|
|
เรื่อง : ARIA 54 |
Monday, 11 March, 2013 3:49 PM |
|
 |
|
|
|
อีกหนึ่งรุ่นรถที่น่าสนใจในงาน 2013 เจนีวา มอเตอร์โชว์ Furtive-eGT จากค่าย Exagon Motors บริษัทผู้ผลิตน้องใหม่ในเครือของ Exagon Engineering ทีมแข่ง World Touring Car สัญชาติฝรั่งเศสที่เพิ่งเริ่มลงแข่งรายการ WTCC ในปี 2007 ที่ผ่านมานี้เอง
Exagon พัฒนาตัวโปรโตไทป์เวอร์ชั่นแรกในช่วงปี 2009 โดยเผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงาน 2010 ปารีส มอเตอร์โชว์ ส่วนเวอร์ชั่นที่เห็นกันในงานนี้ เป็นเวอร์ชั่นโปรดัคชั่นที่พร้อมจำหน่าย งานออกแบบทั้งหมดเป็นฝีมือของ Exagon ส่วนเทคโนโลยีหลักๆ อาศัยซัพพลายเออร์มืออาชีพอย่าง Siemens เป็นต้น ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ซีเมนส์ นับเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาแบตเตอรี่/มอเตอร์ไฟฟ้าหลัก และครองตลาดตั้งแต่รถบ้านอย่าง Volvo ไปจนถึงสปอร์ตสมรรถนะสูงอย่าง RUF
Furtive-eGT เป็นรถสปอร์ตขับหลัง 2+2 ที่นั่ง จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบระบบแอโรไดนามิคแบบใหม่ ใช้ 'สปอยเลอร์ข้าง' หรือ fins ซึ่งเป็นครีบด้านข้างเชื่อมต่อกับแนวหลังคา สร้างช่องทางบังคับอากาศไหลให้ผ่านไปตามแนวโค้งของกระจกหลัง แล้วพุ่งตรงไปยังสปอยเลอร์แบบหางเป็ดทางด้านหลังเพื่อสร้าง ดาวน์ฟอร์ซ ให้กับตัวรถ
แนวคิดนี้คล้ายๆ helmet roof ของ MINI Coupe เพียงแต่การสร้างช่องทางเดินบังคับให้อากาศไหลผ่านนั้นต่างกัน |
|
 |
|
Furtive-eGT ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ของ ซีเมนส์ แต่ละตัวผลิตกำลังได้ 148 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 199 แรงม้า ทั้งระบบผลิตกำลังรวมได้ 402 แรงม้า bhp ที่ 5,000 - 10,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดคงที่ 52.5 กก.-ม. ที่ 5,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ 3 จังหวะ ซึ่งพัฒนาโดย Exagon เอง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ที่ 250 กม./ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งได้ระยะทางประมาณ 360 กม.
อีกหนึ่งจุดเด่นคือชุดแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุ 53 กิโลวัตต์-ชม. Exagon เรียกใช้บริการของ Saft Group ใช้วัสดุและกรรมวิธีการผลิตแบบเดียวกับที่ใช้ในดาวเทียม ซึ่ง Exagon ให้ข้อมูลว่า หลังจากทดลองรีชาร์จกว่า 3,000 ไซเคิล (1 รอบนับจากจำนวนเต็ม ไม่ใช่จำนวนครั้ง แต่ 1 รอบนับเป็นกี่ % ของจำนวนเต็ม 100 ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ผลิต) แบตเตอรี่ยังคงใช้ความสามารถของความจุ 80% จากจำนวนเต็มครบสมบูรณ์ดี (ยกตัวอย่างโหมดฟาสท์ชาร์จ 80% = จำนวนเต็ม/ครั้ง) และทำให้อายุของแบตเตอรี่ครอบคลุมการใช้งานมากกว่า 1 ล้าน กม. หรือคิดเป็นระยะเวลา 10 ปี
และอีกหนึ่งความชำนาญจากการแข่งขัน Andros Trophy ในคลาสไฟฟ้า ของ Exagon คือ ระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรค โดยระบบที่ Furtive-eGT ใช้นั้น อาศัยความสามารถของคาลิเปอร์เบรคร่วมด้วย ซึ่งระบบนี้พัฒนาขึ้นโดย Beringer สามารถเริ่มเรียกไฟกลับได้ในเสี้ยววินาทีที่ผู้ขับยกเท้าออกจากแป้นคันเร่ง หรือในขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าหน่วงกำลัง (ลักษณะเดียวกับเอนจิ้นเบรค) ระบบจะทำงานในฐานะเจนเนอเรเตอร์ทันที เพื่อหาจังหวะในการชาร์จไฟกลับให้ได้มากและบ่อยที่สุด
Exagon เปิดราคาจำหน่าย Furtive-eGT เริ่มต้นที่ 388,000 ยูโร หรือประมาณ 15 ล้านบาท ถือว่าโหดไม่ใช่น้อย เพราะราคานี้สามารถซื้อ Tesla Model S รุ่นท๊อปได้ถึง 4 คัน • |
|
|
|
|