February 8, 2016
Motortrivia Team (7953 articles)

DMC DeLorean และอีกครั้ง… กับการเตรียมตัวกลับมาโลดแล่นบนท้องถนน

เรื่อง : AREA 54

●   ยังคงมีข่าวมาให้เห็นกันเนืองๆ สำหรับหนึ่งในไอคอนแห่งยุคอย่าง DMC DeLorean หรือชื่อรหัสที่เราคุ้นชินอย่าง DMC-12… ทว่าก่อนอื่น สำหรับใครที่ไม่มีเวลาอ่านของเดิม ผู้แปลขอย่อความเคลื่อนไหวเดิมแบบรวบรัดสัก 2-3 ย่อหน้า แต่หากใครอยากอ่านข่าวเดิม ก็คลิ๊กไปที่ 2 ลิ๊งค์นี้ได้ครับ (1) ข่าวในปี 2011 (2) ข่าวล่าสุดในปี 2012

ก่อนหน้านี้มีจำหน่ายไหม?

●   มีครับ… ก่อนหน้านี้ DMC มีการแยกตัวออกมาในปี 1995 นำอุปกรณ์ที่เหลือรวมทั้งเครื่องยนต์มาเปิดโรงงานผลิตที่ฮิวสตัน มลรัฐเท็กซัส ให้บริการในลักษณะ รับบูรณะ DMC-12 แบบ 2 ทางเลือก แบบแรก 5 หมื่นดอลลาร์ แบ่งเป็นค่าตัวรถและค่าโอเวอร์ฮอลอย่างละ 2.5 หมื่นดอลลาร์ ส่วนชุดใหญ่แบบขึ้นรูปบอดี้ใหม่เกือบทั้งคัน 4.5 หมื่นดอลลาร์ (ไม่รวมค่าตัวรถ) ผู้ซื้อต้องรอคิวอย่างต่ำ 6-8 เดือน

●   ทว่าท้ายที่สุด DMC ต้องเปิดโปรเจคท์ผลิตใหม่แบบทั้งคัน ด้วยอัตราการผลิตราว 20 คันต่อปี ใช้เครื่องยนต์เดิมที่เหลืออยู่ คือ เบนซิน V6 สูบ ความจุ 2,849 ซีซี ตระกูล PRV ของพันธมิตร Peugeot, Renault และ Volvo เครื่องยนต์บล็อคนี้เคยวางอยู่ในรุ่นรถอาทิ Dodge Monaco, Peugeot 504, Peugeot 505, Renault Safrane หรือ Renault Alpine A610 เป็นต้น

สรุปข่าวในปี 2011

●   DMC หรือ DeLorean Motor Company ประกาศผลิต DMC-12 แบบจำกัดจำนวนด้วยชื่อ DMCev โดยใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนแบบ BEV บนบอดี้เดิม ชุดระบบประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง กำลังสูงสุด 215 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 260 แรงม้า (HP) ระบบส่งกำลังเป็นแบบอัตโนมัติจังหวะเดียว แบตเตอรี่เป็นแบบ LiFePO4 หรือลิเธียม ไอรอน ฟอสเฟท ไม่ระบุความจุ ระยะเวลาในการชาร์จเต็ม 3.5 ชม. ด้วยไฟ 240 โวลท์ 70 แอมป์ แต่ต้องใช้ชาร์จเจอร์เฉพาะตัวที่เรียกว่า DMCev Smart Charging วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 160 กม. ราคาตามค่าเงินในช่วงนั้นคือ เริ่มต้นที่ 1 แสนดอลลาร์ หรือประมาณ 3 ล้านบาท (ค่าเงินปี 2016 = 3.6 ล้านบาท)

สรุปข่าวในปี 2012

●   ดูเหมือนว่าแผนงานจะเป็นไปตามเสตป DMCev เปิดบูธเล็กๆ ในงาน 2012 New York Auto Show พร้อมประโยคเท่ๆ “Gas? Where we’re going, we don’t need gas.” ล้อกับประโยคอมตะของ Doc Brown จากภาพยนตร์เรื่อง Back to the Future “Roads? Where we’re going, we don’t need roads.”

●   มีการเผยรายละเอียดทางเทคนิคและราคาจำหน่ายใหม่ภายในงานนี้ DMCev จะใช้แบตเตอรี่แพค LiFePO4 ความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟต่อ 1 ชม. เท่ากับ 32 กิโลวัตต์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 102 – 155 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง รีชาร์จกับไฟบ้าน 110 โวลท์ได้ด้วยเวลา 3 – 4 ชม. แต่หากใช้ไฟ 220 โวลท์ 50 แอมป์ จะใช้เวลาน้อยกว่า 2 ชม. แบตเตอรี่แพคใช้ชื่อว่า “Flux Power” ดัดแปลงมาจากชื่อ Flux Capacitor ซึ่งเป็นอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าสำหรับกำเนิดพลังงานให้รถเจาะเวลาใน Back to the Future

●   ฐานการผลิตยังคงอยู่ฮิวสตัน ทว่าบริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องรถไฟฟ้าจากลุยส์เซียนา Epic Electric Vehicles ได้เข้ามาช่วยดูแลชุดระบบขับเคลื่อนให้ และมีการเปลี่ยนจากมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC motor) มาเป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC motor) ราคาจำหน่ายลดลงไปอยู่ที่ 9.5 หมื่นดอลลาร์ หรือประมาณ 2.9 ล้านบาทในขณะนั้น (ค่าเงินปี 2016 = 3.3 ล้านบาท)

ความเคลื่อนไหวในปี 2016

●   ล่าสุด DeLorean Motor Company ได้เปิดตัวโฆษณาชุดแรกสำหรับ DMC ยุคใหม่ในชื่อ “Lucky Coin” โดยออนไลน์ใน Youtube ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2016 ที่ผ่านมา รุ่นจำหน่ายจริงแบบผลิตบอดี้ใหม่คาดว่าจะสัมผัสพื้นถนนได้ในช่วงปี 2017

●   ทั้งนี้หลังจากปี 2015 เป็นต้นมา สหรัฐฯ ได้เริ่มใช้พระราชบัญญัติใหม่ H.R. 2675 หรือ Low Volume Motor Vehicle Manufacturers Act of 2015 อนุญาตให้บริษัทขนาดเล็กผลิตและจำหน่ายรถด้วยปริมาณการผลิตขั้นต่ำ 500 คันต่อปีหรือน้อยกว่าได้ ซึ่งรวมถึงรถในลักษณะ Replica Cars ด้วย (ในที่นี้หมายถึงรถแบรนด์ใดก็ได้ที่มีอายุ 25 ปีหรือมากกว่า) โดยต้องมีการขึ้นทะเบียนกับขนส่งฯ มีรายงานการผลิต และต้องผ่านมาตรฐานขั้นต่ำด้านความปลอดภัย รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์ด้านการปล่อยมลพิษด้วย

●   ในเบื้องต้น DeLorean DMC-12 นั้นผ่านมาตรฐานใหม่ รูปทรงสันเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ บอดี้สีอลูมิเนียม ท้ายลาด และประตู gull-wing ยังคงอยู่ครบ แต่แน่นอนว่ารุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายในสำหรับการให้บริการประเภทบูรณะหรือขึ้นรูปบอดี้ใหม่ ไม่สามารถใช้งานเครื่องยนต์ V6 เดิมของเรโนลท์ที่มีอยู่ในสต็อคได้ เนื่องจากมีการคายมลพิษมากเกินไป ดังนั้นทางออกในเรื่องนี้คือการมองหาซัพพลายเออร์ใหม่ ซึ่งมีการคาดว่า DMC-12 ใหม่รุ่นสันดาปฯ อาจขอยืมพละกำลังจากเครื่องยนต์ V6 หรือ V8 N/A รุ่นใหม่ๆ จากเจนเนอรัล มอเตอร์ส ที่มีกำลังสูงสุดอยู่ในช่วง 300 – 400 แรงม้า

●   ยังไม่มีข้อมูลชัดๆ ครับ ว่า DMC จะเลือกใช้เครื่องยนต์ของใคร ตัวเลือกมีมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าผลประโยชน์จะลงตัวแค่ไหน ส่วนราคาจำหน่ายคาดว่าจะขึ้นไปเป็นไม่ต่ำกว่า 1 แสนดอลลาร์ หรือราว 3.6 ล้านบาทตามค่าเงินในปีนี้ ซึ่งนั่นหมายถึงรุ่นไฟฟ้าล้วนจะต้องมีราคาสูงขึ้นไปอีกครับ

อัพเกรดแชสซีส์ และอาจวิ่งด้วยพลังจากเครื่อง V6

●   เริ่มมีข่าวการเตรียมงานอย่างต่อเนื่องครับ เพื่อให้การเปิดตัวหรือการกลับมาอีกครั้งของไอคอนแห่งยุคอย่าง DeLorean DMC-12 ในปี 2017 มีความราบรื่นและเหมาะสมกับยุคสมัยที่มีความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุด เดอลอเรียน มอเตอร์ คอมพานี ได้เตรียมการอัพเกรดแชสซีส์ และวางแผนจะเพิ่มพลังด้วยเครื่องยนต์ V6

●   จากข้อมูลเดิมทางด้านล่าง เรารู้กันแล้วว่าเดอลอเรียนจะทำการผลิต DeLorean DMC-12 เวอร์ชั่นบูรณะใหม่แบบปริมาณต่ำ โดยใช้โครงสร้างโดยรวมจากของเดิมในสต็อค ซึ่งนั่นจะทำให้ DMC-12 รุ่นใหม่ปี 2017 มีหมายเลขตัวถังหรือ VIN numbers เดิมติดมากับตัวรถด้วย

●   ทั้งนี้ตัวแชสซีส์นั้นจะต้องมีการบูรณะใหม่ทั้งหมด เนื่องจากมันเป็นแชสซีส์ที่ถูกเรียกกันว่า NOS Chassis หรือ New Old Stock คือใหม่แบบเก่าเก็บ แม้จะไม่เคยถูกจำหน่ายหรือใช้งานมาก่อน แต่การเคลือบกันสนิมย่อมมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ดังนั้นเดอลอเรียนจึงต้องเตรียมการเคลือบกันสนิม ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้มั่นใจว่า DMC-12 รุ่นใหม่จะสามารถใช้งานได้อีกยาวนานเช่นเดียวกับรถใหม่ทั่วไป

●   มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า DMC-12 ใหม่จะขยับไปใช้ล้อขนาด 18 นิ้ว เพื่อให้มีพื้นที่มากพอสำหรับการอัพเกรดชุดเบรค ในขณะที่รุ่นเครื่องยนต์นั้น ตามข่าวเดิมมีการคาดเดาว่าจะใช้งาน V6 หรือ V8 ทว่าจากข่าวความเคลื่อนไหวล่าสุด ดูเหมือนว่าเดอลอเรียนจะตกลงปลงใจเลือกเครื่อง V6 สูบ N/A หายใจธรรมดา ซึ่งมีกำลังสูงสุด 300+ แรงม้าขึ้นไป เนื่องจากเครื่องยนต์ V8 อาจจะทำให้ราคาจำหน่ายสูงเกินไปสักหน่อย… อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดในส่วนนี้ครับ

●   ย้ำกันอีกครั้ง ข่าวในส่วนนี้ไม่ใช่ DMC-12 เวอร์ชั่นไฟฟ้านะครับ คนละส่วนกัน ข่าวนี้คือความเคลื่อนไหวของ DMC-12 เวอร์ชั่นบูรณะแชสซีส์เดิมที่อยู่ในสต็อคของบริษัท ซึ่งในเบื้องต้นนั้นมีการประมาณการกันว่า จำนวนการผลิต DMC-12 เวอร์ชั่น NOS Chassis นี้จะมีจำนวนทั้งหมดราว 300 คันเท่านั้น… และไม่ใช่การจำกัดจำนวน แต่เดอลอเรียน มอเตอร์ คอมพานี น่าจะมีแชสซีส์เหลืออยู่ในสต็อคราวๆ นี้ครับ      ●