2018 Audi g-tron เตรียมขยายไลน์อัพในโครงการ Audi e-gas
March 19, 2017
Motortrivia Team (5379 articles)

2018 Audi g-tron เตรียมขยายไลน์อัพในโครงการ Audi e-gas


Posted by : AREA 54

 

●   ออดี้เตรียมขยายไลน์อัพรถกรีนพลังงาน 2 ระบบ “g-tron” (หรือรถเบนซิน/CNG) ในยุโรปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปี 2017 นี้เป็นต้นไป โดยจะทำการมอบสิทธิพิเศษให้กับเจ้าของรถ A3, A4 และ A5 g-tron ด้วยแพคเกจเติมพลังงาน 3 ปีผ่านแผนงานที่ออดี้เรียกว่า Audi e-gas project ซึ่งมีจุดประสงค์หลักคือการลด CO2 แบบรวมผลในทุกขั้นตอนลง 80%

●   แผนงาน Audi e-gas project คือแนวคิดในการผลิตและใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ซึ่งออดี้นับว่าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกในเยอรมันที่มีแนวคิดในการป้อนพลังงานให้กับรถตระกูล g-tron ด้วยการผลิตพลังงานในลักษณะนี้ โดยอาศัยความร่วมมือจาก ETOGAS GmbH ในการสร้างโรงงานที่ใช้เทคโนโลยี Power to gas (หรือ power-to-gas หรือ P2G) ขนาดใหญ่ ที่สามารถผลิตเชื้อเพลิงสังเคราะห์ในสถานะแก๊ส (มีเธนสังเคราะห์) โดยอาศัยต้นกำลังมาจากพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตโดยกังหันลม และยังสามารถเก็บสำรองพลังงานเพื่อจ่ายแก๊สให้กับครัวเรือน รวมทั้งนำของเหลือและ CO2 กลับมาหมุนเวียนได้ด้วย

●   สำหรับรถในตระกูล g-tron ที่ออดี้จะเริ่มขยายรุ่นรถในปีนี้ มีต้นกำเนิดมาจาก Audi A3 Sportback g-tron ในปี 2013 โดยในขณะนั้นออดี้ได้ชูดจุดเด่นด้านความปลอดภัยด้วยการนำเสนอถังน้ำหนักเบารุ่นใหม่ ผลิตด้วยวัสดุชนิดใหม่ในตระกูลพลาสติกดูราเธนภายใต้ชื่อ โพลีเอไมด์ ซิกส์ (Polyamide 6) ผลงานพัฒนาของ xperion Energy และ LANXESS ซึ่งเบากว่าถังเหล็กกล้าราว 75% กันการรั่วซึมของแก๊สได้ดีกว่าโพลีเอทิลีน 100 เท่า และทนทานต่อการหดตัวที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

●   โดยธรรมชาติ การเติมแก๊สกลับเข้าไปในถังจะทำให้เกิดการขยายตัวอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ตัวถังด้านในปริ-ฉีกขาด ทว่าถังแบบใหม่ที่ผลิตจากโพลีเอไมด์ ซิกส์ จะสามารถเติมเชื้อเพลิงได้ปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม และยังทำงานได้ดีที่อุณหภูมิต่ำสุดถึง -40 องศาเซลเซียส

●   ในเบื้องต้น รุ่นรถที่จะร่วมในโครงการ Audi e-gas project ประกอบด้วย Audi A3 Sportback g-tron รุ่นปรับปรุงใหม่เป็นรุ่นนำร่อง จากนั้นจะเป็นคิวของ Audi A4 Avant g-tron และ Audi A5 Sportback g-tron ซึ่งเป็น 2 รุ่นใหม่ที่จะเริ่มทำตลาดในอนาคตอันใกล้ ระบบขับเคลื่อนหลักประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน TFSI ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) แรงบิด 27.5 กก.-ม. พร้อมถังเชื้อเพลิงจุ 25 ลิตร เฉพาะในส่วนนี้ตัวรถจะวิ่งทำระยะทางได้ราว 450 กม.

●   ส่วนตัวช่วยอย่าง CNG จะติดตั้งถังแก๊สโพลีเอไมด์ ซิกส์ จำนวน 4 ถัง คิดเป็นปริมาณรวม 19 กก. ช่วยให้วิ่งทำระยะด้วย CNG เพียวๆ เพิ่มเติมได้อีก 500 กม. เท่ากับว่าเจ้าของรถจะสามารถเดินทางได้เป็นระยะทางรวมราว 950 กม. ต่อการเติมเชื้อเพลิงทั้ง 2 ชนิด 1 ครั้ง

●   ออดี้ระบุว่าหากวิ่งด้วย CNG ล้วนๆ A3 Sportback g-tron จะคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียเฉลี่ยเพียง 89 – 98 กรัม/กม. เท่านั้น ในขณะที่การวิ่งด้วยเบนซินจะเพิ่มตัวเลขขึ้นเป็น 117 – 128 กรัม/กม. ส่วน A4 และ A5 g-tron ซึ่งมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าในกลุ่ม D-segment ก็ยังมีอัตราการคาย CO2 ที่หรูอยู่พอสมควร โดยทั้งคู่จะมีตัวเลข CO2 เฉลี่ยเพียง 100 – 117 กรัม/กม. เท่านั้น ในขณะที่วิ่งด้วย CNG ทว่าในการวิ่งด้วยเบนซิน ตัวเลขเฉลี่ยของทั้งคู่จะมากกว่า 140+ กรัม/กม.

●   ในเยอรมัน ผู้ที่ซื้อรถ A3, A4 และ A5 ตระกูล g-tron ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะได้รับสิทธิพิเศษเติมพลังงาน 3 ปีในโครงการ Audi e-gas แต่หากซื้อรถหลังวันที่ 31 พฤษภาคม 2018 ก็จะเสียสิทธิตรงนี้ครับ   ●


2018 Audi g-tron


 

Drunk Dont Drive