Nissan Note 1.2 VL ประหยัด กว้างขวาง อุปกรณ์ครบ
March 18, 2017
Motortrivia Team (4746 articles)

Nissan Note 1.2 VL ประหยัด กว้างขวาง อุปกรณ์ครบ


เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : นิสสัน ประเทศไทย

 

●   นิสสัน โน๊ต เปิดตัวในไทยช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นอีโค คาร์ รุ่นที่ 3 ของนิสสันต่อจาก มาร์ช และ อัลเมร่า และเป็นรถยนต์รุ่นแรกภายใต้แนวคิด Nissan Intelligent Mobility – นวัตกรรมการเคลื่อนที่อัจฉริยะ แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย 1.2 V ราคา 568,000 บาท และ 1.2 VL ราคา 640,000 บาท ทำตลาดแทนมาร์ช รุ่นท๊อป 1.2 V และ 1.2 VL นั่นเอง ส่วนมาร์ช รุ่น 1.2 S, 1.2 E และ 1.2 EL ยังคงทำตลาดต่อไป

●   มาพร้อม 3 จุดเด่นหลักประกอบด้วย ดีไซน์ล้ำสมัยปราดเปรียว ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ใช้งานง่าย สะดวกปลอดภัย และมีความสบายเหนือระดับด้วยภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ภายนอกติดตั้งไฟหน้า LED โปรเจ็คเตอร์ พร้อมไฟหรี่ LED Signature Light มีไฟตัดหมอก ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ Distinctive-design ทรงบูมเมอแรง พร้อมไฟเบรก LED 4 ดวง รุ่น VL มีสปอยเลอร์หลังภายในเด่นที่ความกว้างขวางเกินระดับรถ โดยเฉพาะที่นั่งด้านหลัง ห้องโดยสารโทนสีดำสอดแทรกด้วยวัสดุสีเงิน คอนโซลตกแต่งด้วยสีดำเงา Piano Black เบาะผ้าสีดำแต่งขอบด้วยสีเบจ

●   พวงมาลัยทรง D-shape ปลายตัด นอกจากดูสปอร์ตแล้วยังช่วยให้เข้า-ออกรถได้ง่าย เป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นมีสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth พวงมาลัยสามารถปรับสูง-ต่ำได้ มาตรวัดเรืองแสง MID พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับ ทั้งระยะการเข้ารับบริการ อุณหภูมิภายนอก นาฬิกาดิจิตอล เสียงสัญญาณเตือนเมื่อลืมปิดไฟหน้า เตือนเมื่อลืมกุญแจไว้ในรถ สะดวกสบายด้วย กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Intelligent Key พร้อมระบบ Immobilizer และปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์

●   รุ่นสูงสุด VL มาพร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เครื่องเสียง Kenwood จอ LED ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดสูง รองรับ Smart Phone พร้อมกัน 2 เครื่อง เล่นไฟล์ภาพยนตร์ได้หลากหลายทั้ง MP4, WMA, DIVX, WAV, WMV มีระบบเซฟตี้ทำงานเฉพาะรถจอดนิ่งและดึงเบรกมือ ถ้ารถเคลื่อนที่จะตัดภาพและมีแต่เสียง ส่วนไฟล์ภาพนิ่งรองรับ JPEG, BMP และ PNG มีช่อง USB และ HDMI เชื่อมต่อ Bluetooth สามารถลิงค์ภาพนิ่งหรือวีดิโอจาก Smart Phone ขึ้นหน้าจอในรถได้ โดยควบคุมการทำงานผ่าน Smart Phone

●   ห้องโดยสารกว้างขวางเช่นเดียวกับอัลเมร่า โดยนิสสัน โน๊ต มีฐานล้อยาว 2,600 มิลลิเมตร เบาะผู้ขับปรับสูงต่ำได้ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้ และเป็นระบบรั้งกลับอัตโนมัติและผ่อนแรงดึง พร้อมแอร์แบ็กคู่หน้า เบาะหลังติดตั้งสูงกว่าเบาะหน้าเล็กน้อย เพื่อให้ผู้โดยสารด้านหลังมีทัศนวิสัยที่ดี ลดอาการเมารถ มาพร้อมเข็มขัดนิรภัย 3 จุด 3 ตำแหน่ง หมอนรองศีรษะ 3 ตำแหน่งแบบเลื่อนได้ พนักพิงเบาะหลังห่างจากเบาะหน้า 643 มิลลิเมตร มีจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก มาตรฐาน ISOFIX

ระบบความปลอดภัยครบครัน

●   พื้นห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายปรับเป็น 2 ชั้นได้ ประตูหลังเปิดได้ 3 ระดับ คือ 47, 65 และ 85 องศา สามารถใส่ทีวีขนาด 50 นิ้ว เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และจักรยานพับ ส่วนประตูหน้าเปิดได้กว้างสุด 70 องศา จุดเด่นของรถสไตล์ 5 ประตูคือ มีประตูบานท้ายที่เปิดได้กว้าง สำหรับนิสสัน โน๊ต เมื่อเปิดประตูแล้วช่องประตูท้ายจะมีความกว้าง 950 มิลลิเมตร และสูง 830 มิลลิเมตร เมื่อรวมกับฟังก์ชั่นพนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ 60:40 จึงทำให้นิสสัน โน๊ต สามารถใช้งานได้เอนกประสงค์ยิ่งขึ้น

●   ระบบความปลอดภัยตามคอนเซ็ปต์ Nissan Intelligent Mobility ไม่ได้มุ่งเน้นเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ใช้รถเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงคนเดินเท้าและผู้ที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน ซึ่งนิสสันเรียกว่า Intelligent Driving Technology ที่ใส่มาในนิสสัน โน๊ต ประกอบด้วย Around View Monitor กล้องรอบทิศทาง ประกอบด้วยกล้อง 4 ตัว ติดตั้งที่กระจังหน้าตรงโลโก้ กระจกมองข้างซ้าย-ขวา และ ด้านหลัง แสดงภาพบนกระจกส่องหลัง ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเปลี่ยนมุมมองไปที่ล้อหน้าด้านซ้ายได้ด้วยการกดสวิตช์ CAMERA ที่กระจกส่องหลัง ทำงานสัมพันธ์กับ Moving Object Detection ตรวจจับวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวด้วยกล้องรอบคัน ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเช่นกัน เมื่อตรวจพบความเคลื่อนไหวจะส่งสัญญานเสียงเตือน Rear View Mirror Monitoring แสดงภาพด้านหลังในกระจกมองหลังขณะเข้าเกียร์ถอยหลัง มีเส้นกะระยะแปรผันตามการหมุนพวงมาลัย เส้นจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อพวงมาลัยตรง แต่ไม่มีสัญญาณเสียงเตือนเมื่อเข้าใกล้วัตถุ

●   นอกจากกล้อง 4 ตัว แล้ว ที่ด้านหลังของกระจกมองหลังของนิสสัน โน๊ต ได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์เพื่อใช้งานกับระบบ Intelligent Forward Collision Warning เตือนก่อนการชนด้านหน้า ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระบบทำงานเมื่อเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป โดยคำนวณจากความเร็วรถทั้ง 2 คัน ถ้าพบว่ามีโอกาสชนระบบจะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนจอแสดงข้อมูล ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินทั้งบุคคลและยานยนต์

●   ถ้าระบบ Intelligent Forward Collision Warning เตือนแล้วผู้ขับยังไม่ตอบสนอง ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินหรือ Forward Emergency Braking ก็จะทำงานด้วยการเบรกให้อัตโนมัติเพื่อลดโอกาสการชน นอกจากนี้ยังมีระบบ Pedestrian Forward Emergency Braking ระบบเบรกป้องกันการชนคน โดยเซ็นเซอร์มีความสามารถจับภาพบุคคลได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ Lane Departure Warning เตือนด้วยเสียงและสัญญาณไฟที่จอแสดงผล เมื่อรถออกนอกช่องทางโดยผู้ขับไม่เปิดไฟเลี้ยว ทำงานที่ความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง มาพร้อมระบบควบคุมเสถียรภาพอัตโนมัติ Vehicle Dynamic Control ระบบเบรกดิสก์เบรกล้อหน้ามีครีบระบายความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก มีตัวช่วยครบทั้ง ABS, EBD และ BA พร้อม Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบเบรกคงการเบรกไว้ 2-3 วินาที หลังจากยกเท้าออกจากแป้นเบรก ช่วยให้รถไม่ไหลถอยหลัง

เครื่องยนต์เน้นประหยัด

●   นิสสัน โน๊ต ใช้เครื่องยนต์เดียวกับมาร์ช รหัส HR 12 DE แบบเบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว มีระบบแปรผันวาล์วฝั่งไอดี CVTC หรือ Continuously Variable-valve Timing Control ความจุ 1,198 ซีซี กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 10.8 กก.-ม. ที่ 4,400 รอบต่อนาที ถังน้ำมันจุ 41 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT มีระบบ D-Step Logic ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ไม่กระตุก คาร์บอนไดอ๊อคไซด์ในไอเสียประมาณ 120 กรัมต่อกิโลเมตร ผ่านมาตรฐาน EURO 4

●   การทดลองขับเริ่มจาก โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร ด้วยรถรุ่นสูงสุด 1.2 VL นั่ง 3 คน พร้อมสัมภาระด้านท้ายเกือบเต็มความจุ น้ำหนักรถ 1,061 กิโลกรัม รวมน้ำหนักบรรทุทั้งหมดก็ประมาณ 1,300 กิโลกรัม จุดหมายแรกอยู่ห่างออกไปประมาณ 65 กิโลเมตร ผมรับหน้าที่ขับคนแรก เพราะช่วงบ่ายเพื่อนสื่อมวลชนอีก 2 คนจะถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ออกเดินทางประมาณ 9.30 น. เซต 0 ออกจากโรงแรมก็เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วน มุ่งหน้าถนนพระราม 2 เป็นไปตามคาดคือ การจราจรค่อนข้างติดขัด ทำความเร็วได้ 80-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทำความเร็วคงที่ไม่ค่อยได้ มีการเบรกบ่อยครั้ง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงจุดหมายด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 19.5 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ช่วงแรกที่ขับในเมืองรู้สึกว่าเครื่องยนต์ก็ตอบสนองได้ทันใจพอสมควร การเร่งจากจุดหยุดนิ่งทำได้ดี ส่วนการเร่งความเร็วจากช่องคู่ขนานเข้าสู่ทางด่วน ต้องกะระยะและดูความเร็วของรถคันอื่นให้ดี เผื่อที่ว่างไว้มากหน่อยเพื่อความปลอดภัย เพราะอัตราเร่งช่วงความเร็วกลางๆ ขึ้นไปไม่ค่อยทันใจนัก ซึ่งก็เป็นไปตามกำลังของเครื่องยนต์ เมื่อชินกับจังหวะของรถแล้วก็ขับเดินทางไกลได้ตามปกติ ตลอดการเดินทางพยายามไม่เร่งฉุกเฉิน ขับไหลๆ ไปตามจังหวะของรถ ลองใช้โหมด Sport เกียร์เพิ่มรอบจากเกียร์ D ประมาณ 850 – 1,000 รอบต่อนาที ทำให้เร่งแซงได้กระฉับกระเฉงขึ้นอีกนิด เพราะไม่ต้องเสียจังหวะคิ๊กดาวน์ไล่รอบขึ้นสู่ช่วงที่เครื่องยนต์มีกำลังแรงบิดสูงสุด

●   การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์โดยรวม ก็เป็นไปตามประเภทของรถอีโคคาร์ ซึ่งเน้นการทำงานที่ราบเรียบ ขับง่าย ประหยัด และมลพิษต่ำ ใช้ในเมืองได้คล่องตัว เดินทางไกลออกต่างจังหวัดก็ไปได้เรื่อยๆ ขับตามจังหวะไม่หวือหวา ใช้ความเร็วระดับ 100 – 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้สบายๆ โดยไม่ต้องเค้นเครื่องยนต์ การเร่งแซงต้องเผื่อระยะมากหน่อย

●   เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT ทำงานได้ดีตามประเภทของเกียร์ คือ เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวลไม่กระชาก ทั้งการเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงหรือการคิ๊กดาวน์ เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ ความฉับไวในการเปลี่ยนเกียร์อยู่ในระดับกลางๆ เกียร์ CVT เลี้ยงรอบให้นิ่งได้ยาก ลองใช้ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ้ากดคันเร่งลึกไปแค่นิดเดียว รอบจะขึ้นไปที่เกิน 2,000 รอบต่อนาที แต่ถ้าผ่อนคันเร่งมากเกินไปความเร็วก็จะตก เกร็งเท้าเลี้ยงคันเร่งอยู่นานจนรอบนิ่งความเร็วนิ่ง ที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้รอบประมาณ 1,750 รอบต่อนาที ในการขับใช้งานจริงคงไม่ต้องเคร่งเครียดขนาดนี้

ช่วงล่างดี ขอเบรกอีกนิด

●   พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าไม่เบาหวิวเมื่อขับเร็ว ทำให้รู้สึกมั่นคง ส่วนที่ความเร็วต่ำก็เบาแรง ระบบเบรกหน้าดิสก์แบบมีครีบระบายความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก เหยียบแป้นเบรกลงไปแล้วรู้สึกแข็งๆ เหมือนผ้าเบรกไม่ค่อยจับตัวกับจานเบรก ทำให้ต้องเพิ่มแรงเหยียบมากขึ้น ก็จะกลายเป็นเบรกแล้วหัวทิ่ม ถ้าจะเบรกให้นุ่มนวลต้องเบรกล่วงหน้า ทิ้งระยะห่างคันหน้าค่อนข้างเยอะ ขับไปสักพักเริ่มชินกับน้ำหนักของแป้นเบรก ก็พอจะเบรกได้นุ่มนวลขึ้นบ้าง เป็นเรื่องน่าแปลกใจเพราะรถนิสสันส่วนใหญ่จะเซตเบรกดีกว่านี้

●   ช่วงล่างตามสไตล์รถเล็ก อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลงที่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นคานบิดทอร์ชั่นบีมพร้อมเหล็กกันโคลง เซตมาถูกใจเพราะหนึบๆ พอตึงมือ ไม่ยวบย้วย แต่ก็ไม่ถึงกับกระด้าง ขับเดินทางไกลได้สบายไม่เหนื่อยและไม่ต้องลุ้น ยางขนาด 185/65 R15 ถือว่าเหมาะสมทั้งด้านการยึดเกาะถนนและการใช้งานทั่วไป ทั้งพวงมาลัยและช่วงล่างเซตมาพอดีแล้ว มีตัวช่วยอิเล็กทรอนิกส์ครบครัน ทั้ง VDC, ABS, EBD และ BA รวมทั้ง HSA ถ้าปรับปรุงเบรกจับตัวได้ดีกว่านี้ ในส่วนของช่วงล่างและระบบกันสะเทือนก็จะลงตัว

ขับสบาย นั่งเพลิน

●   ตำแหน่งผู้ขับปรับให้เหมาะสมกับสรีระได้ง่าย เพราะเบาะผู้ขับและพวงมาลัยปรับสูง-ต่ำได้ และที่สำคัญคือ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้ ช่วยให้เข็มขัดนิรภัยพาดบนร่างกายในตำแหน่งที่ถูกต้อง ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุสุดวิสัย ทัศนวิสัยรอบคันอยู่ในเกณฑ์ดี มุมมองโดยรวมดูโปร่งแม้จะปรับเบาะลงต่ำสุดในแบบที่ชอบ บางช่วงจังหวะของแสงทำให้มองจอที่คอนโซลกลางได้ไม่ชัดนัก และจอที่ทำงานร่วมกับกล้องรอบคัน ติดตั้งในกระจกส่องหลังซึ่งมีพื้นที่จำกัด ทำให้สังเกตสิ่งกีดขวางได้ยากสักนิด ถ้าย้ายมาใช้จอใหญ่ที่คอนโซลกลางได้จะดีมาก ผลงานการเก็บเสียงอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย ไม่เด่นไม่ด้อย ขับที่ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ มีเสียงลมปะทะแผ่วๆ ส่วนเสียงยางและเสียงเครื่องยนต์แทบไม่ได้ยิน ถ้าลากรอบสูงก็จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างชัด และเสียงลมปะทะจะเริ่มชัดขึ้นตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น

●   ย้ายไปนั่งเบาะหลัง ตามคาดกับพื้นที่วางขา และพื้นที่เหนือศีรษะและด้านข้าง ที่มีให้แบบเหลือเฟือสำหรับความสูง 170 เซนติเมตร นั่งหลังเบาะผู้ขับที่สูงเกือบ 180 เซนติเมตร ก็ยังเหลือพื้นที่วางขาอีกเยอะ จนต้องถามผู้ขับว่าปรับเบาะพอดีแล้วหรือยัง พนักพิงเบาะหลังปรับมุมเอนมาพอเหมาะ ตินิดตรงเบาะรองขาสั้นไปหน่อย ทั้งที่พื้นที่ด้านหลังก็กว้างเหลือเฟือ น่าจะทำเบาะให้ยาวกว่านี้อีกนิด เครื่องปรับอากาศเย็นเหลือเฟือแม้ใช้งานท่ามกลางแดดจัด และรถที่ใช้ในการทดสอบมีการติดฟิล์มมาให้เรียบร้อย จึงช่วยบรรเทาความร้อนไปได้มาก

●   นิสสัน โน๊ต 1.2 VL อีโคคาร์ รุ่นใหม่ล่าสุด เด่นที่รูปทรงทันสมัย ภายในกว้างขวางเกินขนาดรถ ใส่อุปกรณ์มาตรฐานมาให้แบบครบครัน เทียบชั้นรถคลาสสูงกว่า การออกแบบในจุดปลีกย่อยและอุปกรณ์ต่างๆ เน้นการใช้งานจริง จึงน่าจะมีประโยชน์และได้ใช้งานบ่อย เครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ทำงานราบเรียบ อัตราเร่งอาจช้าไปบ้าง แต่ก็เป็นไปตามกำลังของเครื่องยนต์ ช่วงล่างโดยรวมถือว่ามีความหนักแน่นมั่นคงดี จึงไม่ได้จำกัดการใช้งานอยู่แค่ในเมืองเท่านั้น   ●

ขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

Specification: Nissan Note 1.2 VL

–   แบบตัวถัง เอนกประสงค์ 5 ประตู
–   ยาว x กว้าง x สูง 4,105 x 1,695 x 1,535 มิลลิเมตร
–   ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,480/1,485 มิลลิเมตร
–   ฐานล้อ 2,600 มิลลิเมตร
–   ระยะต่ำสุด 155 มิลลิเมตร
–   น้ำหนัก 1,061 กิโลกรัม
–   แบบเครื่องยนต์ เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC
–   ความจุ 1,198 ซีซี
–   กระบอกสูบ x ช่วงชัก 78.0 x 83.6 มิลลิเมตร
–   อัตราส่วนการอัด 10.2:1
–   กำลังสูงสุด 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
–   แรงบิดสูงสุด 10.2 กก.-ม.ที่ 4,400 รอบต่อนาที
–   ระบบส่งกำลัง XTRONIC CVT พร้อม D-Step Logic
–   ระบบขับเคลื่อน ล้อหน้า
–   ระบบบังคับเลี้ยว แร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS
–   ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง
–   ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลง
–   ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดรัม พร้อม ABS, EBD และ BA
–   ผู้จำหน่าย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
–   โทรศัพท์ Call Center (66) 0-2401-9600
–   เวบไซต์ www.nissan.co.th.


2017 Nissan Note 1.2 VL Test Drive


 

Drunk Dont Drive