถัดลงมาเป็นเครื่องเสียงแบบ 1 DIN และมีช่องว่างด้านล่างขนาด 1 DIN ต่อเนื่องด้วยสวิตช์ควบคุมแอร์แบบหมุนที่ออกแบบได้ดี หน้าคอนโซลเกียร์มีช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลล์ ที่วางแก้วน้ำแบบพับเก็บได้ คอนโซลเกียร์หน้าตาเรียบๆ และไม่มีที่เท้าแขนตรงกลาง แผงประตูฝั่งผู้ขับมีสวิตช์กระจกไฟฟ้าพร้อมปุ่มล็อกกระจก, สวิตช์ปรับกระจกมองข้าง และสวิตช์ล็อกประตู ด้านล่างมีที่วางขวดน้ำและช่องใส่ของ

baผมสูง 170 เซนติเมตร รู้สึกว่าเบาะคู่หน้านั่งสบายพอควร ตัวเบาะรองขาได้พอดี ไม่สั้นจนเกินไปและโอบกระชับร่างกายได้อย่างพอเหมาะ ลองปรับเบาะผู้ขับให้ถูกต้องแล้วย้ายไปนั่งเบาะหลังฝั่งผู้ขับ พบว่ามีพื้นที่ว่างเกินคาด โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะและด้านข้าง มีช่องว่างระหว่างเพดานกับเสาหลังประมาณ 2 นิ้ว ที่วางเท้าซุกไปใต้เบาะหน้าได้ หัวเข่าเหลือระยะจากหลังเบาะหน้าประมาณ 3 นิ้ว พนักพิงปรับความเอนมาพอเหมาะ เสียอย่างเดียวหมอนรองศีรษะปรับสูง-ต่ำไม่ได้ เวลาพิงจึงไม่มีอะไรรองรับร่างกายส่วนบนและศีรษะ มีเข็มขัดนิรภัยมาให้ครบทั้ง 3 ตำแหน่ง

baที่เก็บของด้านหลังค่อนข้างแคบ ตามสเปกระบุว่ามีความจุ 200 ลิตร เพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ด้วยการกระดกเบาะหลังมาแนบกับด้านหลังของพนักพิงเบาะหน้า แล้วพับพนักพิงเบาะหลังลง ซึ่งสามารถแยกพับได้ 60:40 ก็จะได้พื้นที่ราบเรียบและกว้างพอสมควร สเปกระบุว่ามีความจุ 870 ลิตร ในการขับใช้งานทั่วไปการเก็บเสียงโดยรวมถือว่าทำได้ดี ทั้งในส่วนของเสียงเครื่องยนต์และเสียงจากพื้นถนน ส่วนที่ความเร็วสูงจัดจะมีเสียงลมปะทะค่อนข้างชัด
 
Kia Picanto K1
 
เร่งดีเกินคาดประหยัดพอตัว
baเครื่องยนต์แม้จะเป็นบล็อกเล็กความจุ 1,248 ซีซี แต่ก็จัดเต็มโดยเป็นแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว มีกำลังสูงสุด 87 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 12.2 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับ E20 หรือน้ำมันเบนซินออกเทน 91 เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ทั้งแรงม้าและแรงบิดสูงสุดอยู่ในรอบค่อนข้างสูง ถ้าจะให้รถกระฉับกระเฉงก็ต้องลากรอบสูงๆ ส่วนในรอบต่ำก็ไม่ถึงกับอืด เพราะได้อัตราทดเกียร์มาช่วย

baเริ่มทดสอบอัตราสิ้นเปลืองตั้งแต่รับรถที่ศูนย์ฯ แถวร่มเกล้า ออกเดินทางจากศูนย์ฯ กลับบ้านประมาณ 4 โมงเย็น ช่วงแรกรถติดเพราะเพิ่งมีอุบัติเหตุ จากนั้นโล่งได้พักหนึ่งก็มาติดอีกครั้งบนทางด่วน ต่อเนื่องจนถึงทางลงแถวเมืองนนท์ ถึงบ้านด้วยอัตราสิ้นเปลือง 7.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 12.8 กิโลเมตรต่อลิตร ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 1.20 ชั่วโมง ความเร็วเฉลี่ยประมาณ 26 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baเดินทางไกลด้วยความเร็ว 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้รอบค่อนข้างสูง ประมาณ 3,000 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 5.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 17.2 กิโลเมตรต่อลิตร ถ้าจะให้ประหยัดมากกว่านี้ต้องลดความเร็วลงเหลือประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วนิ่งๆ ขับต่อเนื่องมีแนวโน้มว่าจะได้ 20 กิโลเมตรต่อลิตร

baรถรุ่นนี้มีไฟ ECO สว่างขึ้นเมื่อขับอยู่ในช่วงที่เครื่องยนต์ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด จากการทดลองขับ ไฟนี้จะสว่างขึ้นเมื่อคันเร่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ใช่รอบเครื่องยนต์ เพราะในช่วงไต่ความเร็ว กดคันเร่งลึกๆ เข็มวัดรอบผ่าน 2,000 รอบต่อนาที ไฟ ECO ก็ไม่สว่าง แต่ในช่วงขับทดสอบอัตราสิ้นเปลือง เลี้ยงคันเร่งไว้แผ่วๆ ที่ 3,000 รอบต่อนาที ไฟ ECO ก็ยังสว่างอยู่ และจะสว่างไปถึงประมาณ 3,500 รอบต่อนาที ส่วนความเร็วและรอบเครื่องยนต์ที่เกียร์ 4 ได้ตัวเลขดังนี้
 
• 80/2,100
• 90/2,500
• 100/2,750
• 110/3,000
  • 120/3,250
• 130/3,500
• 140/3,750
• 150/4,000
 
Kia Picanto K1
 
baระหว่างทดสอบอัตราสิ้นเปลือง ได้ติดตั้งเครื่องวัดอัตราเร่งซึ่งรับสัญญาณจากดาวเทียม และจีพีเอสอีก 1 ตัว เมื่อรักษาความเร็วของรถไว้ที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามมาตรวัด ความเร็วบนเครื่องมือทั้ง 2 ตัวจะแสดงที่ 95 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แสดงว่าที่ความเร็วนี้ 'ไมล์อ่อน' ประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์

baช่วงทดสอบอัตราเร่งทำเหมือนเดิมคือ ใช้เท้าขวาเหยียบเบรกและยกมากดคันเร่งสุดค้างไว้ พบว่าช่วงแรกที่กดคันเร่ง รอบตวัดขึ้นไปถึง 2,500 รอบต่อนาที เข็มวัดความเร็วจึงเริ่มขยับและกวาดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเกียร์ 2 และ 3 จะเปลี่ยนที่ 6,000 รอบต่อนาที และตกมาที่ 4,000 รอบต่อนาที ก่อนจะไล่ขึ้นไปใหม่ เปลี่ยนลงเกียร์ 4 ที่ความเร็วประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบตกมาที่ 4,500 รอบต่อนาที ไล่ขึ้นไปได้ถึง 5,000 รอบต่อนาทีก็สุดคันเร่ง ความเร็วสูงสุดบนมาตรวัด 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนความเร็วสูงสุดบนเครื่องมือแจ้งไว้ที่ 167.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baอัตราเร่งถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ โดยเฉพาะเมื่อข้ามรุ่นไปเปรียบเทียบกับ ฟอร์ด เฟียสต้า 1,400 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ (ตัวเลขชุดหลัง) ที่เคยทดสอบไปแล้ว พบว่าสูสีกันมาก ตัวเลขที่ได้เป็นการวัดอัตราเร่งต่างวัน เวลา และต่างสภาพแวดล้อม ซึ่งมีผลต่อผลลัพธ์ที่ได้อยู่บ้าง
 
อัตราเร่ง เกีย พิแคนโต้ เกียร์อัตโนมัติ / ฟอร์ด เฟียสต้า 1.4 เกียร์อัตโนมัติ
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 0.74 / 0.56 0.98 / 0.95
20 1.46 / 1.62 4.01 / 5.45
30 2.31 / 2.80 9.94 / 13.68
40 3.18 / 3.93 18.34 / 24.70
50 4.29 / 5.13 32.48 / 39.78
60 5.68 / 6.56 53.63 / 61.75
70 7.12 / 8.55 79.74 / 97.66
80 8.73 / 10.54 113.32 / 139.14
90 10.75 / 12.66 161.11 / 189.19
100 13.85 / 15.15 243.30 / 255.18
110 16.24 / 18.25 313.33 / 345.68
120 19.55 / 21.98 419.16 / 464.80
130 23.21 / 26.42 546.31 / 619.27
140 27.90 / 31.57 722.47 / 812.57
150 38.21 / 37.59 1139.43 / 1054.96
160 50.80 / 47.79 1682.99 / 1495.78
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 08.1 / 08.7 76.2 / 70.6
0-200 12.3 / 13.1 95.9 / 91.8
0-402 19.0 / 20.0 118.5 / 115.0
0-1000 34.8 /36.3 147.5 / 147.9
 
ความเร็วสูงสุด 167.8 / 163.2 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
Kia Picanto K1
 
ช่วงล่างเน้นนุ่มนวล
baพิแคนโต้ ใช้ระบบกันสะเทือนตามมาตรฐานรถเล็ก ด้านหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังคานบิดทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง ปรับตั้งมาให้เหมาะกับการใช้งานในเมือด้วยการเน้นความนุ่มนวลเป็นหลัก โดยเฉพาะช๊อคฯ ที่ดูจะนิ่มไปนิด บางจังหวะที่เจอกับเนินสะดุดจะมีเสียงดังจากการยุบตัวสุดจนเกิดอาการยัน

baส่วนที่ความเร็วปานกลาง-สูง นับว่าทำได้ดีจากเงื่อนไขที่มีเช่น ความกว้างล้อหน้า/หลังที่ค่อนข้างแคบ ฐานล้อสั้น และตัวรถที่มีความกว้างและความสูงเกือบเท่ากัน การทรงตัวขณะวัดอัตราเร่งอยู่ในระดับที่ไว้ใจได้เมื่อขับบนทางเรียบตรง ไม่มีอาการวูบวาบหวาดเสียวแม้จะขับผ่านคอสะพานที่ค่อนข้างดุ แต่ก็ยังไม่ไว้ใจจึงกดเบรกหนักๆ ลดความเร็วไว้ล่วงหน้าแล้ว

baพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าเบาแรงที่ความเร็วต่ำ และหนืดตึงมือมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง ลองเปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็วค่อนข้างสูง พบว่าน้ำหนักพวงมาลัยที่พอเหมาะทำให้ควบคุมรถได้ง่าย ส่วนอาการเอียงก็มีให้สัมผัสบ้าง ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัมไม่มีเอบีเอส ลองเบรกหนักๆ จากความเร็ว 80-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยางหน้าแคบ 165 มิลลิเมตร แม้ไม่มีเอบีเอสก็ยังไม่ล็อกหรือส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด แรงในการเบรกนับว่าเหลือเฟือเมื่อเปรียบเทียบกับกำลังของรถ

baเกีย พิแคนโต้ K1 เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในกลุ่มซิตี้คาร์ เด่นเรื่องการออกแบบภายนอก ภายในห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพดี ประกอบเนี๊ยบ และกว้างขวางกว่าที่คิด เครื่องยนต์แรงพอตัวและประหยัดถ้าใช้ความเร็วไม่สูง รองรับ E20 ที่จะช่วยลดค่าเชื้อเพลิงต่อกิโลเมตรได้อีกเล็กน้อย นอกจากการรับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตรแล้ว

baถ้าเกียสามารถสร้างความมั่นใจในด้านบริการหลังการขายและอะไหล่ให้ผู้บริโภคได้มากกว่านี้ เชื่อว่าจะได้เห็นรถเกียมากกว่านี้อย่างแน่นอน •

ขอบคุณ: บริษัท ยนตรกิจ เกียมอเตอร์ จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
 
 
 
m2 KIA PICANTO K1  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
800x
Specification: Kia Picanto K1 AT
 
แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ค 5 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 3,595 x 1,595 x 1,480 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,385 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,415/1,418 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 152 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 850 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
ความจุ 1,248 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 71.0 x 78.8 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 10.3:1
กำลังสูงสุด 87 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 12.2 กก.-ม. ที่ 4,000 รอบต่อนาที
ถังน้ำมันจุ 35 ลิตร
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 4 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า MDPS
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน / ดรัม
ผู้จำหน่าย บริษัท ยนตรกิจ เกียมอเตอร์ จำกัด
โทรศัพท์ 0-2247-5555 (ศูนย์เทียมร่วมมิตร)
เวบไซต์ www.kia.co.th
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT KIA : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• NEW CAR - TH : Kia Rio เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยรุ่นตัวถังซีดาน ราคาจำหน่ายเปิดออกมาที่ 758,000 บาท
• NEW COMER : Kia Soul เจนเนอเรชั่นที่ 2 มากับโครงสร้างทางวิศวกรรมใหม่ แรงบันดาลใจจาก Track'ster Concept
• GLOBAL NEWS : Kia Provo Concept ขอยืมเครื่องยนต์จาก Hyundai Veloster Turbo มาจับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า
• GLOBAL NEWS : Kia Cross GT Concept ต้นแบบเอสยูวีรุ่นใหม่ ผลงานของ Kia Design Center America
• NEW COMER : Kia Cadenza อุดช่องว่างระหว่าง Optima และ Quoris/K9 ในตลาดอเมริกาด้วยซีดานขนาดกลาง
• NEW COMER : Kia Forte เจนเนอเรชั่น 3 รุ่นปี 2014 เตรียมจำหน่ายในตลาดโลก
• NEW COMER : Kia Cee'd รถครอบครัวขนาดเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า เปิดตัวทั้งแฮทช์แบคและวากอน
• NEW COMER : Kia Cerato เจนเนอเรชั่น 3 เตรียมจำหน่ายในบ้านเกิดด้วยชื่อ K3
• NEW COMER : Kia K9 ยกระดับเทคโนโลยีเตรียมลุยแบรนด์หรูจากยุโรป
• GREEN CULTURE : Kia Ray EV โปรดัคชั่นคาร์พลังงานไฟฟ้าคันแรกจากเกาหลี
• 4WD : Kia Sorento MY2013 รุ่นปรับโฉมของ Sorento เจนเนอเรชั่น 2
• TEST DRIVE : Kia Soul ครอสโอเวอร์ทรงแฮทช์แบ็ค รวมข้อดีของรถยนต์นั่งและเอสยูวีไว้ในยานยนต์กะทัดรัด
• REPORT : Kia โชว์โฉม Optima Hybrid พร้อมเปิดตัว Picanto ใหม่ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2011
• GREEN CULTURE : Kia Optima Hybrid ยนตรกิจเกียมอเตอร์ ยกตัวจริงมาให้ชมกันที่บางกอก มอเตอร์โชว์
• NEW COMER : Kia Picanto เปิดตัวได้แรง ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail