2017 Tesla Model S อัพเกรดออปชั่น ยกเลิกรุ่นท๊อป P90D
November 9, 2016
Motortrivia Team (3794 articles)

2017 Tesla Model S อัพเกรดออปชั่น ยกเลิกรุ่นท๊อป P90D

Posted by : AREA 54

 

●   ราว 7 เดือนนับจากการเปิดตัว Tesla Model S รุ่นปี 2017 เทสล่ามีการปรับรุ่นย่อยในการจำหน่าย และเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ หลายทาง จะว่าไปแล้วกลุ่มลูกค้าที่ซื้อรถในภายหลังน่าจะได้กำไรมากกว่าผู้ที่สั่งซื้อไปก่อนหน้านี้ ซึ่งในกรณีนี้มันก็เป็นเรื่องที่มีทั้งดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล

●   ล่าสุดเทสล่าประกาศยกเลิกการจำหน่ายรุ่นท๊อปรหัส P90D แบตเตอรี่แพค 90 กิโลวัทท์ (P คือ Performance 90 คือความจุแบตเตอรี่ และ D คือ Dual Motor หรือมอเตอร์ไฟฟ้าคู่) ดังนั้นผู้ที่ต้องการใช้งานโหมดเพิ่มพลัง “Ludicrous Mode” ก็จะถูกผลักให้ต้องขยับขึ้นไปเลือกรุ่นท๊อป P100D แทนที่… ท่านที่ติดตามข่าวเทสล่าอาจจะงงนิดๆ เอาเป็นว่า ข้อมูลในช่วงเดือนเมษายน 2016 ที่ผ่านมา ลืมไปก่อนเลยครับ

●   ยึดตามข้อมูลปัจจุบัน (พฤศจิกายน 2016) รุ่นย่อยใหม่จะประกอบด้วย Tesla Model S 60 และ Tesla Model S 75 ทั้งคู่จะใช้เลขความจุแบตเตอรี่เป็นตัวเลขรหัสรุ่นย่อย คือ 60 และ 75 กิโลวัทท์-ชม. และทั้งคู่จะมีออปชั่นเป็นรุ่น 60D และ 75D เพื่อบ่งบอกการใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าแบบคู่ (ขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive) ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 55,500 – 69,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2 – 2.5 ล้านบาท

●   เทสล่าทำแบบนี้เพื่ออะไร? เพื่อให้ราคาเริ่มต้นต่ำลงครับ แลกกับประสิทธิภาพที่หายไปนิดหน่อย โดยราคาเริ่มต้นใหม่นี้ คิดกลับเป็นเงินไทยจะถูกลงราวๆ 3 แสนบาท สิ่งที่หายไปสำหรับรุ่น entry-level คือความจุแบตเตอรี่แพคราว 10 กิโลวัทท์-ชม. (หรือนำรุ่น 60 ที่หายไปกลับมาอีกครั้ง) ส่วนรุ่น 75 ที่ทำตลาดแทนรุ่น 70 เดิม เท่ากับว่าได้ความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นมา +5 กิโลวัทท์-ชม.

●   ขยับขึ้นไปเป็นรุ่น Tesla Model S 90D ซึ่งเป็นทางเลือกแบบกลางๆ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 79,000 ดอลลาร์หรือราว 2.8 ล้านบาท ถูกลงนิดหน่อย… ทว่าการตัดทางเลือกรุ่น P90D เท่ากับว่าไม่มีโหมดเพิ่มพลัง Ludicrous Mode ให้ ดังนั้นกลุ่มลูกค้าที่มีเงินซื้อรถในระดับนี้ น่าจะถูกบังคับกลายๆ ให้ต้องเลือกรุ่นสูงสุด Tesla Model S P100D โดยธรรมชาติ แลกกับการติดตั้งซอฟท์แวร์/ฮาร์ดแวร์เพื่อใช้งาน Ludicrous Mode ส่วนราคาจำหน่ายนั้นอยู่ที่ 121,500 ดอลลาร์ หรือราว 4.3 ล้านบาท

●   สรุปแล้วราคารุ่นท๊อปจะสูงขึ้นราว 4,600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.7 แสนบาทครับ ฟังก์ชั่น Ludicrous Mode และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ไม่นับ เพราะมันเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่นท๊อปเดิม ดังนั้นของใหม่ในราคา 1.7 แสนที่เพิ่มเข้ามาคือ ความจุแบตเตอรี่ +10 กิโลวัทท์-ชม.

●   อย่างไรก็ตาม ออปชั่นที่ใหม่จริงๆ สำหรับ Model S คือ หลังคากระจก “Glass Roof” ซึ่งเทสล่าได้จัดตั้งแผนก in-house ในชื่อ Tesla glass technology group สำหรับพัฒนาเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ ภายใต้การนำทีมของ Mike Pillod อดีตวิศกรฝ่ายพัฒนาวัสดุในการผลิตของบริษัท Apple คุณสมบัติพิเศษคือ มันแข็งแรงกว่าหลังคา Panoramic แบบเดิม และยังผลให้สามารถเพิ่มความรู้สึกกว้างขวางในห้องโดยสารได้มากกว่าเดิมด้วยการตัดคานครอสเมมเบอร์เหนือเสา B ทิ้งไป ผู้ที่นั่งอยู่ในห้องโดยสารจะสามารถมองขึ้นไปได้แบบโล่งๆ ไม่มีอะไรขวางกั้นนอกจากกระจกเต็มบานชิ้นเดียว

●   เทสล่าระบุว่า หลังคา Glass Roof รุ่นใหม่สามารถกัน UV ได้ถึง 98% และกันความร้อนได้ถึง 81% ราคารวมติดตั้งเพิ่มเติมอยู่ที่ 1,500 ดอลลาร์ หรือราว 5.3 หมื่นบาท ทว่ารถรุ่นแรกที่มีการติดตั้งหลังคาใหม่นี้คือ Tesla Model 3 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า และคงจำหน่ายในลักษณะออปชั่นเสริมเช่นกัน   ●


2017 Tesla Model S