motortrivia.com
m2 TEST DRIVE SECTION  |  BACK TO TEST DRIVE MAIN PAGE  |  HOME  |  ABOUT MT  |  CONTACT MT m3
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
 
เรื่อง - ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ Wednesday, 8 May, 2013 4:49 PM
800x
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
ทรงสปอร์ตหัวใจซิตี้คาร์
 
baต่อเนื่องกับรถยนต์ยี่ห้อ เกีย ครั้งนี้ขยับคลาสจาก Picanto เป็นรุ่น ริโอ ตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน 1,400 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ ตอบข้อสงสัยทั้งในเรื่องคุณภาพตัวรถ ความรู้สึกในการขับ การทรงตัว อัตราเร่ง และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ภายนอกสปอร์ตแฮทช์แบ็ก
baเส้นตัวถังรวมๆ ของ ริโอ เน้นความโค้งมนเป็นหลัก แทรกด้วยเหลี่ยมสันของการตกแต่งในส่วนปลีกย่อย ด้านหน้าสะดุดตาด้วยโคมไฟทรงเฉี่ยว ด้านล่างของโคมมีไฟ LED เรียงแถวเป็นไฟหรี่และออกแบบรูปทรงคล้ายกระจังหน้า ชุดโคมไฟหน้าเป็นแบบโปรเจ็กเตอร์แต่ชุดไฟส่องสว่างไม่ใช่ซีนอน ด้านล่างของกันชนมีสปอตไลต์ดวงกลม

baตัวถังด้านข้างออกแบบได้อย่างกลมกลืนดูแล้วไม่ขัดตา เส้นบนบานประตูเน้นความโฉบเฉี่ยว กระจกมองข้างเป็นแบบตั้งตั้งบนบานประตูพร้อมไฟเลี้ยว LED และมีสเกิร์ตมาให้พร้อม อารมณ์สปอร์ตสะดุดไปนิดกับขนาดของล้อและยางขนาด 185/65 R15 ที่ดูเล็กไปหน่อยเมื่อเปรียบเทียบกับรูปทรงของรถ ทำให้มุมมองด้านข้างโดยรวมดูแล้วไม่ค่อย 'เต็ม' เท่าที่ควร ถ้าจะให้หล่อเหมือนรูปในแคตาล็อกที่ใส่ล้อ 5 ก้านกับยาง 205/45 R17 คงต้องดิ้นรนเสียเงินเพิ่ม

baด้านท้ายดูสปอร์ตด้วยกันชนแบบท้ายดำ และสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ชุดไฟท้ายทรงเพรียวพร้อมไฟเบรก LED ประตูบานท้ายแบบเดี่ยวเปิดขึ้นบนด้วยสวิตช์เปิดแบบไฟฟ้า มิติตัวถังกะทัดรัด ยาว 4,045 มิลลิเมตร กว้าง 1,720 มิลลิเมตร สูง 1,455 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
ภายในคุณภาพดีอุปกรณ์ครบ
baถ้าดูเฉพาะเรื่องความจุของเครื่องยนต์และขนาดตัวถัง ริโอ จะเสียเปรียบในเรื่องราคาที่ใกล้เคียงกับรถญี่ปุ่นไซส์คอมแพ็กต์เครื่องยนต์ 1,600 ซีซี แต่ก็มาตีตื้นได้ในส่วนของอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาแบบครบๆ ทั้งระบบ Keyless Entry พร้อมปุ่ม Start/Stop, พวงมาลัยปรับ 4 ทิศทาง พร้อมสวิตช์ควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับ ควบคุมเครื่องเสียง และควบคุมระบบโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อด้วย Bluetooth (ต้องทำการเชื่อมต่อขณะรถจอดนิ่ง), ไฟหน้าอัตโนมัติ, ช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ 2 ชุด, ช่องเชื่อมต่อสื่อภายนอก USB และ AUX รวมทั้งระบบเซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสวิตช์เปิด-ปิด

baภายในห้องโดยสารถือว่ามีคุณภาพดีสมราคา ทั้งในด้านการเลือกใช้วัสดุและการออกแบบ แผงคอนโซลและแผงประตูบุด้วยวัสดุอ่อนนุ่ม แซมด้วยพลาสติกแข็งในบางจุด การตกแต่งด้วยสีเมทัลลิก โครเมียม และ Piano Black ก็ใช้วัสดุคุณภาพดี สีภายในขึ้นอยู่กับสีภายนอก ถ้าเป็นรถสีขาว, น้ำเงิน และสีเงิน จะได้สีภายในแบบคันที่ทดสอบ แต่ถ้าสีภายนอกเป็นสีน้ำตาล, น้ำเงินเข้ม และเหลืองคาราเมล จะได้ภายในสีดำสลับน้ำตาลเข้ม

baสำหรับคันนี้ภายนอกสีขาว ภายในจึงใช้โทนสีดำและสีเนื้อ แบ่งสัดส่วนใกล้เคียงกันในการตกแต่งที่แผงคอนโซล แผงประตู รวมทั้งเบาะนั่ง ทำให้บรรยากาศอยู่ในแนวกลางๆ ไม่สปอร์ตขรึมเหมือนสีดำล้วน แต่ก็ไม่สว่างหรูเหมือนการใช้สีอ่อนทั้งคัน

baการเก็บเสียงจากภายนอกนับว่าทำได้ดี ทั้งเสียงจากเครื่องยนต์ขณะลากรอบสูง และเสียงลมปะทะ เสียงที่ดังเข้ามาในรถมากที่สุดคือ เสียงยาง ซึ่งน่าจะเป็นที่คุณภาพและสภาพของยางมากกว่า
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
baส่วนดีไซน์ที่น่าสนใจก็เช่น สวิตช์ควบคุมระบบแอร์ที่เป็นปุ่มยื่นออกมาสำหรับกดลง แป้นเหยียบอะลูมิเนียมมียางกันลื่นลายคล้ายกระจังหน้ารถ และคันเกียร์อัตโนมัติที่เป็นแบบถุงหนังให้อารมณ์สปอร์ต แต่ก็มีบางจุดที่ต้องดูแลรักษาเป็นพิเศษ เพราะมีแววว่าจะเป็นรอยง่ายเช่น บริเวณหัวเกียร์ ส่วนที่ตกแต่งแบบ Piano Black และบริเวณที่เท้าแขนบนแผงประตูที่เป็นพลาสติกแข็งผิวด้านบนนุ่มๆ

baชุดมาตรวัดทรงกลม 3 ชุด การจัดวางเหมือน พิแคนโต ตรงกลางเป็นมาตรวัดความเร็วพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับ แสดงผลได้ทั้งอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยและ Real-Time, ระยะทางที่ขับได้ด้วยน้ำมันที่เหลือ เวลาทำงานของเครื่องยนต์ และเปิด-ปิดระบบ ECO เรียกดูและรีเซ็ตด้วยสวิตช์บนพวงมาลัยฝั่งขวา ส่วนมาตรวัดฝั่งซ้ายสำหรับวัดรอบ และฝั่งขวาวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง มีไฟสัญญาณเตือนระบบต่างๆ แซมอยู่บริเวณพื้นที่ว่างในชุดมาตรวัด

baเบาะหุ้มหนังสลับ 3 สี ฝั่งผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้ เบาะตัวใหญ่หนานุ่มนั่งสบาย ไม่ได้เน้นปีกด้านข้างที่โอบกระชับร่างกายมากนัก ระหว่างเบาะหน้ามีที่เท้าแขนเป็นช่องเก็บของในตัว เบาะหลังสะดวกสบายสำหรับ 2 คนเท่านั้น แม้จะมีเข็มขัดนิรภัยตำแหน่งกลางเบาะหลังมาให้ พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขา รองรับความสูงระดับ 170 เซนติเมตรได้สบายๆ พนักพิงเบาะหลังพับลงได้แบบ 60:40 ส่วนที่เก็บของด้านหลังก็กว้างขวางพอตัว ใต้พื้นมียางอะไหล่แบบคอมแพ็กต์มาให้
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
เครื่องยนต์ไม่เด่นไม่ด้อย
baริโอ ใช้เครื่องยนต์ Gamma 1.4 เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว มาพร้อมระบบแปรผันวาล์ว CVVT หรือ Continuously Variable Valve Timing System ความจุ 1,369 ซีซี กำลังสูงสุด 79 กิโลวัตต์ หรือ 107 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 13.8 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 และอ็อกเทน 91 ถังน้ำมันจุ 43 ลิตร

baการใช้งานในเมืองที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง ถ้าเป็นการกดคันเร่งเพิ่มความเร็วแบบต่อเนื่อง จะให้การตอบสนองที่ฉับไวพอสมควร แต่ถ้าผ่อนคันเร่งแล้วต้องการเพิ่มความเร็วอีกครั้งอย่างรวดเร็ว อาจต้องใช้การคิ๊กดาวน์ช่วย เพราะเกียร์เปลี่ยนขึ้นสูงแล้ว แต่ความเร็วไม่ได้เพิ่มตามอย่างเหมาะสม ถ้ากดคันเร่งแบบประคองในเกียร์เดิม จะต้องใช้เวลานานในการไล่รอบขึ้นมา

baส่วนโหมด +/- เมื่อใช้งานแล้วจะไม่สามารถคิ๊กดาวน์ได้ และเมื่อไล่ขึ้นสู่เกียร์สูงแล้วลดความเร็วลง เกียร์จะค่อยๆ เปลี่ยนลงให้ทีละเกียร์เพื่อให้เหมาะสมกับความเร็วขณะนั้น ความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นโดยใช้โหมด +/- อยู่ในเกณฑ์ปกติของเกียร์อัตโนมัติทั่วไป ส่วนการเปลี่ยนเกียร์ลงก็นุ่มนวลดี ยกเว้นจากเกียร์ 2 ลงมาเกียร์ 1 ซึ่งจะมีอาการดึงอยู่บ้าง แต่ถ้าเคยชินกับจังหวะของเกียร์แล้ว ก็สามารถใช้การแตะเบรกช่วยลดอาการดึงลงได้บ้าง

baสำหรับผม ไม่ได้ใช้โหมด +/- สำหรับซิ่ง แต่ใช้เวลาขับคลานตามกันในเมือง ซึ่งจะช่วยให้ไม่ต้องแตะเบรกบ่อยๆ และไม่ต้องเว้นระยะห่างจากคันหน้ามากเกินไป โดยจะควบคุมเฉพาะการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นสูงเมื่อเพิ่มความเร็วขึ้น ส่วนตอนที่ลดความเร็วลงก็แค่แตะเบรก รอให้เกียร์เปลี่ยนลงต่ำให้เอง ไม่ได้ใช้เกียร์ช่วยเบรกแต่อย่างใด

baอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมือง ใช้เกียร์ D เปิดโหมด ECO ตลอด ได้ประมาณ 11-12 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนการเดินทางไกลด้วยความเร็วที่ใช้ทดสอบคือ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อัตราสิ้นเปลือง 6.6 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 15.15 กิโลเมตรต่อลิตร สาเหตุเพราะที่ความเร็วนี้ใช้รอบค่อนข้างสูง ประมาณ 3,000 รอบต่อนาที ถ้าจะให้ประหยัดกว่านี้ต้องลดความเร็วลง ซึ่งจะไม่เหมือนการทดสอบรถคันอื่นที่ผ่านมา
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
baอัตราเร่งเปรียบเทียบกับ เชฟโรเลต โซนิค แฮทช์แบ็ก 1.4 เกียร์อัตโนมัติ (ตัวเลขด้านหลัง) พบว่าในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง ค่อนข้างสูสีกัน และ ริโอ ถูกทิ้งห่างในช่วงความเร็วปลาย การทดสอบทำเหมือนทุกครั้ง สังเกตว่าหลังจากยกเท้าขวาจากแป้นเบรกมากดคันเร่งสุดแล้ว รอบเครื่องยนต์ไต่ขึ้นช้าๆ ในช่วงแรก หลังจากผ่าน 2,000 รอบต่อนาที จึงเริ่มกวาดเร็วขึ้นเล็กน้อย และเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 2 ที่ประมาณ 6,100 รอบต่อนาที ได้ความเร็วเกือบ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 2 รอบตกมาที่ประมาณ 3,800 รอบต่อนาที จากนั้นจึงไล่ขึ้นไปใหม่ เปลี่ยนขึ้นเกียร์ 3 ที่รอบเท่าเดิม ได้ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เปลี่ยนขึ้นเกียร์ 3 รอบตกมาที่ประมาณ 4,000 รอบต่อนาที ใช้เวลานานพอควรกว่าจะไล่ขึ้นไปถึง 6,000 รอบต่อนาที ได้ความเร็วเกือบ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากนั้นเปลี่ยนขึ้นเกียร์ 4 รอบตกมาที่ 4,200 รอบต่อนาที และหมดลมที่ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามชุดมาตรวัด ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องมือวัดอัตราเร่งบันทึกความเร็วสูงสุด 167.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
ความเร็ว (กม./ชม.) เวลา (วินาที) ระยะทาง (เมตร)
10 0.86 / 0.66 1.14 / 0.96
20 1.83 / 1.53 5.29 / 4.62
30 2.86 / 2.44 12.39 / 10.95
40 3.91 / 3.48 22.60 / 21.19
50 4.94 / 4.61 35.52 / 35.45
60 6.31 / 5.87 56.65 / 54.65
70 8.13 / 7.50 89.48 / 84.13
80 9.94 / 9.20 127.17 / 119.68
90 11.88 / 11.14 172.92 / 165.46
100 14.10 / 13.59 231.23 / 230.26
110 17.22 / 16.46 322.75 / 314.19
120 21.10 / 19.76 446.78 / 419.51
130 25.09 / 24.94 585.36 / 600.25
140 29.91 / 31.01 766.50 / 827.51
150 35.97 / 39.52 1011.06 / 1171.23
160 62.38 / 52.44 2159.85 / 1729.12
 
ระยะทาง (เมตร) เวลา (วินาที) ความเร็ว (กม./ชม.)
0-100 08.7 / 08.3 73.1 / 74.7
0-200 12.9 / 12.5 94.7 / 95.6
0-402 19.7 / 19.2 116.6 / 118.6
0-1000 35.7 / 35.4 149.4 / 145.6
 
ความเร็วสูงสุด 167.4 / 171.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
baมาตรวัดความเร็วของรถคันนี้ค่อนข้างตรงกับความเร็วจริง ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนชุดมาตรวัด เครื่องวัดอัตราเร่งและจีพีเอสที่รับสัญญาณจากดาวเทียม แสดงความเร็วตรงกันที่ 99 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือไมล์อ่อนแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

baระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม เทรลลิ่งอาร์ม และยางขนาด 185/65 R15 การขับใช้งานทั่วไปบนทางเรียบให้ความรู้สึกแข็งแรงหนักแน่น แต่เมื่อขับผ่านถนนขรุขระรู้สึกว่ามีความสะเทือนมากไปนิด ทั้งที่หน้ายางก็ไม่กว้างและแก้มสูงพอควร และเมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางเรียบตัวรถก็นิ่งมั่นคงไม่วูบวาบ สามารถเปลี่ยนเลนและเข้าโค้งกว้างๆ ได้โดยไม่หวาดเสียว

baพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้ามีการแปรผันการผ่อนแรงที่ชัดเจน ในช่วงความเร็วต่ำจะเบามาก ทำให้คิดไปว่าถ้าใช้ความเร็วสูงแล้วยังเบาขนาดนี้คงเหนื่อยในการควบคุมรถ แต่เมื่อทดลองใช้ความเร็วสูงแล้วพบว่า พวงมาลัยตึงมือขึ้นพอสมควร การเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้งที่ความเร็วสูงจึงไม่ต้องประคองพวงมาลัย ทำให้การเลี้ยวต่อเนื่องเป็นธรรมชาติไม่วูบวาบ

baระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัมพร้อมเอบีเอส ลองเบรกหนักๆ ที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ล้อยังไม่ล็อก เอบีเอสจึงยังไม่ทำงาน แต่พบว่ายางเริ่มส่งเสียงเอี๊ยดให้ได้ยินบ้าง ทั้งความกระด้างที่สัมผัสได้บ้างในทุกช่วงความเร็ว เสียงรบกวนที่มาจากยาง รวมทั้งประสิทธิภาพในการทรงตัวและการเบรก น่าจะดีกว่านี้ถ้าได้ยางที่มีคุณภาพและสภาพดีกว่านี้

baเกีย ริโอ สปอร์ตแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัด เด่นที่รูปทรงสวยงามลงตัว ภายในใช้วัสดุคุณภาพดี ออกแบบทันสมัย และอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังอยู่ในระดับกลางๆ ทั้งในด้านสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง ช่วงล่างแน่นค่อนไปทางแข็งนิดๆ รองรับกำลังจากเครื่องยนต์ได้อย่างเหมาะสม ส่วนจะคุ้มค่ากับราคา 749,000 บาทหรือไม่ เจ้าของเงินต้องเป็นคนตอบ •

ขอบคุณ: บริษัท ยนตรกิจ เกียมอเตอร์ จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการทดสอบ
 
 
 
m2 KIA RIO HATCHBACK 1.4 AT  •  CLICK IMAGES TO ENLARGE m3
   
 
800x
Specification: Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
แบบตัวถัง แฮทช์แบ็ก 5 ประตู
ยาว x กว้าง x สูง 4,045 x 1,720 x 1,455 มิลลิเมตร
ฐานล้อ 2,570 มิลลิเมตร
ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,521/1,525 มิลลิเมตร
ระยะต่ำสุดจากพื้น 140 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 1,185 กิโลกรัม
แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว CVVT
ความจุ 1,396 ซีซี
กระบอกสูบ x ช่วงชัก 77.0 x 75.0 มิลลิเมตร
อัตราส่วนการอัด 10.5:1
กำลังสูงสุด 107 แรงม้า (PS) ที่ 6,300 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 13.8 กก.-ม. ที่ 4,200 รอบต่อนาที
ถังน้ำมันจุ  
ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 4 จังหวะ
ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า MDPS
ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชั่นบีม เทรลลิ่งอาร์ม คอยล์สปริง
ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดรัม พร้อมเอบีเอส
ผู้จำหน่าย บริษัท ยนตรกิจ เกียมอเตอร์ จำกัด
โทรศัพท์ 0-2247-5555 (ศูนย์เทียมร่วมมิตร)
เวบไซต์ www.kia.co.th
 
Kia Rio Hatchback 1.4 AT
 
 
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
MORE ABOUT KIA : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Kia Picanto K1 หาคำตอบกันว่าให้ความสะดวกสบายแค่ไหน อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเป็นอย่างไร
• NEW CAR - TH : Kia Rio เพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยรุ่นตัวถังซีดาน ราคาจำหน่ายเปิดออกมาที่ 758,000 บาท
• NEW COMER : Kia Soul เจนเนอเรชั่นที่ 2 มากับโครงสร้างทางวิศวกรรมใหม่ แรงบันดาลใจจาก Track'ster Concept
• GLOBAL NEWS : Kia Provo Concept ขอยืมเครื่องยนต์จาก Hyundai Veloster Turbo มาจับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า
• GLOBAL NEWS : Kia Cross GT Concept ต้นแบบเอสยูวีรุ่นใหม่ ผลงานของ Kia Design Center America
• NEW COMER : Kia Cadenza อุดช่องว่างระหว่าง Optima และ Quoris/K9 ในตลาดอเมริกาด้วยซีดานขนาดกลาง
• NEW COMER : Kia Forte เจนเนอเรชั่น 3 รุ่นปี 2014 เตรียมจำหน่ายในตลาดโลก
• NEW COMER : Kia Cee'd รถครอบครัวขนาดเล็กขับเคลื่อนล้อหน้า เปิดตัวทั้งแฮทช์แบคและวากอน
• NEW COMER : Kia Cerato เจนเนอเรชั่น 3 เตรียมจำหน่ายในบ้านเกิดด้วยชื่อ K3
• NEW COMER : Kia K9 ยกระดับเทคโนโลยีเตรียมลุยแบรนด์หรูจากยุโรป
• GREEN CULTURE : Kia Ray EV โปรดัคชั่นคาร์พลังงานไฟฟ้าคันแรกจากเกาหลี
• 4WD : Kia Sorento MY2013 รุ่นปรับโฉมของ Sorento เจนเนอเรชั่น 2
• TEST DRIVE : Kia Soul ครอสโอเวอร์ทรงแฮทช์แบ็ค รวมข้อดีของรถยนต์นั่งและเอสยูวีไว้ในยานยนต์กะทัดรัด
• REPORT : Kia โชว์โฉม Optima Hybrid พร้อมเปิดตัว Picanto ใหม่ในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2011
• GREEN CULTURE : Kia Optima Hybrid ยนตรกิจเกียมอเตอร์ ยกตัวจริงมาให้ชมกันที่บางกอก มอเตอร์โชว์
• NEW COMER : Kia Picanto เปิดตัวได้แรง ด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน
 
 
 
 
what do u think
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail