February 2, 2017
Motortrivia Team (6627 articles)

5 อันดับนักแข่งยอดฝีมือที่ไม่เคยชนะการแข่งขัน


Posted by : Fascinator 

 

●   ในการแข่งขันความเร็วนั้น บางครั้งชัยชนะก็ไม่สามารถคว้ามาได้ด้วยฝีมืออย่างเดียว โชคชะตาก็มีส่วน ซึ่งบางครั้งมันก็เล่นตลกร้ายกับนักแข่งคนนั้น ESPN ได้จัด 5 อันดับยอดฝีมือแห่งวงการ ฟอร์มูล่า วัน ซึ่งคนเหล่านี้นั้นแม้จะมีฝีมือดีเป็นที่ยอมรับ แต่พวกเขากลับไม่เคยสัมผัสชัยชนะเลย

5. Nick Heidfeld

●   นิค ไฮด์ฟีลด์ นักแข่งเยอรมันผู้ได้รับสมญานาม “Quick Nick” เขามีช่วงเวลาก่อนเข้าเอฟวันที่ยอดเยี่ยม แชมป์ฟอร์มูล่าฟอร์ด 2 ปี ซ้อน และแชมป์เอฟทรี ควบคู่ไปกับหน้าที่ทดสอบรถให้แม็คลาเรน เขาได้รับการโปรโมตขึ้นมาขับเอฟวันในปี 2000 กับทีมพรอสต์ และย้ายไปอยู่กับเซาเบอร์ในปี 2001 คู่กับ คิมี ไรค์โคเนน แต่ถึงแม้ว่าเขาจะทำคะแนนเหนือกว่า ไรค์โคเนน ได้ แม็คลาเรนกลับเลือก ไรค์โคเนน ให้ไปแทนที่ มิก้า ฮัคคิเนน ซึ่งวางมือจากวงการ

●   ไฮด์ฟีลด์ อยู่กับเซาเบอร์จนถึงปี 2003 เขาย้ายไปจอร์แดนในปีถัดไป และย้ายทีมอีกครั้งในปี 2005 ไปอยู่กับวิลเลียมส์ ที่ซึ่งเขาคว้าโพลมาได้ 1 ครั้ง และอันดับ 2 อีก 2 ครั้ง ที่โมนาโคและนูร์เบิร์กริง เขาย้ายกลับไปเซาเบอร์อีกครั้งซึ่งกลายเป็นทีมโรงงานบีเอ็มดับบลิวในปี 2006 แต่กลับถูก โรเบิร์ต คุบิคซ่า ชิงคว้าชัยชนะให้กับบีเอ็มดับบลิวไปได้ก่อนในปี 2008 ที่แคนาดา

●   หลังจากปี 2008 บีเอ็มดับบลิวก็มีผลงานตกลง นั่นส่งผลให้ผลงานของ ไฮด์ฟีลด์ ตกลงเช่นกัน เขาออกจากวงการในช่วงเวลาสั้นๆ หลังปี 2009 กลับมาแข่งให้กับเซาเบอร์ซึ่งกลายเป็นทีมอิสระอีกครั้งในปลายปี 2010 และได้ไปเป็นนักแข่งให้กับเรโนลต์ในปี 2011 อยู่ 11 สนาม ก่อนที่จะถูกเรโนลต์ดรอปทิ้งกลางอากาศ ยุติอาชีพนักแข่งเอฟวันของเขาด้วยโพเดียม 13 ครั้ง และโพล 1 ครั้ง

4. Derek Warwick

●   ดีเรค วอร์วิค เริ่มต้นอาชีพเอฟวันในปี 1981 กับโทลมัน เขาค่อยๆ ไต่ระดับและได้ไปอยู่กับเรโนลต์ในปี 1984 แทนที่ อแลง พรอสต์ มันน่าจะเป็นปีที่ดีของเขา เขานำการแข่งขันที่บราซิล แต่ระบบช่วงล่างมีปัญหาจึงต้องออกจากการแข่งขัน เขาเข้าเส้นชัยอันดับ 2 ใน 2 สนาม ต่อมาที่เบลเยียมและสหราชอาณาจักรฯ แต่เมื่อฤดูกาลค่อยๆ ผ่านไป ชัดเจนแล้วว่านี่คือจุดเริ่มต้นการเสื่อมถอยของเรโนลต์ เรโนลต์ไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ในปีนั้น เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ที่พวกเขาไม่ชนะ

●   วอร์วิค ได้ตัดสินใจบอกปัดข้อเสนอของวิลเลียมส์และอยู่กับเรโนลต์ต่อในปี 1985 แต่นั่นดูจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ เรโนลต์มีผลงานย่ำแย่อย่างหนักและตัดสินใจถอนตัวจากวงการหลังสิ้นสุดปี 1985 เขาได้รับการทาบทามจากโลตัสในปี 1986 เพียงแต่ ไอร์ตัน เซนน่า ปฏิเสธที่จะรับ วอร์วิค เป็นเพื่อนร่วมทีม วอร์วิค ว่างเว้นจากวงการ 1 ปี และได้กลับมาอีกครั้งในปี 1987 โดยแทนที่ อีลิโอ เดอ แองเจลิส ในบราบัม ซึ่งเสียชีวิตที่สนามพอลริคาร์ด เขาย้ายไปแอโรว์ในปี 1987 และจบฤดูกาลในอันดับ 8

●   เขาสูญเสียโอกาสชนะถึง 2 ครั้ง ในปี 1989 ครั้งแรกทีมงานพิททำงานผิดพลาดที่บราซิล และเครื่องยนต์ของเขาพังในขณะนำการแข่งขันอยู่ที่แคนาดา ก่อนจะย้ายไปโลตัสในปีถัดมา

●   ในปี 1991 และ 1992 เขาออกจากวงการไปเข้าร่วมการแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมง และคว้าชัยชนะได้ในปีหลังของการแข่งขัน เขากลับเข้าวงการเอฟวันอีกครั้งเป็นเวลา 1 ปี ในปี 1993 กับทีมฟุตเวิร์ค และนั่นเป็นปีสุดท้ายของเขากับการโลดแล่นอยู่ในวงการเอฟวันโดยที่ไม่ชนะเลย

3. Martin Brundle

●   มาร์ติน บรันเดิล น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีของแฟนๆ เอฟวันยุคโมเดิร์น เขาเป็นผู้บรรยายภาคสนามที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี แต่รู้หรือไม่ว่าเขาก็เป็นหนึ่งในนักแข่งเอฟวันที่ไม่สามารถบรรลุความฝันคว้าชัยชนะได้ บรันเดิล มีชื่อเลื่องลือเป็นอย่างมากในการแข่งขันเอฟทรี ที่ซึ่งเขาได้แบทเทิลกับ ไอร์ตัน เซนน่า อย่างสนุกสุดมันส์ เขาได้เลื่อนชั้นขึ้นมาขับเอฟวันในปี 1984 กับไทร์เรล ซึ่งเขาคว้าอันดับ 5 และอันดับ 2 ได้ใน 2 เรซแรก แต่อุบัติเหตุที่ดาลลัสทำให้ข้อเท้าของเขา 2 ข้างหัก และทำให้เขาต้องพักยาวจนจบฤดูกาลแข่งขัน การชนในครั้งนั้นทำให้ บรันเดิล ไม่สามารถใช้เท้าซ้ายเบรกได้ และอาชีพนักแข่งเอฟวันของเขาก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่นานจนกระทั่งเขาย้ายไปเบเนตองในปี 1992 เขาคว้าโพเดียมมาได้ 5 ครั้ง และทำผลงานได้แมตช์กับ มิคาเอล ชูมัคเกอร์ เลยทีเดียว แต่ชัยชนะก็ยังคงมาไม่ถึงมือของเขา

●   เขาย้ายไปสังกัดลิจิเยในปีถัดมาและขยับไปอยู่แม็คลาเรนในปี 1994 แต่การมาของเขานั้นช้าเกินไปเนื่องจากเป็นช่วงขาลงของแม็คลาเรน เขาคว้าโพเดียมได้อีก 1 ครั้ง หลังจากย้ายกลับไปลิจิเยในปี 1995 และจบอาชีพเอฟวันกับจอร์แดนในปีถัดมา

2. Jean Behra

●   ฌอง เบฮา มีความสามารถมากขนาดอาจได้เป็นแชมป์โลกชาวฝรั่งเศสคนแรกในยุค 1950 อย่างไรก็ตามด้วยเหตุผลหลายอย่าง เบฮา ไม่เคยได้บันทึกชัยชนะลงในชื่อของเขาเลย เขากลายเป็นฮีโร่ของชาติจากการชนะรายการที่ไม่นับคะแนนที่แร็งส์ในปี 1952 กับกอร์ดินี่ เขาแข่งให้กับสังกัดนี้จนถึงปี 1954 ซึ่งในปีถัดมาเขาตัดสินใจย้ายไปค่ายมาเซราติและชนะทันทีกับรายการที่ไม่นับคะแนนที่เปาและบอร์ดูซ์ อย่างไรก็ตามเขาต้องยอมศิโรราบให้กับคู่แข่งอย่างเมอร์เซเดส ซึ่งรถ W196s เป็นรถที่ดีที่สุดคันหนึ่งในประวัติศาสตร์

●   เมอร์เซเดสถอนตัวหลังจบปี 1955 หลังเหตุการณ์หายนะเลอมังส์ เบฮา จึงได้เพื่อนร่วมทีมใหม่เป็น ฮวน มานูเอล ฟานจิโอ้ และ สเตอลิง มอส เขากลายเป็นมือ 2 ของคู่หูซุปเปอร์สตาร์คู่นี้ในปี 1956 และ 1957 อย่างไรก็ตามเขายังคว้ามาได้ 6 โพเดียม ในช่วงเวลานั้น

●   เขาย้ายไปสังกัดโอเว่นในปี 1958 และไปยังค่ายเฟอร์รารีในปี 1959 แต่การอยู่ที่เฟอร์รารีของเขานั้นสั้นนัก หลังจากที่เขาไปชกหน้าผู้จัดการทีมข้อหาความผิดพลาดของทีมทำให้เขาไม่จบการแข่งขัน เขาถูกดรอปออกจากทีมทันที

●   ไม่ถึงเดือนหลังจากนั้นเขาเสียชีวิตในการแข่งขันรถสปอร์ตที่เบอร์ลิน และฝรั่งเศสต้องรอจนถึงปี 1985 ทีเดียวกว่าที่พวกเขาจะมีแชมป์โลกคนแรกซึ่งมีนามว่า อแลง พรอสต์

1. Chris Amon

●   หลายคนเชื่อว่า คริส เอม่อน มีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นแชมป์โลกได้ อย่างไรก็ตามเขาเป็นคนที่อับโชคซึ่งโชคไม่เข้าข้างเขาเลยตลอดอาชีพนักแข่งเอฟวันของเขา เขาไปเตะตา เอนโซ่ เฟอร์รารี หลังจากชนะเลอมังส์ในปี 1966 ซึ่งเฟอร์รารีได้เซ็นเขาเข้าทีมในปีถัดมา เขาคว้าโพเดียมได้ตั้งแต่สนามแรกที่เขาลงแข่งที่โมนาโค แต่ผลงานของเขาถูกครอบงำจากอุบัติเหตุการเสียชีวิตของ โลเรนโซ บันดินี่

●   ในปีถัดมาเขาและเฟอร์รารีได้รถที่มีศักยภาพจะคว้าแชมป์โลกได้ เขาถลุงคู่แข่งยับในสเปน เพียงแต่ปั๊มเชื้อเพลิงมีปัญหาจนทำให้เขาต้องออกจากการแข่งขัน สนามถัดมาที่เบลเยียม หม้อน้ำของเขารั่วทำให้เขาต้องออกจากการแข่งขันในขณะที่กำลังนำอยู่ และรถของเขาก็มีปัญหาตามรังควานทำให้เขาไม่จบการแข่งขันมากมายในปีนั้น

●   ในปี 1971 ที่อิตาลี เขาคว้าโพลและอาจจะชนะได้ในวันนั้น เพียงแต่เขาไปดึงไวเซอร์ออกไปทั้งแผงแทนที่จะเป็นแผ่นพลาสติคแผ่นเดียวทำให้เขาอันดับหล่นไปอยู่อันดับ 6 ซึ่ง 5 อันดับแรกนั้นห่างกันไม่ถึงวินาที เขามีโอกาสคว้าชัยชนะอีกครั้งในปีถัดมาที่ฝรั่งเศส แต่ยางของเขาแตกทำให้เขาหล่นไปอยู่อันดับ 3 ซึ่งเขายังพยายามกดคันเร่งไล่ผู้นำอย่าง แจ็คกี้ สจ๊วต อยู่ 2 วินาที ต่อรอบ

●   อลัน เฮนรี นักข่าวเอฟวันซึ่งเสียชีวิตเมื่อต้นปี 2016 ได้เรท เอม่อน เป็นหนึ่งในนักแข่งที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์เอฟวัน ส่วนตำนานทีมบอสของเฟอร์รารี เมาโร ฟอร์กิเอรี่ ก็กล่าวว่า เอม่อน เป็นคนที่ใกล้เคียงที่สุดกับ จิม คลาร์ค ในแง่ของฝีมือดิบๆ

●   เอม่อน เสียชีวิตด้วยวัย 73 ปี เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2016 ด้วยโรคมะเร็ง   ●


ที่มา :
•   espnf1.com.


 

Drunk Dont Drive