2018 Skoda Karoq รถ SUV น้องใหม่เตรียมทำตลาดแทนที่ Yeti
May 24, 2017
Motortrivia Team (5226 articles)

2018 Skoda Karoq รถ SUV น้องใหม่เตรียมทำตลาดแทนที่ Yeti


Posted by : AREA 54

 

●   สโกดาเปิดตัว SUV ขนาดคอมแพคท์รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นใหม่เอี่ยม Skoda Karoq (ออกเสียงว่า กา-ร๊อก) เตรียมทำตลาดแทนที่ครอสโอเวอร์ขนาดซับ-คอมแพคท์รุ่นดั้งเดิมของสโกดาอย่าง Skoda Yeti ซึ่งทำตลาดมาตั้งแต่ช่วงปี 2009 โดยขยับขยายขึ้นไปใช้แพลทฟอร์ม MQB ของโฟล์คสวาเกน (Volkswagen Group MQB platform) ปัจจุบันใช้งานอยู่ใน Skoda Kodiaq, Volkswagen Arteon หรือ Volkswagen Tiguan เป็นต้น

●   อันที่จริงรถอายุเพียง 8 ปีอย่าง Yeti ที่ผ่านการปรับโฉมมาแค่ครั้งเดียว ยอดจำหน่ายนับว่าไม่ขี้เหร่นักในตลาดยุโรป ยอดจำหน่ายต่อปีนับจากการเปิดตัวเฉลี่ยมากกว่า 5 หมื่นคันมาโดยตลอด ทว่าจากแนวโน้มความต้องการทางการตลาดของรถ SUV และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นมาก เห็นได้จากการเปิดตัว SUV รุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์ผู้ผลิตต่างๆ การจะเปิดตัว Yeti เจนเนอเรชั่น 2 บนแพลทฟอร์มรถซับ-คอมแพคท์น่าจะไม่เพียงพอกับการแข่งขันในปัจจุบัน

●   ดังนั้นสโกดาจึงวางแผนการทำตลาด Yeti ใหม่ ด้วยการผลิตรถรุ่นใหม่แทนที่ โดยแผนงานนี้ Mr. Bernhard Maier แชร์แมนของสโกดาได้เปิดเผยมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2016 และไม่ได้ปิดบังอะไรว่ารถรุ่นใหม่ที่จะแทนที่ Yeti นี้จะมีขนาดตัวใหญ่ขึ้น ใช้แพลทฟอร์มใหม่อย่าง MQB และจะมีหน้าตาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Skoda Kodiaq โดยตรง… ดังนั้นงานออกแบบของ Karoq จึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจครับ โดยรวมมันก็คือ Kodiaq ขนาดย่อส่วน และไม่มีเบาะแถว 3 นั่นเอง

●   เทียบกับ Skoda Yeti (ยนตรกิจเคยนำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราช่วงปี 2011 ทว่ามีแต่รุ่นขับ 2 ล้อหน้า) ขนาดตัวของ Karoq ใหญ่กว่าในทุกสัดส่วน ความยาวรวม 4,382 มม. (+160 มม.) กว้าง 1,841 มม. (+48 มม.) ทว่าความสูงลดลงเหลือ 1,605 มม. (-86 มม. ไม่น้อยทีเดียวครับ) ส่วนฐานล้อขยายความยาวขึ้นเป็น 2,638 มม. (+60 มม.) ตามเจ้าของแพลทฟอร์ม หมายความว่าห้องโดยสารจะมีพื้นที่เพิ่มขึ้นมากสมควร ส่วนรุ่น all-wheel drive จะสั้นกว่าเล็กน้อยที่ 2,630 มม. แต่มีโหมดออฟ-โรดให้ใช้งาน

●   รุ่นเครื่องยนต์ยังคงมีให้เลือกกันมากมายเช่นเดิมตามสไตล์สโกดา เริ่มด้วยเครื่องยนต์ใหม่ 2 รุ่น เบนซิน TSI แบบ 3 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 115 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 17.8 กก.-ม. และเบนซิน TSI แบบ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.4 กก.-ม. ส่วนฝั่งดีเซลมีเครื่องยนต์ TDI แบบ 4 สูบ ความจุ 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 115 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.4 กก.-ม. ปิดท้ายด้วยรุ่นความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 34.6 กก.-ม. ระบบส่งกำลังเลือกได้ระหว่างธรรมดา 6 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 7 จังหวะ DSG

●   อย่างไรก็ตาม รุ่นท๊อป all-wheel drive จะเป็นรุ่นเดียวที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 รุ่นพิเศษที่ได้รับการจูนกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 40.7 กก.-ม. ทว่าจะมีระบบส่งกำลังแบบ DSG ให้เป็นทางเลือกเดียว ผู้ที่ต้องการใช้งานในแบบออฟ-โรด (แบบแค่พอประมาณ) นอกจากโหมดออฟ-โรดสำหรับรุ่น AWD แล้ว สโกดาจะมีชุดแต่งภายนอกในชื่อแพคเกจ Rough Road ให้เสียเงินเพิ่มด้วย

●   เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย ยกชุดของโฟล์คฯ มาใช้แบบครบๆ อาทิ มาตรวัดแบบฟูลดิจิทัล, ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ 3 แพคเกจ Swing + จอ 6.5 นิ้ว ลำโพง 4 จุด, Bolero + จอไฮ-เดฟฯ 8.0 นิ้ว ลำโพง 8 จุด, Columbus + จอไฮ-เดฟฯ 9.2 นิ้ว บันทึกข้อมูลด้วย Flash memory 64GB, แพคเกจระบบ Skoda SmartLink+ ประกอบด้วย Android Auto, Apple CarPlay และ MirrorLink สำหรับเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย

●   ระบบความปลอดภัยประกอบด้วย City Emergency Braking หยุดรถอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ, ระบบ Pedestrian Protection ฝากระโปรงดูดซับแรงกระแทกช่วยลดอาการบาดเจ็บในกรณีที่เกิดการชนคนเดินเท้า, ระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ, ระบบ Lane Assist ควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Blind Spot Detection ตรวจจับรถในจุดบอดขณะเปลี่ยนเลน, ระบบ Traffic Sign Recognition ช่วยจดจำป้ายสัญญาณเตือน และระบบ Driver Alert and Emergency Assist ช่วยนำรถจอดเข้าข้างทางโดยอัตโนมัติพร้อมเปิดไฟฉุกเฉิน หากระบบตรวจพบว่าผู้ขับไม่อยู่ในสภาพที่จะควบคุมรถได้ (หรืออันที่จริงคือตรวจอาการของรถ เช่น ไม่มีการหมุนพวงมาลัยเลย)

●   Skoda Karoq จะเริ่มลงโชว์รูมยุโรปในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2017 นี้ เบื้องต้นรุ่นพื้นฐานเครื่องยนต์เบนซินขับเคลื่อนล้อหน้าจะมีราคาเริ่มต้นราวๆ 21,000 ยูโร หรือประมาณ 8.1 แสนบาทครับ   ●


2018 Skoda Karoq


 

Drunk Dont Drive