motortrivia.com
m2 INNOVATION SECTION | BACK TO INNOVATION MAIN PAGE | HOME | ABOUT MT | CONTACT MT m3
 
 
Mazda SKYACTIV
 
Monday, 25 October, 2010 0:03 AM
800x
 
Mazda SKYACTIV
6 เทคโนโลยีใหม่จากมาสด้า และทิศทางของมาสด้าในอนาคต
 

baผู้ที่ติดตามข่าวสารยานยนต์อย่างต่อเนื่อง คงได้ยินได้ผ่านตากันมาบ้างแล้ว สำหรับ เครื่องยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า ทั้งเบนซิน และดีเซล ที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุด SKYACTIV ซึ่งจริงๆ แล้วเทคโนโลยี SKYACTIV ไม่ได้มีเพียงเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ถูกแบ่งเป็น 6 ส่วนหลัก ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน, เครื่องยนต์ดีเซล, เกียร์อัตโนมัติ, เกียร์ธรรมดา, โครงสร้างตัวถัง และระบบกันสะเทือน ซึ่งจะเริ่มใช้ในรถมาสด้ารุ่นปี 2011 เป็นต้นไป

baเทคโนโลยี SKYACTIV ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดหลักของมาสด้า นั่นคือ Zoom-Zoom ส่วนชื่อ SKYACTIV เป็นการสะท้อนความต้องการของมาสด้า ที่จะมอบความประทับใจในการขับ พร้อมการรักษาสิ่งแวดล้อม และมีความปลอดภัยสูงสุด โดยมาสด้าได้ประกาศยุทธศาสตร์ขององค์กรที่เรียกว่า บิลดิ้ง บล็อก หรือ Building Block Strategy ที่จะใช้ไปจนถึงปี 2015 โดยมีแนวคิดในการดึงเอาประโยชน์สูงสุด จากเทคโนโลยีพื้นฐานของมาสด้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดสมรรถนะของรถยนต์ และตามมาด้วย การพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า เช่น ระบบไฮบริด  และเทคโนโลยีทั้งหมด ล้วนแต่เป็นนวัตกรรมที่จะมาจากยุทธศาสตร์ บิลดิ้ง บล็อก ที่มี สกายแอ็คทีฟ เป็นฐานหลัก

baMr. Takashi Yamanouchi ประธานและซีอีโอของมาสด้า กล่าวว่า "มาสด้าได้ทำการปรับปรุง เครื่องยนต์และแพล็ตฟอร์มใหม่ และในขณะเดียวกันก็ยังมีการพลิกโฉมขั้นตอนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการผลิต"

 
Mazda SKYACTIV
 
• มร. ทากาชิ ยามานูชิ กรรมการบริหาร ผู้บริหารอาวุโสและประธานของมาสด้า
800x
 
ba"ในทางกลับกัน เราจะคิดค้นแนวทางใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมล้ำสมัยแบบ Breakthrough ในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับรถยนต์ จนกระทั่งได้มาซึ่งผลงานอันเหลือเชื่อ หนึ่งในเรื่องราวของความสำเร็จนี้ก็คือ SKYACTIV ที่น่าทึ่งก็คือ เครื่องยนต์ สกายแอ็คทีฟ ยังคงให้ความรู้สึกของการขับขี่ที่สนุกเร้าใจ และความน่าประทับใจในโลกยนตรกรรมเหล่านี้ จะยังคงมีออกมาให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ในรถมาสด้าทุกรุ่นในปีต่อๆ ที่กำลังจะมาถึง"

baทั้งนี้ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปเปอเรชั่น แถลงว่าเทคโนโลยีล่าสุดทั้งหมดนี้ จะถูกใช้ใน Mazda Demio หรือที่เรารู้จักภายใต้ชื่อ Mazda2 ในตลาดนอกญี่ปุ่นเป็นรุ่นแรก ซึ่งจะพร้อมจำหน่ายในญี่ปุ่นช่วงครึ่งแรกของปี 2011 โดยเครื่องยนต์ในรถรุ่นแรกของเทคโนโลยีล่าสุดจะเป็น SKYACTIV-G เครื่องยนต์เบนซิน ไดเร็กอินเจ็กชั่น มีอัตราส่วนการอัดอากาศสูงที่สุดในโลก 14.0:1 ซึ่งเครื่องยนต์ สกายแอ็คทีฟ-จี สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ดีเยี่ยม 30 กม.ต่อลิตร

baเทคโนโลยี SKYACTIV ประกอบด้วย...

1. SKYACTIV-G
baเครื่องยนต์เบนซินเจนเนอเรชั่นใหม่ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเร็คอินเจ็คชั่น และเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ที่มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดในโลก คือ 14.0:1 โดยเครื่องยนต์ไม่น๊อค เนื่องจากใช้ระบบท่อไอเสีย 4-2-1, ลูกสูบหัวหลุม และหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหลายรู รวมทั้งเทคโนโลยีอื่นๆ

baส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพสูง ลดอัตราสิ้นเปลืองและเพิ่มแรงบิดได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์พิกัดเดียวกัน รวมทั้งมีแรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำ-ปานกลาง จึงเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
 
1. SKYACTIV-G
 
SKYACTIV-G
click image to enlarge
800x
 
2. SKYACTIV-D
baเครื่องยนต์ดีเซลไดเร็คอินเจ็คชั่นเจนเนอเรชั่นใหม่ มีค่ามลพิษในไอเสียผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดของทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบแปรสภาพไอเสียต่างๆ ซึ่งทำให้ต้นทุนการผลิตเครื่องยนต์สูงขึ้น เช่น NOx After Treatments, Urea Selective Catalytic Reduction (SCR) หรือ Lean NOx Trap (LNT) เคล็ดลับอยู่ที่การออกแบบเครื่องยนต์ให้มีอัตราส่วนการอัดต่ำที่สุดในโลกเพียง 14.0:1

baส่งผลให้เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำลง 20 เปอร์เซ็นต์ ระบบเทอร์โบชาร์จแบบ 2 จังหวะ ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและราบเรียบตั้งแต่รอบต่ำจรดรอบสูง ให้แรงบิดสูงตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึง 5,200 รอบต่อนาที

baมาพร้อมความสะอาดผ่านมาตรฐานทั่วโลก เช่น Euro6 ในยุโรป, Tier2Bin5 ในอเมริกาเหนือ รวมทั้งมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น ที่จะเข้มข้นขึ้นในอนาคตด้วย โดยมาสด้าตั้งเป้าจะให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบรวมทั่วโลกหรือ Global Fleet ลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2015 ด้วยเทคโนโลยีเด่นๆ อย่างระบบไฮบริด และระบบ Regenerative Brake
 
SKYACTIV-D
click image to enlarge
800x
 
3. SKYACTIV-Drive
baเกียร์อัตโนมัติรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงให้ถ่ายทอดแรงบิดจากเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยไม่ตกหล่น มาพร้อมระบบล็อคอัตราทดที่กว้าง รอบรับทุกการใช้งานได้อย่างเหมาะสม โดยผสมผสานข้อดีของเกียร์อัตโนมัติแบบพื้นฐาน (Conventional AT Transmission), เกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์อัตโนมัติแบบ Dual Clutch

baระบบล็อคอัตราทดที่มีช่วงกว้าง ช่วยถ่ายทอดแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความรู้สึกในการขับเช่นเดียวกับเกียร์ธรรมดา ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองได้ระหว่าง 4-7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับเกียร์อัตโนมัติแบบพื้นฐาน
 
SKYACTIV-Drive
800x
 
4. SKYACTIV-MT
baเกียร์ธรรมดารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เกียร์มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา รวมทั้งมีระยะการขยับคันเกียร์ที่สั้นและเบา เช่นเดียวกับรถสปอร์ต เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่วางเครื่องยนต์แบบขวางด้านหน้า และขับเคลื่อนล้อหน้า หรือรถยนต์ขนาดเล็ก ปรับปรุงเพื่อลดความฝืดภายใน และลดอัตราสิ้นเปลือง อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการลดแรงเสียดทานของกลไกภายใน
 
SKYACTIV-MT
800x
 
5. SKYACTIV-Body
baโครงสร้างตัวถังเจนเนอเรชั่นใหม่ มีน้ำหนักเบาลง 8 เปอร์เซ็นต์ และมีความแข็งแรงขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ เน้นความมั่นคงแข็งแรง ด้วยความพยายามออกแบบชิ้นส่วนโครงสร้างให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หรือ Continuous Framework โดดเด่นในเรื่องความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน และความแข็งแรงของตัวถัง ส่งผลถึงความรู้สึกในการขับที่มั่นคง
 
SKYACTIV-Body
800x
 
6. SKYACTIV-Chassis
baระบบกันสะเทือนประสิทธิภาพสูง และมีน้ำหนักเบา ให้ความรู้สึกในการขับที่ละเอียด แม่นยำ และสมดุล รวมทั้งมีความสะดวกสบายในการขับอีกด้วย
 
SKYACTIV-Chassis
click image to enlarge
 
baทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากการพัฒนาช่วงล่างหน้าแบบสตรัต และด้านหลังแบบมัลติลิงก์ โดยเพิ่มความแข็งแรงและมีน้ำหนักเบาลง 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นก่อนหน้า พร้อมการปรับปรุงการติดตั้งอุปกรณ์ช่วงล่างและรบบบังคับเลี้ยวใหม่ ส่งผลให้ช่วงความเร็ว ต่ำ-ปานกลาง มีความคล่องแคล่ว และมั่นคงที่ความเร็วสูง มาพร้อมคุณภาพในการขับตลอดทุกช่วงความเร็ว
 
SKYACTIV-MT
 
Mazda Next-Generation Technology Forum
แถลงการณ์ทิศทางของมาสด้าในยุคต่อไป

baในงานแถลงข่าวเทคโนโลยีเจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้านี้ (Mazda Next-Generation Technology Forum) มร. ทากาชิ ยามานูชิ ได้กล่าวว่า "ความคิดริเริ่มใหม่ แบบ 'เบรคทรู' ที่ออกนอกกรอบและข้อจำกัดเดิมๆ ซึ่งในปีนี้เป็นปีที่มาสด้าเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีของการก่อตั้งบริษัทฯ เราได้ทบทวนความสำเร็จในอดีต ซึ่งเป็นความสำเร็จที่เราภาคภูมิใจ และเป็นพื้นฐานของธุรกิจที่แข็งแกร่งในปัจจุบัน อย่างเช่น เครื่องยนต์โรตารี่ และชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในการแข่งขัน เลอ มังส์ ตราบจนถึงทุกวันนี้ เราทุกคนต่างมุ่งมั่นค้นหาความคิดริเริ่มใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน มาสด้ากำลังพยายามก้าวข้ามข้อจำกัดที่เคยมี ไปสู่ความคิดริเริ่มที่ไร้ขีดจำกัด ภายใต้จิตวิญญาณที่กล้าเผชิญหน้ากับความคิดเดิมๆ อย่างท้าทาย"

baยุทธศาสตร์บิลดิ้ง บล็อค หรือ Building Block Strategy เริ่มขึ้นในปี 2009 ที่งาน โตเกียวมอเตอร์โชว์ มาสด้าได้นำเสนอรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมาพร้อมกับเทคโนโลยีเจเนอเรชั่นใหม่ๆ รวมไปถึงเรื่องความปลอดภัย และความเหมาะสมของราคาจำหน่าย

ba"มาสด้า เริ่มพัฒนาอุปกรณ์เหล่านี้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากเทคโนโลยีง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน อาทิ เทคโนโลยี ไอ-สต๊อป (i-stop) ที่ช่วยในการประหยัดน้ำมัน ตามมาด้วยระบบอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า Regenerative breaking system จากนั้นก็จะเป็นรถยนต์ไฮบริด ที่ได้ประกาศไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่เพียงเท่านั้น เรายังมองไปถึงรถยนต์แบบ ปลั๊ก-อินไฮบริด (Plug-in hybrid) และรถพลังงานไฟฟ้าอีกด้วย" มร.ยามานูชิ กล่าว

ba"สกายแอ็คทีฟ เดมิโอ จะสร้างสถิติใหม่โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันที่ประหยัดมากถึง 30 กม.ต่อลิตร โดยไม่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์ไฟฟ้าช่วยแต่อย่างใด ที่สำคัญค่าใช้จ่ายก็จะลดลงกว่าการดูแลรถไฮบริดขนาดเล็กทั่วไป"

baช่วงแรกเทคโนโลยี SKYACTIV จะใช้ในรถมาสด้าที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน จากนั้นต้นปี 2012 เราจะได้เห็น 'รถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ของมาสด้า' ซึ่งใหม่ทั้งการออกแบบ และเทคโนโลยีที่มีอยู่บนรถ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง โครงสร้างตัวถัง แชสซีส์

baมาสด้ากำลังพัฒนาด้านการวางแผน และวิธีการผลิตรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ๆ ที่จะออกสู่ตลาดในอนาคต ภายใต้การพัฒนาที่มาสด้าเรียกว่า ความคิดริเริ่ม โมโนะสึคุริ (Monotsukuri Innovation) ซึ่งประกอบด้วยแนวคิดพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม คู่ไปกับระบบการผลิตที่ยืดหยุ่นได้ ซึ่งทั้งสองสิ่งตั้งอยู่บนหลักของ การวางแผนสินค้าทั้งหมด (Bundled Product Planning) โดยหาความสมดุลที่ดีที่สุดระหว่าง ความต้องการอันหลากหลายของลูกค้าทั่วโลก (Diversity) กับ ความพยายามในการใช้ชิ้นส่วนร่วมกันให้มากที่สุด เพื่อความคุ้มทุนในการผลิต (Commonality) โดย Monotsukuri Innovation จะมีข้อดี 3 อย่าง คือ...

1 - ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการค้นคว้าพัฒนาได้ดีขึ้นอย่างน้อย 30%
2 - ช่วยปรับปรุงสมรรถนะของสินค้าและระบบส่งกำลังเจเนอเรชั่นใหม่ๆ ของมาสด้าที่จะออกมาในอนาคต โดยไม่มีต้นทุนเพิ่ม
3 - ช่วยประหยัดต้นทุนของการลงทุนในส่วนการพัฒนาสินค้าใหม่ลงถึง 20-60%

baมร.ยามานูชิ กล่าวว่า "หลังแนะนำสินค้าเจเนอเรชั่นใหม่นี้แล้ว เราจะต้องสร้างเสริมความคงอยู่ และตัวตนของแบรนด์ โดยเราวางแผนสร้างความสำเร็จของแบรนด์ยิ่งขึ้นด้วย ความคิดริเริ่ม สึนะการิ (Tsunagari Innovation) ที่เรากำลังจะเผยแพร่สู่ตลาดทั่วโลก ในอนาคตอันใกล้นี้"

ba"ความคิดริเริ่ม สึนะการิ เกิดขึ้นเพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายผู้หลงใหลในความเป็นมาสด้า และเพื่อกำหนดคุณค่าหลักๆ ที่ลูกค้ากลุ่มนี้มองหา ความคิดริเริ่ม สึนะการิ จะทำให้เกิดสินค้าใหม่ๆ ของมาสด้า ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งทางด้านการออกแบบรถ และเทคโนโลยีบนตัวรถ ที่มีราคาจำหน่ายที่สมเหตุสมผล ยิ่งไปกว่านั้น เรายังตั้งเป้าที่จะเสริมสร้างความจงรักภักดีของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์มาสด้า ให้เป็นไปอย่างลึกซึ้งผ่านการสื่อสารถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ผมมุ่งมั่นที่จะพามาสด้าเติบโตไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง"

ba"ถึงแม้ว่าเราจะเป็นแบรนด์เล็ก แต่มาสด้าสามารถที่จะเป็นแบรนด์ 'ที่หนึ่งและหนึ่งเดียว' ได้เช่นกัน" •

 
800x
text: อ่านข่าวทั้งหมดของ มาสด้า คลิ๊กที่นี่ครับ : Mazda News Section
800x
fcom
FLT   FRT
   
     
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
 
 
1000x
Copyright © 2009 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : motortrivia@hotmail.com  mail