iOS 11 ของ Apple เพิ่มโหมด Do Not Disturb ขณะขับ
June 8, 2017
Motortrivia Team (3792 articles)

iOS 11 ของ Apple เพิ่มโหมด Do Not Disturb ขณะขับ

Posted by : AREA 54

 

●   ในงานประชุมนักพัฒนาของแอปเปิลหรือ WWDC 2017 (Worldwide Developers Conference) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แอปเปิลได้เผยรายละเอียดของระบบปฏิบัติการ iOS 11 ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับแวดวงยานยนต์ก็คือ มันจะมีโหมด “Do Not Disturb While Driving” เพิ่มเติมเข้ามา โดยแอปเปิลแจ้งว่า นี่คือหนทางใหม่ (อย่างน้อยก็ในขณะนี้) ที่น่าจะช่วยให้ผู้ขับสามารถรักษาสมาธิบนท้องถนเอาไว้ได้ ในกรณีที่สมาร์ทโฟนเครื่องนั้นๆ ไม่ได้พ่วงกับระบบอินโฟเทนเมนท์ที่ติดตั้งฟังก์ชั่น Apple CarPlay

●   สำหรับคุณสมบัติของโหมดนี้ใน iOS รุ่นใหม่ของแอปเปิล มันสามารถตรวจสอบสถานะของตัวเครื่องจากเซนเซอร์ต่างๆ รวมทั้งใช้ Bluetooth หรือ WiFi ในการหาค่าความเร็วสัมพัทธ์ (Doppler Effect) ในการระบุว่าเจ้าของสมาร์ทโฟนกำลังอยู่บนรถ จากนั้นระบบจะทำการปิดหน้าจอโดยอัตโนมัติ รวมทั้งบล็อคสายเรียกเข้า และการแสดงผลข้อความแจ้งเตือนต่างๆ แต่หากเจ้าของสมาร์ทโฟนต้องการเปิดใช้งานหน้าจอ (ในกรณีที่จอดรถ หรือเจ้าของเครื่องเป็นผู้โดยสาร) เจ้าของจะต้องยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้ขับหรือกำลังขับรถด้วยการกด “I’m Not Driving” เพื่อยืนยันสถานะ

●   นอกจากนี้ ในระหว่างที่เปิดโหมด Do Not Disturb While Driving แอพฯ iMessage ก็จะทำการตอบกลับแบบอัตโนมัติไปยังผู้ที่กำลังส่งข้อความมาหาคุณว่า คุณกำลังขับรถในขณะนี้และจะเห็นข้อความที่ส่งมาหลังจากถึงที่หมาย อย่างไรก็ตาม คุณยังสามารถตั้งค่าได้ว่าจะอนุญาตให้ใครในลิสท์อยู่ในสถานะพิเศษเพื่อจะได้ไม่พลาดการติดต่อที่สำคัญ และหากผู้ที่ส่งข้อความนั้นๆ ต้องการส่งข้อความที่สำคัญมากๆ ชนิดเร่งด่วนแบบคอขาดบาดตาย ก็สามารถ reply ด้วยคำว่า “urgent” เพื่อเป็นการยกเว้นข้อห้ามในโหมด Do Not Disturb While Driving

●   ก่อนหน้าที่แอปเปิลจะเปิดตัวโหมดนี้ โตโยต้าก็เพิ่งเตรียมการเปิดตัว ระบบอินโฟเทนเมนท์เจนเนอเรชั่นใหม่บนแพลทฟอร์มลินุกซ์ สำหรับ Toyota Camry รุ่นปี 2018 ในสหรัฐฯ โดยใช้หลักการคล้ายๆ กันคือ ปิดการใช้งานผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนหลังจากที่เชื่อมต่อกับระบบอินโฟเทนเมนท์ภายในรถ เพื่อรับมือกับผู้คนในยุคปัจจุบันที่เสพย์ติดสมาร์ทโฟนอย่างหนัก และอาจอดใจใช้งานในระหว่างขับรถไม่ได้

●   ในเมื่อขอความร่วมมือกันไม่ได้หรือกฏหมายยังเอาไม่อยู่ ดูเหมือนว่าฟังก์ชั่นการ “ห้ามใช้” จากผู้ผลิตจะเป็นวิธีเดียวที่ได้ผลที่สุดในขณะนี้ครับ   ●