March 4, 2011
Motortrivia Team (8252 articles)

2011 Volkswagen Bulli Concept ย่อส่วนคืนชีพให้ Hippie Bus ด้วยพลังไฟฟ้า

เรื่อง : AREA 54

●   มีผู้ผลิตรถยนต์ไม่มากนัก ที่มีผลงานคลาสสิคชนิดที่เรียกได้เต็มปากเต็มคำว่า ‘อมตะ’ และสามารถเป็นตัวแทนของภาพแห่งยุคสมัย ถ้าเป็นหนังก็ต้องว่ากันระดับคัลท์ มีแฟนเหนียวแน่นทุกยุค ไม่ว่าโลกจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเช่นไร… โฟล์คสวาเกน ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น มองปราดเดียวจากการเล่นสีแบบทูโทนก็รู้ได้ทันทีว่า รถต้นแบบคันล่าสุดนี้สืบสานตำนานมาจากรุ่นใด

●   โฟล์คสวาเกน เปิดตัวต้นแบบพลังไฟฟ้าในงาน เจนีวา 2011 ด้วยการจับ VW Type 2 Transporter รุ่นปี 1950 หรือที่มีชื่อเล่นเก๋ๆ ว่า Hippie Bus หรือ Microbus ในยุค 60 – 70 มาย่อส่วนเพิ่มเหลี่ยมสันให้เข้ากับยุคสมัย แล้วขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ตัวรถพัฒนาต่อเนื่องมาจากตัวต้นแบบในปี 2001 VW Microbus Concept โดยโฟล์คให้เหตุผลว่า ถึงเวลาที่เทคโนโลยีในปัจจุบัน มีความพร้อมพอที่จะสานต่อความฝันเมื่อ 10 ปีที่แล้วได้

Volkswagen Microbus Concept ในปี 2001

●   VW Bulli Concept มากับรูปทรงกะทัดรัด 6 ที่นั่ง (3 + 3) แบบไหล่ชนไหล่ ขนาดความยาวตัว 3.99 เมตร กว้าง 1.75 เมตร สูงเพียง 1.7 เมตร และระยะฐานล้อ 2.62 เมตร เหมาะสำหรับเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการรถยนต์สำหรับใช้งานในเมือง ในความหมายที่มากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นความล้ำสมัยทั้งในด้านรูปทรง และมีความเป็นไอคอนนิคในตัวเองอย่างสมบูรณ์ ด้วยการผสมผสาน 3 คุณลักษณะของ โฟล์คฯ ในอดีตอย่าง Beetle, Golf I และฟอร์มรูปตัว V ที่หน้ารถอันโดดเด่นของ T1 Camper

●   ตรงนี้ตามข้อมูล ดูเหมือนว่า โฟล์คฯ ไม่อยากใช้คำว่าออกแบบในลักษณะ Retro แต่หลีกไปใช้คำว่า ออกแบบใหม่ด้วยการใช้ ‘design DNA’ ของ โฟล์คฯ ในอดีตแทน ซึ่งจะเห็นได้จากจุดเล็กๆ อย่างตำแหน่งโลโก้ VW หรือล้อไซส์ 18 นิ้ว แต่มีฝาครอบล้อแบบในอดีต

●   โฟล์คฯ พยายามลดความยุ่งยากในการควบคุมรถให้เหลือน้อยที่สุด ด้วยการตัดมาตรวัดรอบออกไป และไม่มีคันเกียร์ แต่จะติดตั้งสวิทช์หมุน (rotary switch) ให้แทนสำหรับเลือกการเดินหน้าหรือถอยหลัง และในปุ่มเดียวกันนี้ ก็ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นการกด เพื่อสตาร์ทหรือดับการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ด้วยเช่นกัน

ระบบ Info และ Entertainment ทั้งหมดควบคุมผ่าน iPad ส่วนซาวด์ซิสเต็ม ใช้บริการของ Fender

●   Bulli ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเอาท์พุท 85 กิโลวัตต์ ให้แรงบิด 270 นิวตันเมตร เก็บพลังด้วยแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออน ขนาดความจุ 40 กิโลวัตต์/ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 11.5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 140 กม./ชม. แบตเตอรี่แบบรีชาร์จ ต้องการเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง ต่อการการชาร์จ 1 ครั้ง (ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องการชาร์จนอกเหนือจากนี้) วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 300 กิโลเมตร

●   ภายในตกแต่งพอประมาณแบบมินิมอล ควบคุมระบบ infotainment ด้วยการสร้างแท่นเชื่อมต่อสำหรับวาง และคอนโทรลทุกอย่างผ่าน iPad ตั้งแต่เนวิเกเตอร์, โทรศัพท์, แสดงผลมาตรวัดต่างๆ ไปจนถึงอุณหภูมิในห้องโดยสาร ส่วนระบบเสียง โฟล์คฯ ยังใช้ประโยชน์จากคู่ค้าใหม่ อย่าง Fender ให้เป็นผู้ดูเรื่องซาวด์เสตจ แบบระบบที่ใช้ใน Jetta GLI ใหม่ โดยครั้งนี้ โฟล์คฯ กล่าวว่า ระบบเสียงของเฟนเดอร์ จะให้ความรู้สึกราวกับคุณได้ย้อนกลับไปนั่งฟัง Jimi Hendrix หิ้วเฟนเดอร์สตรัทเล่นสดในเทศกาล Woodstock ปี 1969 เลยทีเดียว

●   ฮิปกว่านี้มีอีกไหม?

●   ขณะเดียวกัน ในอนาคต Bulli ก็อาจใช้แนวคิดความประหยัดแบบดาวน์ไซส์ร่วมด้วยได้ เช่นการติดตั้งเครื่องยนต์ที่ประหยัด และมีมลพิษต่ำ อย่างเครื่องยนต์เบนซิน หรือดีเซลบล๊อคเล็กๆ ความจุ 1.0 – 1.4 ลิตร ซึ่งให้กำลังเพียงพอที่จะขับเคลื่อนรถขนาดตัว Bulli ไปได้อย่างสบายๆ โดยไม่เสียคอนเซปท์การเป็นรถมลพิษต่ำ และประหยัดเชื้อเพลิง

●   อย่างไรก็ตาม โฟล์คฯ ยังไม่มีแผนการผลิต Bulli เป็นโปรดัคชั่นคาร์แต่อย่างใด ใกล้เคียงที่สุดก็คือส่วนที่ว่า อาจจะติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็ก แทนระบบไฟฟ้าในอนาคต… ผู้เขียนภาวนาเพียงอย่างเดียว ขออย่าให้ไซส์ใหญ่ไปกว่านี้ เพราะจุดเด่นของ Bulli คือขนาดที่ถูกย่อส่วนนั่นเอง     ●

2011 Volkswagen Bulli Concept

Hyundai Staria 2021