นักขับไต้หวันคว้าชัย Fuelwatch Challenge 2016 ประเภททางราบ
October 10, 2016
Motortrivia Team (5858 articles)

นักขับไต้หวันคว้าชัย Fuelwatch Challenge 2016 ประเภททางราบ


Press Release

 

  การแข่งขัน Asia Pacific Fuelwatch Challenge 2016 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีมาเป็นปีที่ 10 ในปีนี้มีตัวแทน 14 ราย ที่คว้าชัยในการแข่งขันระดับประเทศจากทั่วทั้งภูมิภาค เพื่อมาตัดสินในการแข่งรอบสุดท้ายที่สนามฟอลเคนเบิร์ก ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ วอลโว่ ทรัคส์ โดยผลการแข่งขันหลังจากขับเคี่ยวกันอย่างสูสี ปรากฏว่า Mr. Chin-lung Hsu และ Mr. Janghyun Son เป็นผู้ชนะเลิศ ได้รับตำแหน่งนักขับที่ใช้เชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเอเชียแปซิฟิค

  ในการแข่งขับรอบสุดท้าย ผู้แข่งขันได้เข้าร่วมกิจกรรมฝึกอบรมการขับขี่ให้ประหยัดเชื้อเพลิง และฝึกความชำนาญด้านเทคนิคต่างๆ เป็นเวลา 1 วัน ส่วนวันรุ่งขึ้นจะเป็นการแข่งขันรอบตัดสินของจริง โดยในปีนี้ Mr. Chin-lung Hsu ผู้ซึ่งเป็นนักขับมืออาชีพจากบริษัทขนส่งปิโตเคมียักษ์ใหญ่ของประเทศไต้หวัน พร้อมกับ Mr. Janghyun Son ผู้ซึ่งเป็นนักขับและเป็นเจ้าของบริษัทขนส่ง Moa ICT transporting ได้รับตำแหน่งนักขับที่ใช้เชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในเอเชีย แปซิฟิค ในการแข่งประเภทถนนและออฟโรด ตามลำดับ

พลังเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  วอลโว่ ทรัคส์ ผู้นำระดับโลกด้านการคมนาคมขนส่ง เป็นผู้ริเริ่มการแข่งขัน Fuelwatch เพื่อส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพและฝึกทักษะของผู้ขับขี่ ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญของอุตสาหกรรมการขนส่ง ด้วยการนำเทคโนโลยีมารวมกับความใส่ใจ เพื่อเฟ้นหารถและนักขับที่ดีที่สุด และเน้นย้ำถึงประโยชน์ของการประหยัดเชื้อเพลิง ที่ช่วยลดต้นทุนและสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมการขนส่ง

  ในการแข่งขัน Asian Pacific Fuelwatch Challenge 2016 นักขับจะต้องแสดงความสามารถในการขับขี่รถโดยใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประโยชน์สูงสุด ระบบไดนาฟลีท ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการขนส่งภายใต้ลิขสิทธิ์ของบริษัทฯ ได้ถูกนำมาใช้เพื่อวัดประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างแม่นยำด้วยตัวชี้วัด 4 ด้าน คือ การเบรค การปรับความเร็ว การใช้งาน/หยุดใช้งานเครื่องยนต์และเกียร์ ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เชื้อเพลิง เวลาการปฏิบัติงานของผู้ขับ และประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมจะถูกเก็บรวบรวมไว้ที่เกจวัดประสิทธิภาพผู้ขับขี่ พร้อมทั้งแจ้งส่วนที่ควรปรับปรุงได้อย่างเฉพาะเจาะจง

  กิจกรรม Fuelwatch เป็นมากกว่าการแข่งขัน เพราะเป็นงานที่แสดงประโยชน์ของการประหยัดเชื้อเพลิงในการใช้งานจริงที่เกิดกับบริษัทและภาคการขนส่ง พร้อมทั้งสร้างผลกระทบในด้านบวกแก่สิ่งแวดล้อมและสังคมโดยรวม ผู้ขับขี่มีบทบาทสำคัญในการใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และในการแข่งขันแต่ละครั้งได้มีการเน้นย้ำว่าการฝึกอบรม และการใช้ข้อมูลสารสนเทศจากระบบไดนาฟลีท จะช่วยพัฒนาทักษะการขับขี่ อันจะเป็นประโยชน์ในกับธุรกิจในระยะยาว

  หลังจากการขับเคี่ยวแข่งขันอย่างดุเดือด ผู้ชนะเลิศทั้งสองต่างแสดงความยินดีและโล่งใจที่ผ่านการแข่งขันมาได้อย่างสวยงาม โดย Mr. Chin-lung Hsu ได้กล่าวว่า “ผมไม่ได้คาดหวัง แต่ผมภูมิใจมากกับการที่ผมประสบความสำเร็จได้ในครั้งนี้ ตอนนี้ผมกำลังมุ่งมั่นที่จะให้การทำให้ดีอย่างต่อเนื่องเพื่อแข่งในรอบสุดท้ายระดับโลก”  ส่วน Mr. Janghyun Son แชมป์อีกคนหนึ่งได้กล่าวต่อว่า มันเป็นเกียรติมากที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและชนะเลิศโดยเป็นตัวแทนของประเทศเกาหลีใต้ ผมมีความสุขมาก ถ้าใครจะถามผมว่าสิ่งที่เป็นความลับของผมคืออะไร ผมเพียงแค่จะบอกว่าจะกลับมานั่งพักผ่อนและไว้วางใจจากรถบรรทุกของคุณ เพราะมันเป็นรถบรรทุกวอลโว่

เชื้อเพลิงทุกหยดมีค่า
  กว่าจะได้ตำแหน่งนักขับที่ใช้เชื้อเพลิงที่ได้มีประสิทธิภาพมากที่สุดในประเภททางราบ ของ Asian Pacific Fuelwatch Challenge 2016 ซึ่งสถิติของ Mr. Chin-lung Hsu ได้บันทึกว่าใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าปริมาณเชื้อเพลิงที่เผาไหม้สูงสุดในงานนี้ถึง 32%

  ส่วนในประเภทออฟโรด Mr. Janghyun Son คว้ารางวัลด้วยการใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าผู้เข้าแข่งคนอื่นถึงถึง 14% หากเป็นการใช้งานในโลกแห่งความจริง การประหยัดเชื้อเพลิงที่แชมป์ทั้งสองคนได้ทำไว้ทั้งในประเภททางราบและออฟโรด จะช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้อย่างมหาศาล อีกทั้งยังเป็นการช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

  เฮเลน เมลควิสท์ (Helene Mellquist) ประธานบริษัท วอลโว่ ทรัคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ร่วมแสดงความยินดีกับแชมป์ทั้งสอง พร้อมกล่าวว่า “ผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของผู้เข้าแข่งขัน คือการได้เน้นย้ำความสำคัญของผู้ขับขี่ในการใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การแข่งขันครั้งนี้คือการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาทักษะของผู้ขับขี่ และสร้างประโยชน์ในกับธุรกิจในระยะยาว”

  ภารกิจสำคัญของการแข่งขัน Asian Pacific Fuelwatch Challenge คือการเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่โดยสร้างภาระแก่ธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 ได้มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คนในฐานะทูตของชุมชนฟูเอลวอทช์ ที่ร่วมแบ่งปันทักษะและความรู้ด้านเทคนิคที่ได้จากการแข่งขัน ในการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้พัฒนาตนเอง เพื่อให้ภาคธุรกิจได้สร้างผลกำไรอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และเพื่อให้สังคมได้พัฒนาอย่างอย่างยั่งยืน – เพราะเชื้อเพลิงทุกหยดมีค่า  


 

Drunk Dont Drive