International Engine of the Year 2017 เครื่อง V8 Ferrari คว้าชัย
June 28, 2017
Motortrivia Team (5395 articles)

International Engine of the Year 2017 เครื่อง V8 Ferrari คว้าชัย


Posted by : AREA 54

 

●   UKIP Media & Events Automotive Magazines ประกาศผลรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีครั้งที่ 19 ประจำปี 2017 “International Engine of the Year” ออกมาแล้ว น่าแปลกใจที่รางวัลใหญ่ยังคงอยู่ในมือเครื่องยนต์สมรรถนะสูง และเป็นเครื่องยนต์รุ่น/กลุ่มเดิมๆ นั่นหมายความว่ากระแสความนิยมในเรื่องของเครื่องยนต์ดาวน์ไซส์ซิ่งหมดไปแล้วหรืออย่างไร?

●   เปล่าครับ การพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีความจุกระสูบน้อยลง ยังคงเป็นหนึ่งในทิศทางการพัฒนาเครื่องยนต์ของแบรนด์ผู้ผลิตต่างๆ ทว่าในปัจจุบันดูเหมือนว่าเพดานต่ำสุดของการลดความจุกระบอกสูบจะเริ่มคงที่แล้ว แต่แบรนด์ผู้ผลิตก็ยังสามารถดันตัวเลขกำลังเพิ่มขึ้นไปได้อีกนิดหน่อย โดยใช้เครื่องยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบเท่าเดิมนั่นเอง อย่างไรก็ตามความเปลี่ยนแปลงสำคัญในปีนี้ก็คือ การเพิ่มสาขาใหม่เข้ามา 1 สาขา นั่นคือ Best Electric Powertrain หรือชุดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า หมายถึงรวมประสิทธิภาพทั้งระบบ เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่แพค, ออนบอร์ดชาร์จเจอร์ และชุดอุปกรณ์ไวร์ริ่งต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องในการหมุนล้อ

●   ส่วนผลรางวัลในปีนี้ประกอบด้วย:

International Engine of the Year 2017

●   เครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ ความจุ 3.9 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบไบเทอร์โบชาร์จ ได้รับรางวัลนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 เครื่องยนต์บล็อคนี้ใช้งานอยู่ใน Ferrari 488 GTB กำลังสูงสุดผลิตได้ 670 แรงม้า (PS) ที่ 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 77.4 กก.-ม. ที่ 3,000 รอบ/นาที อัตราส่วนการอัดปรับจาก 13.5:1 เป็น 9.4:1 โดยหนึ่งในคณะกรรมการให้ความเห็นว่า มันสามารถให้การตอบสนองที่รวดเร็ว และใช้งานได้ในทุกสภาวะ ไม่ว่าจะเป็นบนถนนหรือในแทร็ค ดุสุดๆ ตั้งแต่เกียร์ 3 ที่รอบเครื่องยนต์เพียง 2,000 รอบ/นาที จนถึงเกียร์ 7 ที่รอบต่ำสุดๆ เพียง 3,000 รอบ/นาที

●   เฟอร์รารี่ได้คะแนนสูงสุด 251 คะแนน ส่วนอันดับ 2 และ 3 ในสาขานี้ได้แก่เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบนอน ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จของปอร์เช่ ปัจจุบันติดตั้งอยู่ใน Porsche 911 หลายรุ่นย่อย (216 คะแนน) และเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตรของ BMW i8 (151 คะแนน) ตามลำดับ

Best New Engine 2017

●   มาแบบม้ามืดสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.5 ลิตร ทวิน-เทอร์โบชาร์จ แบบวางกลาง ซึ่งติดตั้งอยู่ในชุดระบบไฮบริดสมรรถนะสูงของ Honda NSX เจนเนอเรชั่น 2 แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ครับว่าทำไมถึงมาช้า เนื่องจากคันจริงของ Honda หรือ Acura NSX เพิ่งเริ่มผลิตเมื่อกลางปี 2016 และเริ่มจำหน่ายจริงในช่วงปลายปีนั่นเอง สปอร์ตไฮบริดรุ่นนี้มีข่าวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2012 เลยดูเหมือนเป็นรถที่ผู้คนเกือบจะลืมกันไปแล้ว

●   เครื่องยนต์บล็อคนี้เพียวๆ ผลิตกำลังได้ 507 แรงม้า (PS) ส่งกำลังด้วยเกียร์ดูอัลคลัทช์ 9 จังหวะ เมื่อรวมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่ด้านหน้าและอีก 1 ตัวที่ด้านหลัง กำลังรวมทั้งหมดจะอยู่ที่ 581 แรงม้า (PS)

●   ฮอนด้าคว้าแต้มนำโด่งแบบขาดลอยที่ 143 คะแนน ในขณะที่อันดับ 2 เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ของ Mercedes E-Class ได้ 116 คะแนน เฉือนอันดับ 3 เครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 2.9 ลิตร ทวิน-เทอร์โบชาร์จของเฟียต ไครสเลอร์ ที่ติดตั้งอยู่ใน Alfa Romeo Giulia รุ่นโหด Quadrifoglio เพียง 1 คะแนนเท่านั้นครับ

Best Green Engine 2017

●   สาขามลพิษต่ำ (หรือมลพิษศูนย์ในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า) ชุดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วนแบบแบตเตอรี่ (BEV – bettery electric vehicle) ของเทสล่า มอเตอร์ ครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันครับ ปัจจุบันมันใช้งานอยู่ใน Tesla Model S และ Tesla Model X และเช่นเคย เซ็ทอัพของมันยังคงเป็นแบบเดิม ทว่าตัวเลขสมรรถนะที่เพิ่ม-ลดตามแต่ละรุ่นย่อย ขึ้นอยู่กับออปชั่นในการสั่งซื้อ เช่น 75 หรือ 75D หมายถึง แบตเตอรี่แพคความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟใน 1 ชม. เท่ากับ 75 กิโลวัทท์-ชม. ส่วน “D” หมายถึงมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนแบบ all-wheel drive

●   ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนที่เป็นอันดับหนึ่งในสาขานี้คือรุ่นท๊อปออฟเดอะไลน์ในปัจจุบัน Tesla Model S P100D รหัส “P” ที่เพิ่มเข้ามาหมายถึง Performance ซึ่งมีความพิเศษอยู่ที่การเพิ่มฮาร์ดแวร์/ซอฟท์แวร์สำหรับใช้งาน Ludicrous Mode เพิ่มกำลังสูงสุดชั่วคราวในบางจังหวะ มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร 3 เฟส ด้านหน้าผลิตกำลังได้ 263 แรงม้า (PS) ด้านหลัง 510 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 98.5 กก.-ม. บ้าเลือดยิ่งกว่าซูเปอร์คาร์บางรุ่นเสียอีก (ยกตัวอย่างเฟอร์รารี่ที่ชนะเลิศในปีนี้แรงบิดเพียง 77.4 กก.-ม.) จุดเด่นคือระยะทางในการขับที่ไกลถึง 613 กม. แน่นอนว่ามาจากแบตเตอรี่ความจุ 100 กิโลวัทท์-ชม.

●   เทสล่ากำชัยด้วยคะแนนขาดลอยเช่นกันครับ 202 คะแนน อันดับ 2 เครื่อง 3 สูบของ BMW i8 ที่ 143 คะแนน ส่วนอันดับ 3 ชุดระบบไฟฟ้าล้วนของ Chevrolet Bolt 105 คะแนน

Best Electric Powertrain 2017

●   แม้จะเป็นสาขาใหม่เอี่ยมในปีนี้ แต่ผลรางวัลเหมือนสาขา Best Green Engine ข้างบนครับ เทสล่าเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วยบีเอ็มดับเบิลยูและเชฟโรเลต… ผู้แปลยังคิดว่ามันแปลกๆ ที่จะแยกสาขากรีนกับชุดระบบไฟฟ้าแบบอิหลักอิเหลื่อแบบนี้ อันที่จริงสาขา “กรีน” น่าจะเป็นเครื่องยนต์เพียวๆ มลพิษต่ำในรถยนต์รุ่นพื้นฐาน หรือเครื่องยนต์ที่ใช้งานในระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริด หรือปลั๊ก-อิน ไฮบริด ส่วนสาขา “ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า” ควรจะเป็นระบบไฟฟ้าล้วนแบบแบตเตอรี่ และฟิว-เซลล์ (หรืออื่นๆ ในอนาคตที่ไม่อาศัยเครื่องยนต์สันดาปภายใน) และไม่ควรจะนับรวมปลั๊ก-อิน ไฮบริด เอาไว้ในสาขานี้ ไม่อย่างนั้นมันก็จะซ้ำซ้อนแบบนี้ละครับ

●   คิดเสียว่าตั้งเอาไว้รอรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ อย่าง Lucid Air, NextEV NIO EP9 หรือ Faraday Future FF 91 หลังจากออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วก็น่าจะติดโผในอนาคตกันบ้างครับ

Best Performance Engine 2017

●   ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ 3.9 ลิตร ไบเทอร์โบชาร์จของ Ferrari 488 GTB ครับ ควบ 2 รางวัลกันไป คะแนนขาดยิ่งกว่าขาด 247 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 เครื่องยนต์เบนซินสูบนอน Boxer ความจุ 4.0 ลิตรของ Porsche 911 ที่ได้คะแนนรวมเพียง 159 คะแนน ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน V8 biturbo ความจุ 4.0 ลิตร ของสปอร์ตสมรรถนะสูง Mercedes-AMG GT ได้คะแนนรวมเพียง 85 คะแนนเท่านั้นครับ

ผลรางวัลในสาขาอื่นๆ

●   Best Sub 1 litre : สาขาเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมความจุต่ำกว่า 1,000 ซีซี เครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost 1.0 ลิตร ของฟอร์ดครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน อันดับ 2 และ 3 ยังคงเป็นเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.0 ลิตรของโฟล์คสวาเกน และเครื่องยนต์ 2 สูบ 647 ซีซี ของบีเอ็มดับเบิลยูตามลำดับเช่นเดิม… ไม่มีใครคิดจะล้มฟอร์ดกันเลยหรือ?

●   Best 1-litre to 1.4-litre : สาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 1,000 – 1,400 ซีซี เครื่องยนต์ 3 สูบ 1.2 ลิตร เทอร์โบชาร์จของ PSA Peugeot Citroen ครองตำแหน่งนี้เป็นปีที่ 3 ครับ ส่วนอันดับ 2 และ 3 คงเดิมอีกแล้ว ประกอบด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบ 1.2 ลิตรเทอร์โบชาร์จของบีเอ็มดับเบิลยู และเครื่องยนต์เบนซิน TFSI ความจุ 1.4 ลิตร ทว่าปีนี้เป็นรุ่นเครื่องยนต์เพียวๆ พร้อมระบบ ACT หรือ active cylinder management หยุดการทำงานของลูกสูบไป 2 สูบในช่วงความเร็วต่ำ – ปานกลาง ไม่ใช่รุ่นที่จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้าในระบบไฮบริดแบบเดิม (อันที่จริงก็บล็อคเดียวกันนั่นแหละครับ เพียงแต่เปลี่ยนรุ่นรถยนต์ที่อ้างอิง)

●   Best 1.4 litre to 1.8 litre : สาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 1,400 – 1,800 ซีซี เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ 1.5 ลิตรของ BMW i8 ครองแชมป์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน อันดับ 2 และ 3 ก็ยังคงเดิมเช่นกัน (ผู้แปลไม่ได้กำลังแปลซ้ำใช่ไหม?) ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรเทอร์โบชาร์จของบีเอ็มดับเบิลยู และเครื่องยนต์เบนซิน TFSI ความจุ 1.8 ลิตรของโฟล์คสวาเกน กรุ๊ปครับ

●   Best 1.8-litre to 2-litre : สาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 1,800 – 2,000 ซีซี… โล่งใจ ไม่ได้แปลซ้ำ อันดับเปลี่ยนเสียที ปีนี้เครื่องเบนซิน 4 สูบนอน Boxer ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 300 แรงม้าของ Porsche 718 เอาชนะแชมป์เก่า Mercedes AMG ไปได้ โดยเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จของ Mercedes A45 AMG หล่นไปอยู่ที่อันดับ 2 ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TFSI แบบไม่มีระบบอัดอากาศของ Audi TT หล่นจากอันดับ 2 ไปเป็นอันดับ 3

●   Best 2-litre to 2.5-litre : สาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 2,000 – 2,500 ซีซี แชมป์ใหม่คือเครื่องยนต์ 5 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จของ Audi TT RS ครับ อันดับ 2 คือเครื่องเบนซิน 4 สูบนอน Boxer ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จของ Porsche 718 ส่วนอันดับ 3 เป็นน้องใหม่มาแรง เครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost แบบ 4 สูบ ความจุ 2.3 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 350 แรงม้าที่ติดตั้งอยู่ในฮอทแฮทช์ Ford Focus RS รุ่นล่าสุดครับ

●   Best 2.5-litre to 3-litre : สาขาเครื่องยนต์ความจุระหว่าง 2,500 – 3,000 ซีซี เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จของ Porsche 911 Carrera ครองแชมป์เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน อันดับ 2 ก็ยังคงเดิมด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร ทวิน-เทอร์โบชาร์จของ BMW M3 และ M4 ส่วนอันดับ 3 เปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องยนต์ V6 ความจุ 2.9 ลิตร ทวิน-เทอร์โบชาร์จ ของเฟียต ไครสเลอร์ ที่ใช้งานอยู่ในเจ้าโคลเวอร์ 4 แฉก Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio

●   Best 3-litre to 4-litre : ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในสาขานี้ครับ อันดับ 1 – 3 คงเดิม ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V8 ความจุ 3.9 ลิตรของ Ferrari 488 GTB ต่อด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ 4.0 ลิตร ไบเทอร์โบของ Mercedes-AMG GT ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบนอน Boxer ความจุ 4.0 ลิตรของ Porsche 911 GT3 RS

●   Best Above 4-litre : สุดท้ายครับ… สาขาเครื่องยนต์ความจุมากกว่า 4,000 ซีซี อันดับ 1-2 คงเดิม ได้แก่ เครื่องยนต์ V12 สูบ ความจุ 6.3 ลิตร กำลังสูงสุด 780 แรงม้า (PS) ของ Ferrari F12 tdf ต่อด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V10 ความจุ 5.2 ลิตรของ Audi R8 และ Lamborghini Huracan (บ้านเราออดี้ ประเทศไทย เพิ่งประกาศเปิดจอง Audi R8 V10 ครับ ราคาเกือบ 19 ล้านบาท) ส่วนอันดับเปลี่ยนมือจาก Mercedes-AMG ไปเป็นเครื่องยนต์ V12 สูบ ความจุ 6.5 ลิตรของ Lamborghini Aventador ครับ… แรงแบบอนุรักษ์ด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์เพียวๆ กันไป   ●


 

Drunk Dont Drive