motortrivia.com
TEST DRIVE   •   MAIN PAGE   •   HOME   •   ABOUT MOTORTRIVIA   •   CONTACT
Ford Everest 2015
 
 
เรื่อง: นาธัส แสงสุริยะ - ภาพ: ฟอร์ด ประเทศไทย  •  Monday, 27 July, 2015 0:12 AM
800x
 
FORD  EVEREST
ลองเบาๆ ทั้งทางเรียบและทางวิบาก
 
baฟอร์ด ประเทศไทย พร้อมกลับเข้าสู่ตลาดเอสยูวีอีกครั้ง ด้วยรถใหม่ล่าสุดรุ่น เอเวอเรสต์ ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถรุ่นสูงสุดของ ฟอร์ด ประเทศไทย แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย คือ 2.2 L Titanium 2WD ราคา 1.269 ล้านบาท เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2,200 ซีซี VG Turbo 160 แรงม้า แรงบิด 39.23 กก.-ม., รุ่น 3.2 L Titanium 4WD ราคา 1.459 ล้านบาท และรุ่นสูงสุด 3.2 Titanium + 4WD ราคา 1.599 ล้านบาท ใช้เครื่องยนต์เดียวกันแบบดีเซล 5 สูบ VG Turbo 3,200 ซีซี 200 แรงม้า แรงบิด 47.89 กก.-ม.

baโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame มีจุดเด่นที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ พร้อมระบบ Terrain Management System หรือ TMS ห้องโดยสารมีระบบลดเสียงรบกวนActive Noise Cancelling จอสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่คอนโซลกลาง การพับเบาะแถว 3 ด้วยสวิตช์ไฟฟ้า ประตูบานท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ ระบบความปลอดภัย Blind Spot Information ตรวจจับรถด้านข้างขณะเปลี่ยนเลน และตรวจจับรถด้านหลังขณะถอย พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPAS และระบบกันสะเทือนหลังแบบคอยล์สปริงพร้อม วัตต์ลิงค์ ควบคุมให้รถเคลื่อนตัวในแนวดิ่งมากกว่าแนวนอน
 
Ford Everest 2015
 
baทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสได้ทดลองขับ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่จังหวัดเชียงราย บนเส้นทางที่หลากหลาย มีทั้งทางเรียบและทางออฟโรด เพื่อทดลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในโหมดต่างๆ อุ่นเครื่องเบาๆ กับรุ่น 2.2 ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง ที่ถูกวางเส้นทางให้ขับบนทางเรียบล้วนๆ ออกจากที่พัก โรงแรมเลอ เมอริเดียน รีสอร์ท เชียงราย ไปยังจุดพักแรก เทศบาลตำบลดอยฮาง

baผมรับหน้าที่ขับก่อน ระยะทางไม่ไกล 33.6 กิโลเมตร แต่คดเคี้ยวขึ้นลงทางชันเป็นบางช่วง ได้ลองประสิทธิภาพของระบบกันสะเทือนและพวงมาลัยแบบเต็มๆ พบว่าพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าแปรผันการผ่อนแรงได้ในช่วงกว้าง ที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยจะเบามาก ผู้หญิงตัวเล็กๆ สามารถหมุนพวงมาลัยได้อย่างสบาย ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วขณะขับที่ความเร็วต่ำ มีการแปรผันการผ่อนแรงตามความเร็วของรถ องศาการหมุนของพวงมาลัย แรงเหวี่ยง และการเร่งการหมุนพวงมาลัยจึงเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องประคองพวงมาลัย ช่วยให้ลัดเลาะไปตามโค้งต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ
 
Ford Everest 2015
 
baระบบกันสะเทือนเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ขับรถทรงสูงคันใหญ่เข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ การโคลงของตัวรถถูกหน่วงให้เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ขณะเข้าโค้ง และคืนกลับอย่างนุ่มนวล ไม่มีอาการดีดหรือยวบให้สัมผัส เช่นเดียวกับการโดดคอสะพานที่ความเร็วค่อนข้างสูง ตัวรถจะยุบลงอย่างช้าๆ และจังหวะที่ยืดกลับจะนิ่ง ไม่เด้งขึ้นลงหลายครั้ง ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย ส่วนที่ความเร็วต่ำก็ให้ความนุ่มนวลนั่งสบาย มีการดูดซับแรงกระแทกได้ดี ระบบเบรกให้แรงฉุดรั้งที่เหลือเฟือ ลองเบรกหนักๆ มีอาการหน้าทิ่มท้ายยกไม่มากนัก

baพ้นจากช่วงทางคดเคี้ยว มีทางตรงให้ลองอัตราเร่งได้บ้าง พบว่าเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน 2,200 ซีซี 160 แรงม้า แรงบิด 39.23 กก.-ม. ให้อัตราเร่งที่ทันใจเหลือเฟือ แค่กดคันเร่งลึกขึ้นแต่ไม่ถึงจังหวะคิ๊กดาวน์ ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ในช่วงที่ขับทางคดเคี้ยวลองใช้โหมด S +/- ก็ช่วยลดการใช้เบรกได้บ้าง และเพิ่มความฉับไวในการเร่งออกจากโค้ง การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วและนุ่มนวล ในโหมด +/- จะคิ๊กดาวน์ไม่ได้ และเกียร์จะไม่เปลี่ยนขึ้นสูงแม้ลากรอบแตะขีดแดง
 
Ford Everest 2015
 
baชุดมาตรวัดล้ำสมัย มีมาตรวัดความเร็วตรงกลาง ประกบด้วยจอดิจิตอล ฝั่งซ้ายสำหรับระบบความบันเทิง ฝั่งขวาสำหรับแสดงข้อมูลต่างๆ ของรถ ควบคุมด้วยสวิตช์บนก้านพวงมาลัยฝั่งซ้ายและขวาตามลำดับ รอบเครื่องยนต์ที่เป็นแบบดิจิตอล ยังแสดงผลได้ไม่ราบรื่นเท่าไร ส่วนจอสัมผัสที่คอนโซลกลางใช้งานได้ดีในการควบคุมระบบเครื่องเสียง การตกแต่งภายในทำได้ดี ใช้วัสดุคุณภาพดี และออกแบบได้สวยงาม ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ แทบจะไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยระบบ Active Noise Cancelling มีไมโครโฟนรับเสียง และปล่อยเสียงออกจากลำโพงด้วยความถี่ที่หักล้างกัน

baระยะทางช่วงแรก 33.4 กิโลเมตร ใช้เวลา 46 นาที ความเร็วเฉลี่ย 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.0 กิโลเมตรต่อลิตร หลังจากพักแล้วจึงสลับผู้ขับและเดินทางต่อ แวะอีกครั้งที่จุดพักทานอาหารกลางวัน คะเนรี เนเชอรัล รีสอร์ท ซึ่งใช้เป็นจุดสตาร์ตสำหรับการขับแบบออฟโรดด้วย เนื่องจากรถที่ทดลองขับมีทั้งรุ่น 2.2 L 2WD และ 3.2 L 4WD ในช่วงขับแบบออฟโรดที่ต้องใช้รถรุ่น 4WD จึงต้องรวมตัวกันนั่งคันละ 3 คน มีจุดให้เปลี่ยนผู้ขับครบทุกคน เพื่อให้ลองระบบขับเคลื่อน 4 ล้อในโหมดต่างๆ อย่างครบครัน
 
Ford Everest 2015
 
baภายในของรุ่น 3.2 แตกต่างจากรุ่น 2.2 ในส่วนของแผงคอนโซล และชุดควบคุมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Management System หรือ TMS ที่เป็นแบบปุ่มหมุน มีไฟแจ้งว่ากำลังอยู่โหมดไหน พร้อมการแจ้งเตือนบนชุดมาตรวัดฝั่งขวา แบ่งเป็น 4 โหมดขับเคลื่อน คือ Normal ในการขับปกติจะกระจายแรงบิดหน้า:หลังแบบ 40:60 และจะแบ่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าตามความเหมาะสมได้ด้วย, โหมดหิมะ/กรวด/หญ้า จังหวะการเปลี่ยนเกียร์จะช้าลงเพื่อให้เครื่องยนต์อยู่ในรอบต่ำ คันเร่งจะตอบสนองช้าลง, โหมดทราย สิ่งสำคัญคือการรักษาโมเมนตัม หรือแรงเฉื่อยของตัวรถ โดยชุดควบคุมแรงบิดหรือ Active Transfer Case จะกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้ง 4 คันเร่งจะมีการตอบสนองเร็วขึ้น และ โหมดหิน ที่จะทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อความเร็วต่ำ ต้องเข้าเกียร์ว่างและกดปุ่ม 4x4 Low ในโหมดนี้ Traction Control จะทำงานในระดับสูงสุด เพื่อให้ล้อมีการยึดเกาะที่ดีที่สุด กลางปุ่มเลือกโหมดขับเคลื่อนมีสวิตช์เปิด-ปิด ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชันโดยไม่ต้องเหยียบเบรก สามารถเพิ่มหรือลดความเร็วได้ด้วยสวิตช์ของระบบครูสคอนโทรล และสวิตช์ล็อกเฟืองท้ายแบบไฟฟ้า ช่วยลดการลื่นไถลของล้อหลังเมื่อขับแบบออฟโรด โดยเฟืองท้ายจะล็อกอัตโนมัติเมื่อใช้ระบบ TMS
 
 
baในช่วงของการขับแบบออฟโรด ผมรับหน้าที่ขับก่อน ช่วงแรกเป็นการอุ่นเครื่องเบาๆ ด้วยการขับผ่านแอ่งน้ำที่มีความสูงระดับครึ่งล้อ และเนินชันทางโคลนที่ค่อนข้างลื่น แค่ล็อกเฟืองท้ายก็สามารถผ่านไปได้ง่ายๆ แม้จะใช้ยางเดิมสำหรับทางเรียบ จากนั้นได้ลองระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา พบว่าทำงานได้ดี ผู้ขับไม่ต้องเหยียบเบรกเลย หรือถ้ารู้สึกว่าช้าเกินไป ก็สามารถเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วได้ และเมื่อถอนคันเร่งระบบก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง และสามารถปรับเพิ่มหรือลดความเร็วได้ด้วย ในโหมด 4x4 Low อัตราทดสูง รถสามารถขับเคลื่อนในแบบ Walking Speed ได้โดยแทบจะไม่ต้องแตะคันเร่ง ส่งผลให้รถเคลื่อนที่ไปด้วยความนุ่มนวล
 
 
baเสร็จกิจกรรมการขับแบบออฟโรดก็สลับรถเป็นรุ่น 3.2 L Titanium + 4WD คันที่ได้ขับภายในตกแต่งด้วยสีดำล้วน แต่รุ่นที่จำหน่ายจริงภายในจะเป็นสีเบจ หลังคาสีดำ ทดลองอัตราเร่งในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง พบว่าไม่ได้แตกต่างจากรุ่น 2.2 มากนัก ทำให้แน่ใจว่าแค่รุ่น 2.2 ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปแล้ว แต่ในช่วงแรกที่ทำตลาดยังไม่มีรุ่น 2.2 ที่เป็นขับเคลื่อน 4 ล้อ ในรุ่น 3.2 อัตราเร่งจะเริ่มลื่นไหลในช่วงความเร็วปานกลางขึ้นไป จาก 120 ไป 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลาไม่นานและไม่ต้องบีบคั้นเครื่องยนต์ ก็เพิ่มความเร็วได้อย่างทันใจ จบการขับช่วงแรกที่ระยะทาง 24.2 กิโลเมตร ใช้เวลา 25 นาที ความเร็วเฉลี่ย 24 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลือง 11.1 กิโลเมตรต่อลิตร

baจากนั้นสลับผู้ขับและเดินทางกลับโรงแรมเลอ เมอริเดียน ชมการสาธิตระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และตัวถังแบบ Body-on-frame ต่อเนื่องด้วยช่วงถามตอบ และเดินทางไปทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารเหนือใกล้โรงแรม จากนั้นจึงเดินทางไปยังสนามบินแม่ฟ้าหลวงเพื่อกลับกรุงเทพฯ  •
 
ขอบคุณ บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
 
 
 
 
2015 FORD EVEREST   •    CLICK IMAGES TO ENLARGE
   
 
M A N U F A C T U R E R S   I N D E X  :
•   MORE ABOUT TEST DRIVE : CLICK
800x
R E L A T E D   N E W S  :
• TEST DRIVE : Toyota Camry 2.5 G Esport 184 แรงม้า 340 กม. 13.1 กม./ลิตร เส้นทาง กรุงเทพฯ-ชะอำ
• TEST DRIVE : Suzuki Ciaz อีโคคาร์ซีดานรุ่นใหม่ เดินทางไกลไปกับความกว้างขวาง
• TEST DRIVE : MG6 ไมเนอร์เชนจ์ทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะ ทดลองขับก่อนเปิดตัวในเมืองไทย
• TEST DRIVE : Toyota Hilux Revo Smart Cab ครบรสทั้งทางเรียบ ทางวิบาก และสนามแข่ง
• TEST DRIVE : MG3 แฮทช์แบ็คไซส์เล็กอารมณ์สปอร์ต เสริมแนวรุกตลาดรถยนต์นั่ง
• TEST DRIVE : Nissan Sylphy DIG Turbo ทดลองขับซีดาน 4 ประตูพลังเทอร์โบแบบหอมปากหอมคอ
• TEST DRIVE : Toyota Hilux Revo Prerunner 2x4 Double Cab 2.8G AT 390 กิโลเมตร พิษณุโลก-อุดรธานี
• TEST DRIVE : BMW 328i M Sport เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง M ภายนอก/ภายใน ลงตัวทั้งสมรรถนะและความแรง
• TEST DRIVE : Chevrolet Colorado High Country 180 กิโลเมตร ภูเก็ต-กระบี่ พร้อมทำกิจกรรมไฮโซ
• TEST DRIVE : Mazda2 SkyActiv-G 1.3 Sports High Plus ไม่ผิดหวังทั้งสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลือง
• TEST DRIVE : Honda HR-V EL เอนกประสงค์แบบเอสยูวี ขับดีแบบเก๋ง ทดลองขับแบบยาวๆ เพื่อให้หายสงสัย
• TEST DRIVE : Mazda2 SkyActiv-G เครื่องยนต์เบนซิน ตะลุยเมืองหลวงพร้อมกิจกรรมออนไลน์
• TEST DRIVE : Toyota Alphard 3.5 และ Vellfire 2.5 ทดลองขับ 460 กิโลเมตร กับการเดินทางแบบ First Class
• TEST DRIVE : Toyota Camry 2.5HV Premium ไฮบริดเที่ยว 4 จังหวัด น่าสนใจสำหรับคนที่ชอบลูกเล่นและรับได้กับราคา
• TEST DRIVE : Porsche Cayenne S E-Hybrid กำลังสูงสุด 416 แรงม้า ประหยัดมากกว่า 30 กม./ลิตร
• TEST DRIVE : Mazda2 SKYACTIV-D ทดลองขับรุ่นสูงสุดของซีดานและแฮทช์แบ็ก
• TEST DRIVE : Mitsubishi Triton Double Cab 4WD GLS-LTD 5AT รุ่นสูงสุด 200 กิโลเมตร 12.2 กิโลเมตรต่อลิตร
• TEST DRIVE : Nissan X-Trail 2.0V 4WD กรุงเทพฯ-เขาใหญ่ กับเครื่องยนต์ใหม่ 2,000 ซีซี
• TEST DRIVE : Suzuki Swift RX 2014 Fashion & Emotional ขับสวิฟต์ใหม่เที่ยวเขาใหญ่
• TEST DRIVE : Hyundai Elantra Sport รุ่นปรับโฉม ทดลองขับเส้นทางภูเขา ท่องเที่ยวประเทศพม่า
• TEST DRIVE : Volvo S60 T5 Polestar รุ่นตกแต่งพิเศษ 245 แรงม้า เพิ่มสมรรถนะแต่ไม่กระทบอัตราสิ้นเปลืองฯ
• TEST DRIVE : Mercedes C-Class รุ่นใหม่ เต็มอิ่มในสนามแข่งระดับโลก Chang International Circuit
• TEST DRIVE : Mazda BT-50 PRO Eclipse และ BT-50 PRO CNG ทดลองขับ 2 รุ่นใหม่ กทม.-อุทัยธานี
• TEST DRIVE : Volvo Truck ประเทศไทย ชวนทดลองขับหัวลากวอลโว่ 3 รุ่น FH - FM Series และ FMX
 
 
 
 
 
FLT   FRT
   
  760  
   
  760  
 
 
FBL   FBR
 
 
1000x
Copyright © 2015 MT Team | online automotive news and web video. all rights reserved | www.motortrivia.com | e-mail : [email protected]  mail