Ducati Monster 797 Asia Press Test ทดลองรถรุ่นใหม่ในกิจกรรม DRE
May 3, 2017
Motortrivia Team (4131 articles)

Ducati Monster 797 Asia Press Test ทดลองรถรุ่นใหม่ในกิจกรรม DRE


เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ : ดูคาติ ประเทศไทย

 

●   ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ดูคาติ เอเชีย แปซิฟิค เชิญสื่อมวลชนที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการขี่บิ๊กไบค์ เข้าร่วมกิจกรรม Ducati Monster 797 Asia Press Test ซึ่งจัดขึ้นในรูปแบบ Ducati Riding Experience หรือ DRE หลักสูตร Intro Course เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจการขี่บิ๊กไบค์ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง โดยทีมงานและทีมครูฝึกที่ผ่านการอบรมหลักสูตรจากประเทศอิตาลี

●   Ducati Riding Experience เริ่มครั้งแรกในปี 2003 จนถึงปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมทุกหลักสูตรแล้วกว่า 1 หมื่นคน หลักสูตรที่ครูฝึกกล่าวว่ามีความท้าทายมากที่สุดคือ Intro Course เพราะต้องทำให้ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่เคยสัมผัสบิ๊กไบค์มาก่อน สามารถก้าวผ่านความกลัวและความกังวลเกี่ยวกับบิ๊กไบค์ พร้อมสอนวิธีการขี่รถที่ถูกต้องตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัย ภายในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3-4 ชั่วโมง

●   Ducati Monster 797 Asia Press Test ครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองไทย สำหรับสื่อมวลชนจากประเทศอื่นในแถบเอเชีย จะเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 20 เมษายน โดยเดินทางมาพักผ่อนในโรงแรมที่ดูคาติจัดไว้ให้ ส่วนสื่อมวลชนไทยเลือกได้ว่าจะมาพักตั้งแต่วันที่ 20 หรือจะเข้าร่วมกิจกรรมหลักซึ่งจัดในช่วงเช้าของวันที่ 21 เมษายนก็ได้ ซึ่งเริ่มด้วยการรับประทานอาหารร่วมกันที่โรงแรม W Bangkok จากนั้นจึงเข้าชม Presentation


Mr. Marco Biondi ตำแหน่ง Regional Director Asia


●   ต้อนรับสื่อมวลชนโดย Mr. Marco Biondi ตำแหน่ง Regional Director Asia ซึ่งกล่าวว่าการจัดทดสอบรถสำหรับสื่อมวลชนสายมอเตอร์ไซค์ ซึ่งขี่เป็นหรือมีทักษะที่ดีอยู่แล้วนั้นง่าย แค่กำหนดระยะทางให้ขี่ 200-300 กิโลเมตร จากนั้นก็เขียนรายงานในสื่อของตนเอง ส่วนการสอนมือใหม่บิ๊กไบค์เป็นเรื่องท้าทาย เพราะต้องทำให้หมดความกังวลและความกลัวจนกระทั่งสามารถขี่บิ๊กไบค์ได้ สำหรับรถที่ใช้ในการฝึกอบรมคือ ดูคาติ มอนสเตอร์ 797 รุ่นใหม่ ปี 2017 เป็นรถที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ ตัวรถขนาดพอเหมาะไม่หนักเกินไป


Mr. Massimo Davoli, Marketing Director Asia


●   ผู้บริหารคนต่อมาคือ Mr. Massimo Davoli ตำแหน่ง Marketing Director Asia กล่าวถึงประวัติของรถรุ่นมอนสเตอร์ว่า เริ่มทำตลาดในปี 1993 มีการตอบรับที่ดี และประสบความสำเร็จในด้านการตลาด จากนั้นมีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพิ่มรุ่นหัวฉีด EFI ในปี 2002 และเปลี่ยนโฉมเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 ในปี 2008 คงเอกลักษณ์ของมอนสเตอร์ด้วยเฟรมรถ และทรงของถังน้ำมัน ในปี 2010 เปลี่ยนรุ่นเป็น 796 และล่าสุดกับรุ่น 797 ปี 2017 เป็น Lifestyle Bike ที่ใช้งานได้ทุกวัน


●   มอนสเตอร์ 797 เป็นรถที่เข้าถึงได้ง่าย เพราะมีขนาดไม่ใหญ่ ขี่ง่าย ท่านั่งผ่อนคลายด้วยการออกแบบตามหลัก Ergonomic แฮนด์กว้าง และตำแหน่งการวางเท้าไม่อยู่ด้านหลังมากเกินไป มีหลากหลายจุดเด่น เช่น ช็อคแอ็บซอร์เบอร์ด้านหลังที่วางอยู่ด้านข้าง ให้ความสปอร์ตด้วยเบรก Brembo พร้อม ABS จาก Bosch มีความสวยงามจากทรงถังน้ำมันซึ่งเป็นเอกลักษณ์ และมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น หน้าจอ LCD ที่พร้อมรองรับ DMS หรือ Ducati Multimedia System มีพอร์ต USB และมีระบบล็อคพวงกุญแจ ให้ความรู้สึกพรีเมียมด้วยชุดไฟบอกตำแหน่งด้านหน้าแบบ LED และไฟท้าย LED ที่สำคัญคือ รถรุ่นนี้มีราคาที่จับต้องได้ ปิดท้ายด้วย Mr. Stefano Campaci ตำแหน่ง Event Manager Asia ที่กล่าวถึงประวัติของ DRE และแนวคิดในการสอน Zero to Hero สอนคนที่ขี่บิ๊กไบค์ไม่เป็น ให้ขี่เป็นและขี่ได้อย่างปลอดภัย ทำให้คนกล้าเปิดใจลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ท้าทาย

อุ่นเครื่องด้วยการหาสมดุลของรถ

●   หนึ่งในสิ่งที่หลายคนกังวลเกี่ยวกับบิ๊กไบค์คือ น้ำหนักรถ ครูฝึกจึงเริ่มด้วยการสอนเรื่องการหาจุดสมดุลของรถ ถ้ารถตั้งฉากกับพื้น ผู้ขี่ก็ไม่ต้องแบกน้ำหนักรถมากนัก เพียงแค่ประคองไว้รถก็ตั้งอยู่ได้ แต่ถ้ารถเริ่มเอียง ผู้ขี่ก็ต้องออกแรงต้านมากขึ้น เมื่อหาจุดสมดุลของรถได้แล้ว น้ำหนักของบิ๊กไบค์ก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

●   เริ่มฝึกตั้งแต่ตอนที่รถอยู่บนขาตั้ง เดินเข้าหารถทางด้านซ้าย มือทั้ง 2 ข้างจับแฮนด์ มือขวาบีบเบรกหน้าไว้ ใช้สะโพกค่อยๆ ดันรถให้ตั้งฉากกับพื้น จากนั้นใช้เท้าขวาเตะขาตั้งขึ้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเข้าหารถทางด้านซ้าย เพราะขาตั้งของมอเตอร์ไซค์เกือบทั้งหมดอยู่ด้านซ้าย จากนั้นให้ประคองรถไว้แล้วเคลื่อนที่ไปรอบรถทั้งตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา เริ่มจากการย้ายมือไปจับบนตัวรถในจุดที่มั่นคง เมื่อรถนิ่งแล้วจึงก้าวขาตาม พยายามอย่าให้แขนหรือขาไขว้กัน เมื่อครบรอบก็เตะขาตั้งลง ขั้นตอนนี้ผู้ขี่ที่ชำนาญแล้วก็ยังพลาดได้ เตะขาตั้งแล้วต้องตรวจสอบอีกครั้งว่าขาตั้งลงสุดจริงๆ จากนั้นจึงค่อยๆ วางรถลงบนขาตั้ง

เทคนิคเอาชนะความสูงของรถ

●   อีกหนึ่งความกังวลของมือใหม่บิ๊กไบค์คือ ความสูงของรถ ถ้าเป็นคนที่รูปร่างสันทัด สูงประมาณ 170 เซนติเมตร เมื่อขึ้นคร่อมบิ๊กไบค์แล้วส่วนใหญ่เท้าจะยันพื้นได้ไม่เต็มเท้า ต้องเขย่งมากบ้างน้อยบ้าง ทำให้ไม่ค่อยมั่นใจว่าจะประคองรถอยู่หรือไม่ ปัญหานี้แก้ไขได้ด้วยการเคลื่อนก้นไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพื่อให้เท้ายันพื้นได้มั่นคงขึ้นหรือเกือบเต็มเท้า ประคองรถให้ตั้งฉากกับพื้น ช่วยเพิ่มปลอดภัยโดยเฉพาะเมื่อต้องจอดบนพื้นที่ค่อนข้างลื่น หมดกังวลเรื่องการจอดล้ม

●   ดูคาติ มอนสเตอร์ 797 ดูจะเป็นรถที่เหมาะกับมือใหม่ เพราะน้ำหนักค่อนข้างเบาเมื่อเปรียบเทียบกับรถในระดับเดียวกันคือ 193 กิโลกรัม และเบาะนั่งก็ไม่สูงมาก แค่ 805 มิลลิเมตร เมื่อขึ้นไปคร่อมแล้วน้ำหนักตัวก็จะกดตัวรถให้เตี้ยลงอีกนิด ผู้เข้ารับการอบรมสูง 169 เซนติเมตร หนัก 63 กิโลกรัม นั่งคร่อมได้สบายๆ เท้าทั้ง 2 ข้างยันพื้นได้ประมาณครึ่งเท้า มั่นคงและมั่นใจพอสมควร ลองย้ายก้นไปฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงแค่นิดเดียว ก็สามารถยันพื้นได้อย่างมั่นคงเพราะลงเต็มเท้า

ฝึกออกตัวและเบรกให้นุ่มนวล

●   เมื่อทรงตัวบนรถได้แล้ว ต่อไปคือการฝึกควบคุมคลัตช์และเบรกเพื่อให้ออกตัวและจอดได้อย่างนุ่มนวล สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วมือซ้ายบีบคลัตช์ให้สุด ใช้เท้าซ้ายกดคันเกียร์ลงเพื่อเข้าเกียร์ 1 จากนั้นค่อยๆ ปล่อยคลัตช์โดยยังไม่ต้องบิดคันเร่ง แรงบิดระดับ 68.9 นิวตันเมตร ที่ 5,750 รอบต่อนาที ก็สามารถพารถเคลื่อนตัวออกได้ ช่วงแรกควบคุมความเร็วด้วยคลัตช์เพียงอย่างเดียว ปล่อยคลัตช์มากความเร็วเพิ่มขึ้น และเมื่อต้องการชลอความเร็วก็บีบคลัตช์เข้ามา ฝึกออกตัวในระยะทางสั้นๆ แล้วแตะเบรกหน้าเพื่อจอดรถ มอนสเตอร์ 797 ใช้ระบบดิสก์เบรกหน้าคู่ ขนาด 320 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ Brembo M4 พร้อม ABS ของ Bosch ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แม้เป็นมือใหม่ก็กะน้ำหนักเบรกได้ง่าย ทำให้เบรกได้นุ่มนวลถูกใจครูฝึก

มองทางล่วงหน้า ยิ่งเร็วยิ่งต้องมองไกล

●   ขยับสู่ขั้นตอนต่อไปคือ การขี่อ้อมไพลอนเป็นรูปวงรีแบบต่อเนื่องโดยไม่เบรก ซึ่งมีเรื่องการวางสายตาเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกรอบที่ขี่ครูฝึกจะชี้ให้ดูว่าสายตาควรมองตรงไหน และย้ำเสมอว่า ‘สายตามองตรงไหน รถก็จะไปตรงนั้น’ ช่วงแรกอาจฝืนความรู้สึกไปบ้าง เพราะจะติดมองทาง ‘ด้านหน้า’ ไม่ใช่ ‘ล่วงหน้า’ แต่เมื่อขี่หลายๆ รอบก็จะเริ่มมองทางล่วงหน้าได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ขี่ได้อย่างไหลลื่นต่อเนื่องมากขึ้น ใช้ความเร็วได้มากขึ้น สังเกตว่าสามารถปล่อยคลัตช์ออกได้จนสุด และการเข้าโค้งด้วยไลน์ที่ถูกต้อง คือ ชิดฝั่งนอกของโค้งก่อนเลี้ยว ทำให้เลี้ยวได้โดยไม่ต้องลดความเร็วลงมากนัก ช่วงนี้รู้สึกว่าการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องสนุก หมดความกลัวและความกังวล ครูฝึกสั่งให้หยุดแล้วก็ยังอยากจะขี่ต่อ

เปิด-ปิดคันเร่ง

●   เมื่อครูฝึกเห็นว่าขี่คล่องแล้วจึงให้ลองเปิดคันเร่งในช่วงทางตรงระยะทางสั้นๆ ครูฝึกขี่สาธิตให้ดู 3-4 รอบ เปิดคันเร่งในช่วงทางตรงแล้วปิดคันเร่งก่อนถึงโค้ง รถหน่วงความเร็วลงพอเหมาะ เลี้ยวเข้าโค้งได้โดยไม่ต้องแตะเบรก เรื่องการขี่ได้เร็วยังไม่น่าตื่นเต้นเท่ากับการขี่ได้อย่าง Smooth ต่อเนื่อง ซึ่งต้องนำทักษะที่เรียนมาทั้งหมดมาใช้พร้อมกัน ทั้งการบาลานซ์รถ การมองทางล่วงหน้า และไลน์ในการเข้าโค้งที่ถูกต้อง ทำให้ครูฝึกขี่ได้พริ้วดูเพลิน เครื่องยนต์ของมอนสเตอร์ 797 ที่เป็นแบบเบนซิน L-Twin 2 วาล์วต่อสูบ หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ 803 ซีซี 75 แรงม้า ที่ 8,250 รอบต่อนาที ให้การตอบสนองที่เป็นมิตรกับมือใหม่ คันเร่งควบคุมความเร็วได้ง่าย

●   หลังจากขี่วนซ้ายอย่างเดียวคล่องแล้ว ครูฝึกจึงให้ลองขี่เป็นเลข 8 ทำให้ต้องเลี้ยวทั้งซ้ายและขวา เริ่มจากการขี่โดยไม่ใช้คันเร่งก่อน การขี่แบบนี้จะเห็นความสำคัญของการมองทางล่วงหน้า ถ้ามองใกล้จะขี่ได้ไม่ไหลลื่น ต้องลดความเร็วลงมากเกินไป เพราะเมื่อไม่มองทางล่วงหน้าก็จะไม่กล้าใช้ความเร็ว ครูฝึกจะสั่งให้ย้ายจุดที่ต้องมองไปเรื่อยๆ สังเกตว่าถ้าทำตามที่ครูฝึกบอกได้ ก็จะขี่ได้เร็วขึ้น ต่อเนื่องขึ้น และที่สำคัญคือ มีความปลอดภัยมากขึ้น เพราะการมองทางล่วงหน้าจะทำให้มีเวลาประเมินสถานการณ์ และหาทางหลบเลี่ยงหรือแก้ไขได้ทัน

เข้าโค้งต้องมีความเร็ว

●   ในช่วงที่ขี่เป็นเลข 8 ก็ยังมีพลั้งเผลอลืมมองทางล่วงหน้าไปบ้าง เมื่อลดความเร็วลงมากเกินไปขณะเข้าโค้ง รถจะหนักและเหมือนจะล้ม ต้องออกแรงควบคุมแฮนด์มากขึ้น เพราะเหมือนแฮนด์จะพับ กลายเป็นเกร็งแบบไม่รู้ตัว ครูฝึกสังเกตเห็นและตะโกนบอกให้ผ่อนคลาย เรียกสติกลับมาแล้วขี่ต่อ มองทางล่วงหน้าตามที่ครูฝึกบอก จึงเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสม ไม่เร็วเกินไป แต่ก็ไม่ช้าเกินไป รู้สึกว่ารถเบาและเกาะถนนดีกว่า เลี้ยวง่ายกว่า

●   เห็นความจำเป็นของการมองทางล่วงหน้าอย่างชัดเจน เมื่อครูฝึกให้ลองเปิดคันเร่งขณะขี่เป็นเลข 8 ถ้าไม่มองทางล่วงหน้าจะไม่กล้าเปิดคันเร่ง หรือเปิดนิดเดียวแล้วปิดเร็วเกินไป ทำให้รถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่ต่ำเกินไป ปัญหาเดิมก็จะกลับมา แต่เมื่อมองทางล่วงหน้า ก็จะกล้าเปิดคันเร่งนานขึ้น และไม่ปิดคันเร่งเร็วเกินไป ก็จะเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสม รอบหลังๆ ขออนุญาตครูฝึก ลองเปิดคันเร่งนิดๆ ตอนเข้าโค้ง ก็รู้สึกว่าเข้าโค้งได้ง่ายดี รถเบาและมั่นคง

ปิดท้ายขับรอบใหญ่ ใช้เกียร์ 2-3

●   ปิดท้ายด้วยการขี่เกือบเต็มรอบสนาม ออกจากจุดสตาร์ทเป็นโค้งซ้ายกว้าง ต่อด้วยโค้งซ้าย-ขวาแคบๆ และโค้งซ้ายกว้างก่อนเข้าสู่ทางตรง ช่วงนี้ใช้ความเร็วได้นิดๆ ก่อนจะต้องปิดคันเร่งเพื่อเข้าสู่โค้งซ้ายแคบ พ้นออกมาแล้วมีทางตรงสั้นๆ ต่อเนื่องด้วยโค้งขวากว้าง และโค้งซ้ายผ่านหน้าจุดสตาร์ท

●   ทุกรอบการขับจะต้องขี่ตามครูฝึก ที่คอยให้สัญญาณว่าให้เปิดหรือปิดคันเร่ง ส่งสัญญาณมือเป็นระยะๆ ว่าให้มองทางล่วงหน้า ซึ่งช่วยได้เยอะ เพราะมือใหม่เมื่อต้องทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกัน ก็ทำให้หลงลืมบางเรื่องไปได้ ตลอดการขี่ต้องมีสติ อาจเพราะยังเป็นมือใหม่ การควบคุมรถยังไม่เป็นธรรมชาติหรือเป็นอัตโนมัติ แต่ก็รู้สึกว่ายิ่งขี่ยิ่งสนุก อารมณ์คล้ายๆ ตอนขี่จักรยานเป็นครั้งแรก ที่อยากจะขี่ไปเรื่อยๆ ไม่อยากหยุด โดยเฉพาะช่วงค่ำที่ความร้อนผ่อนคลายลงไปมาก ไฟสนามและไฟหน้ารถสว่างเหลือเฟือ จึงไม่เป็นอุปสรรคในการฝึกขี่

●   ดูตาติ มอนสเตอร์ 797 เป็นรถที่ขี่ง่าย ควบคุมง่าย ขี่ได้นานโดยไม่เมื่อยล้า แม้จะเพิ่งขี่เป็นครั้งแรก ใช้เวลาอยู่กับรถไม่นานก็รู้สึกมั่นใจ เป็นโอกาสที่ดีที่เข้ารับการฝึกขี่บิ๊กไบค์กับดูคาติหรือ DRE เพราะมีความปลอดภัยทั้งในด้านสถานที่ อุปกรณ์ป้องกัน และครูฝึกที่ได้รับการอบรม ดีกว่าหัดเองที่จะไม่รู้ว่าตัวเองผิดพลาดตรงไหน หลังจากนี้ก็ต้องฝึกขี่ให้เกิดความชำนาญบนพื้นฐานของความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้ขี่บิ๊กไบค์ได้อย่างสนุกและปลอดภัย   ●


2017 Ducati Monster 797 Asia Press Test


 

Bridgestone Turanza