Mercedes เปิดตัว E-Class 2017 เจนเนอเรชั่น 10 รุ่นประกอบในประเทศ
January 31, 2017
Motortrivia Team (3662 articles)

Mercedes เปิดตัว E-Class 2017 เจนเนอเรชั่น 10 รุ่นประกอบในประเทศ

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

 

●   เมอร์เซเดส ประเทศไทย ต้อนรับปี 2560 ด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นประกอบในประเทศไทย หลังจากที่ทำตลาดรุ่นนำเข้ามาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2559 การจำหน่ายจะแบ่งเป็น 3 ทางเลือกเกรด ประกอบด้วย Mercedes-Benz E 220 d Avantgarde, Mercedes-Benz E 220 d Exclusive และ Mercedes-Benz E 220 d AMG Dynamic ราคาเริ่มต้น 3.39 ล้านบาท

●   มร. ไมเคิล เกรเว่ (Michael Grewe) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้และวันข้างหน้า เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงได้มีการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2560 นี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้เตรียมรุกตลาดรถหรูอย่างเต็มกำลังด้วยการประเดิมเปิดตัวยนตกรรม The E-Class ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ เจอเนอเรชั่นที่ 10 รุ่นประกอบในประเทศไทย”


มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   “The E-Class นับเป็นรถยนต์ในกลุ่ม Contemporary Luxury ที่เป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ และได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ ทั้งโดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะอันทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity รวมถึงเทคโนโลยียนตกรรมใหม่ล่าสุด ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้างให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบอีกด้วย”


มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (Frank Steinacher) รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The E-Class รุ่นประกอบในประเทศโมเดลล่าสุดนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”

แตกต่างตามเกรดรุ่นย่อย

●   E-Class เจนเนอเรชั่น 10 มีขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ภาพลักษณ์ปราดเปรียดด้วยฝากระโปรงหน้ายาว ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า หลังคาลาดเทในแบบรถคูเป้ อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างตามเกรดรุ่นย่อย โดย E 220 d Avantgarde จะมากับชุดไฟหน้า LED High Performance ส่วน E 220 d Exclusive และ E 220 d AMG Dynamic ใช้ไฟหน้าแบบ Multibeam LED ส่วนไฟท้ายเป็นแบบไฟชิ้นเดียวทุกรุ่น

●   ฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มเติมมีระบบไฟอัจฉริยะ ILS – Intelligent Light System, ระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS – Active Light System, ระบบเพิ่มความสว่างขณะเลี้ยวโค้ง Cornering Light, ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist

●   ด้านการตกแต่ง E 220 d AMG Dynamic จะพิเศษกว่าด้วยชุดแต่ง AMG ประกอบด้วยล้ออัลลอย AMG ทรง 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว, แอร์โรพาร์ท AMG ครบชุด กันชนหน้า หลัง สเกิร์ตข้าง, ชุดดิสค์เบรคหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน พร้อมตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์หน้า และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

●   ห้องโดยสารตามสไตล์ E-Class เน้นความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร เบาะหลังพับได้แบบ 1/3 และ 2/3 บรรทุกสัมภาระได้สะดวก การตกแต่งต่างกันตามรุ่นย่อย E 220 d Avantgarde และ E 220 d Exclusive ใช้ธีมหรู เบาะหุ้มหนัง Artico พวงมาลัยหุ้มหนัง Nappa ส่วนรุ่น E 220 d AMG Dynamic จะเน้นความสปอร์ตด้วยเบาะหุ้มหนัง Nappa, พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบปาดล่างหุ้มหนัง Nappa

●   อำนวยความสะดวกด้วยระบบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ Wireless Charging, จอดิจิทัลความละเอียดสูง 2 จอ ทั้งคู่ออกแบบให้อยู่ติดกันแบบต่อเนื่อง แบ่งการแสดงผลเป็น 2 ส่วนคือ จอไวด์สกรีนหลังพวงมาลัย แสดงผลมาตรวัดต่างๆ เลือกได้ 3 รูปแบบ Classic, Sport และ Progressive อีกส่วนคือจอกลางสำหรับใช้งานระบบอินโฟเทนเมนท์ ทว่ารุ่น E 220 d AMG Dynamic จะมีจอ Head-up Display ให้เพิ่มเติม

●   ชุดระบบมัลติมีเดียในรุ่น E 220 d Avantgarde และ E 220 d Exclusive เป็นระบบ MB Audio 20 พร้อม Controller และ Touchpad ส่วนรุ่น E 220 d AMG Dynamic ใช้ระบบ COMAND Online พร้อม Controller และ Touchpad ฟังก์ชั่นพื้นฐานมีระบบสั่งการด้วยเสียง (Linguatronic เฉพาะภาษาอังกฤษ), ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้งฝั่ง iOS และ Android ผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto ทุกรุ่นมีระบบนำทางและไฟแอมเบียนไลท์ที่ปรับสีได้ 64 สีเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ความปลอดภัยไม่เป็นรองใคร

●   ระบบความปลอดภัย Mercedes-Benz Intelligent Drive ไม่แตกต่างกันครับ ชุดระบบประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร, ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าผู้ขับ, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า, ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง, ระบบควบคุมการทรง ESP, ระบบเบรค ABS, ระบบเบรค Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น Hold และ Hill-start Assist, ไฟเบรคกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรคฉุกเฉิน Adaptive Brake Light, ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับ Attention Assist, ระบบรักษาความเร็ว Cruise Control และจำกัดความเร็ว Speedtronic, เซ็นเซอร์ช่วยจอด Parktronic, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Pilot including Active Parking Assist, ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ ASSYST Service interval indicator และระบบเตือนแรงดันลมยาง Tyre pressure loss warning system

●   อย่างไรก็ตาม E 220 d Avantgarde จะมีกล้องหลังช่วยแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ ในขณะที่ E 220 d Exclusive และ The E 220 d AMG Dynamic จะพิเศษขึ้นด้วยกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง

●   ด้านพละกำลัง ทุกรุ่นยังคงใช้งานเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 1,950 ซีซี พ่วงกับเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำเพียง 1,600 – 2,800 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเฉี่ยประมาณ 25.6 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 102 กรัม/กม. เท่านั้น นับเป็นจุดเด่นของเครื่องดีเซลเลยทีเดียวครับ

ราคาจำหน่าย

–   Mercedes-Benz E 220 d Avantgarde ราคา 3,390,000 บาท
–   Mercedes-Benz E 220 d Exclusive ราคา 3,690,000 บาท
–   Mercedes-Benz E 220 d AMG Dynamic ราคา 3,990,000 บาท

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.mercedes-benz.co.th   ●


2017 Mercedes-Benz E 220 d CKD


2017 Mercedes-Benz E 220 d : Official Images

Honda Jazz