2018 Alpine A110 การกลับมาอีกครั้งของสปอร์ตสายพันธุ์แรลลี่
March 7, 2017
Motortrivia Team (4998 articles)

2018 Alpine A110 การกลับมาอีกครั้งของสปอร์ตสายพันธุ์แรลลี่


Posted by : AREA 54

 

●   นับจากการเผยโฉมรถต้นแบบ Alpine Celebration Concept ในปี 2015 ในฐานะตัวแทนการเฉลิมฉลอง 60 ปีแบรนด์ อัลไพน์ (หรืออันที่จริงต้องออกเสียงว่า “อัลพีน”) ต่อด้วยรถต้นแบบกึ่งโปรโตไทป์ Alpine Vision Concept ในปี 2016 เพื่อพรีวิวคันจริง ล่าสุดในปี 2017 นี้ อัลไพน์ได้เปิดตัวรุ่นจำหน่ายจริงของสปอร์ตคอมแพคท์ 2 ที่นั่ง ขับหลัง เครื่องยนต์วางกลาง Alpine A110 เป็นที่เรียบร้อย คู่แข่งในกลุ่มเดียวกันก็คือสปอร์ตขนาดเล็ก Alfa Romeo 4C และ Porsche 718 Cayman.

●   ในเบื้องต้น คันจริงไม่มีการเปลี่ยนชื่อเป็น A120 ตามข่าวลือก่อนหน้า อัลไพน์ให้ข้อมูลว่า นี่คือการสานต่อความสำเร็จของ สปอร์ตในอดีตอย่าง A110 Alpine Berlinette (Berlinette หมายถึงคูเป้) โดยเป็นการตีความ หรือออกแบบและผลิตใหม่ทั้งหมด อ้างอิงภาพลักษณ์ดั้งเดิมเพื่อเชื่อมต่ออดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน โดยมีเทคโนโลยีล่าสุดมารองรับความต้องการของนักขับรุ่นใหม่ ในขณะที่แฟนๆ ในยุคดั้งเดิมก็จะไม่รู้สึกว่ามันเป็นรถรุ่นใหม่ที่แปลกแยก และไม่มีอะไรยึดโยงกับตำนานในอดีต

●   ข้อมูลทางเทคนิคอย่างเป็นทางการยังไม่แน่ชัดครับ ทว่าสิ่งที่แน่นอนก็คือ มันจะได้ใช้งานเครื่องยนต์ของเรโนลท์ที่มีกำลังสูงสุดราว 250 – 300 แรงม้า ซึ่งเป็นแบบเบนซิน 4 สูบ เทอร์โบชาร์จ ความจุ 1.6, 1.8 หรือ 2.0 ลิตร ซึ่งปัจจุบันใช้อยู่ใน Renault Clio RS หรือ Megane Renault RS

●   อัลไพน์จะจัดแสดง A110 ใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 7 มีนาคม 2017 ภายในงาน Geneva Motor Show โดยในช่วงแรกผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับรถลอทแรกที่ผลิตเป็นพิเศษในชื่อ Alpine A110 Premiere Edition จำกัดจำนวนที่ 1,955 คัน (ตัวเลขปีในการก่อตั้งบริษัทอัลไพน์ในฐานะบริษัทย่อยของเรโนลท์) ราคาจำหน่ายในฝรั่งเศสเริ่มต้นที่ 55,000 – 60,000 ยูโร หรือประมาณ 2 – 2.3 ล้านบาท

●   หลังการจำหน่ายรุ่น Premiere Edition รุ่นพื้นฐานของ A110 จะเริ่มส่งมอบได้ภายในปี 2017 นี้ เริ่มต้นที่ 12 ประเทศในยุโรป ประกอบด้วย ออสเตรีย, เบลเยียม, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์, โปแลนด์, โปรตุเกศ, สเปน, สวีเดน และสวิทเซอร์แลนด์ ในขณะที่สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปี 2018   ●


Update 1 : พร้อมลุยด้วยเครื่อง 4 สูบ 1.6 ลิตร 252PS

28 June, 2016 AT 10:29 AM

 

●   อัลไพน์เผยรายละเอียดทางเทคนิคของ A110 ออกมาแล้ว หลังเปิดตัวเป็นทางการไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาใน เจนีวาฯ 2017 เบื้องต้นความยาวตัวรถรวม 4,178 มม. กว้าง 1,798 มม. สูง 1,252 มม. ฐานล้อ 2,419 มม.

●   A110 เป็นรถที่เน้นความเบาด้วยการใช้อลูเนียมในการผลิตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแชสซีส์, ตัวถัง, ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบน หรือแม้แต่ชุดคาลิเปอร์เบรค Brembo ก็ยังผลิตเฉพาะกิจ ใช้อลูมิเนียมล้วนๆ ในการผลิตให้ ซึ่งอัลไพน์ระบุว่า A110 จะมีระบบเบรคที่เบาที่สุดในโลก และเป็นผู้ผลิตรายแรกของโลกที่ออกแบบชุดเบรคหลังให้ควบรวมเข้ากับเบรคมือไฟฟ้า ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงไปได้อีก 2.5 กก.

●   นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ติดรถเฉพาะตัวอีกหลายรายการ อาทิ ล้ออลูมิเนียมขึ้นรูปแบบฟอร์จขนาด 18 นิ้ว ที่ผลิตโดย Otto Fuchs บริษัทผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีรถยนต์ อากาศยาน และโครงสร้างอาคาร, เบาะทรงบัคเก็ทแบบชิ้นเดียวที่ผลิตโดย Sabelt น้ำหนัก 13.1 กก. ยังผลให้ตัวรถมีน้ำหนักเปลือยๆ แบบไม่รวมของเหลวเพียง 1,080 กก.

●   ด้านแอร์โรไดนามิค อัลไพน์ออกแบบแผ่นปิดใต้ท้องรถ ช่วยให้อากาศไหลผ่านใต้ท้องรถได้รวดเร็วขึ้น ก่อนจะไปจัดระเบียบการรีดอากาศด้วยดิฟฟิวเซอร์ทางด้านท้ายเพื่อช่วยสร้างแรงกดให้กับตัวรถ และด้วยรูปทรงที่เรียวในลักษณะหยดน้ำทั้งคัน ทำให้ A110 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศเพียง 0.32 เท่านั้น ซึ่งตัวเลขค่า Cd. หรือ Coefficient of Drag ของ A110 นี้อยู่ในระดับเดียวกับซูเปอร์คาร์อย่าง Lamborghini Huracan (0.33) หรือ Porsche 911 (0.31) เลยทีเดียว

●   สำหรับชุดระบบขับเคลื่อนที่อัลไพน์อุบเอาไว้มานาน ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 1.8 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 252 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 32.6 กก.-ม. จับคู่ระบบส่งกำลังแบบดูอัลคลัทช์ 7 จังหวะ ออกแบบ ผลิต และคำนวณอัตราทดโดย Getrag ควบคุมด้วยปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง

●   โหมดในการขับเลือกได้ 3 แบบคือ Normal, Sport และ Track ตามข้อมูลเครื่องยนต์บล็อคนี้เป็นรุ่นที่ออกแบบและผลิตโดยวิศวกรของเรโนลท์-นิสสัน โดยวิศวกรของอัลไพน์ได้นำมาปรับปรุงประสิทธิภาพเพิ่มเติมก่อนนำมาติดตั้งใช้งานจริงใน A110 อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดเอาไว้ที่ 250 กม./ชม.

●   โดยรวมแล้ว A110 ก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่ารถสปอร์ต หรือรถในกลุ่ม S-segment ระดับเดียวกันมากนัก ยกตัวอย่าง Alfa Romeo 4C เครื่อง 4 สูบ 1.7 ลิตร 240 แรงม้า ที่ชดเชยกำลังที่ด้อยกว่าเล็กน้อยด้วยน้ำหนักตัวไม่รวมของเหลวเพียง 895 กก. อย่างไรก็ตาม A110 ในฐานะรถสปอร์ตที่เป็นตัวแทนการกลับมาอีกครั้งของแบรนด์อัลไพน์ นับว่าเป็นการหวนคืนสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มต้นได้สวยทีเดียว   ●


2018 Alpine A110


 

Drunk Dont Drive