April 22, 2017
Motortrivia Team (8140 articles)

4 วิธีตรวจเช็ค ทำไมแอร์รถไม่เย็นฉ่ำสู้ลมร้อน


Press Release

 

●   เคยมีคนบอกว่า ประเทศไทยเรามี 3 ฤดู คือ ร้อนปกติ, ร้อนมาก และร้อนมากที่สุด ยิ่งช่วงนี้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่บอกให้เราเตรียมตัวรับมือกับการใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าวที่กำลังมาเยือน

●   หลายท่านอาจหลบร้อนไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้าหรือทะเล แต่ท่านที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลาและพึ่งพารถยนต์ “แอร์รถยนต์” จึงเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่คุณควรหมั่นตรวจเช็ค เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์เตาอบขณะเดินทาง โดยปกติแล้วรถที่ระบบปรับความเย็นหรือแอร์มีปัญหานั้น มักจะเกิดขึ้นกับรถที่ผ่านการใช้งานมาระยะหนึ่ง หรือประมาณ 3 ปีขึ้นไป หากรถที่คุณใช้อยู่ขาดการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง คุณควรหันมาทำความเข้าใจและหาวิธีป้องกันปัญหานี้ กับ 4 วิธีตรวจเช็คแอร์ในรถสู้ลมร้อน

●   1. น้ำยาแอร์ไม่เต็มระบบ หรือน้ำยาขาด  :  นี่เป็นกรณีหลักที่ผู้ขับส่วนใหญ่มักพบเจอ สาเหตุเกิดจากปริมาณน้ำยาที่ส่งจากคอมเพรสเซอร์เพิ่มแรงดันเข้าสู่แผงคอยล์เย็นมีปริมาณน้อย น้ำยาจึงเข้าไปดูดจับความร้อนภายในห้องโดยสารได้น้อย ส่งผลให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารสูง ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับไม่หมั่นตรวจสอบเช็คระดับน้ำยา หรือการรั่วซึมของระบบ การแก้ปัญหาในกรณีนี้คือ นำรถไปที่ศูนย์บริการแอร์รถยนต์ ให้ช่างเติมน้ำยาพร้อมทั้งตรวจเช็คน้ำมันคอมเพรสเซอร์

●   2. ะบบระบายความร้อน  :  ปัญหานี้เกิดจากการทำงานของแผงคอยล์ร้อนระบายความร้อนทำงานได้ไม่เพียงพอ หรือพัดลมหน้าคอยล์ร้อนไม่ทำงาน ทำให้น้ำยาแอร์ที่ออกมาจากคอมเพรสเซอร์ไม่มีการระบายความร้อน น้ำยาแอร์ที่ส่งเข้าคอยล์เย็นจึงมีอุณหภูมิสูง และเป็นสาเหตุของแอร์ไม่เย็น หรือจะเย็นก็ต่อเมื่อมีการเคลื่อนที่ของรถ เพราะมีลมเข้าไปช่วยระบายความร้อน แต่เมื่อรถจอดนิ่ง คอยล์ร้อนก็จะไม่สามารถระบายความร้อนได้ ทำให้แอร์ไม่เย็น ดังนั้นควรตรวจเช็คการทำงานของพัดลม ถ้าไม่หมุนหรือหมุนแต่มีเสียงดัง แนะนำให้ปรึกษาช่างเพื่อทำการตรวจเช็คหรือเปลี่ยนพัดลมคอยล์ร้อนใหม่

●   3. ชุดวาล์วและดรายเออร์อุดตัน  :  ทำให้น้ำยาแอร์ที่ฉีดออกจากคอมเพรสเซอร์ผ่านเข้าไปในคอยล์เย็นได้ไม่สะดวก ปริมาณน้ำยาแอร์จึงไม่เพียงพอที่จะไปดูดจับความร้อนภายในห้องโดยสาร ในขณะที่สตาร์ทเครื่องยนต์เดินเบา แอร์จะเย็นไม่มากและมีเสียงดังบริเวณตู้แอร์ แต่เมื่อเร่งเครื่องแล้วแอร์จะเย็น แสดงว่าเกิดการอุดตันของวาล์วหรือดรายเออร์ วิธีแก้ปัญหาคือเปลี่ยนชุดวาล์วและดรายเออร์ใหม่ ทั้งนี้ควรจะเปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 2 อย่าง เพราะดรายเออร์ทำหน้าที่กรองสิ่งสกปรกจากน้ำยาแอร์ เมื่อวาล์วแอร์อุดตันก็แสดงว่าดรายเออร์ชำรุดแล้ว

●   4. สายพานหย่อน  :  การทำงานของคอมเพรสเซอร์จะใช้สายพานเป็นตัวนำกำลังจากเครื่องยนต์เป็นตัวขับเคลื่อน เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงาน สายพานที่รับกำลังจากเครื่องยนต์เพื่อมาฉุดคอมเพรสเซอร์นั้นจะเกิดอาการฟรี ไม่มีกำลังมาฉุดคอมเพรสเซอร์ให้ทำงานได้ สังเกตได้เมื่อคอมเพรสเซอร์ทำงานจะมีเสียงสายพานดังขึ้นมาด้วย การแก้ปัญหาคือการปรับตั้งความตึงของสายพานให้เหมาะสม หรือถ้าสายพานมีรอยแตกร้าวให้เปลี่ยนใหม่ทันที

●   เห็นได้ว่าสาเหตุหลักๆ มาจากรถยนต์ขาดการดูแลและตรวจเช็คสภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหน้าร้อน คุณไม่ควรจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน เพราะความร้อนจะเข้าไปสะสมในห้องโดยสาร ส่งผลให้อุปกรณ์ภายในรถเสื่อมสภาพและมีอายุการใช้งานสั้นลง แต่ในกรณีที่ต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน พยายามรักษาอุณหภูมิภายในและภายนอกให้ใกล้เคียงกัน ใช้วิธีลดกระจกด้านหน้าฝั่งผู้โดยสาร พร้อมเปิด-ปิดประตูรถด้านหน้าและด้านหลังติดต่อกัน 4–5 ครั้ง หรือเปิดประตูรถทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาทีเพื่อระบายความร้อนที่สะสมอยู่ภายในรถยนต์ออกบ้าง และก่อนถึงที่หมายหรือก่อนดับเครื่องยนต์ควรปิดแอร์ก่อน 2-3 นาที เพื่อให้ตู้แอร์ได้ระบายน้ำออกมาก่อน จะสามารถช่วยลดการอุดตันในระบบได้อีกวิธีอีกด้วย

●   สนใจข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ เชิญได้ที่ www.roojai.com หรือ โทร. 02-117-2222   ●


 

Hyundai H-1 Elite NS