July 31, 2017
Motortrivia Team (6490 articles)

Bollinger B1 ออฟ-โรดบอดี้สุดดิบที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน

Posted by : AREA 54

●   Bollinger Motors บริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตรถน้องใหม่จากนิวยอร์ค เปิดตัว SUV ออฟ-โรดพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกในชื่อ Bollinger B1 หน้าตาเหมือนรถลูกผสมระหว่าง Jeep Wrangler และ Land Rover Defender ด้วยรูปทรงคลาสสิคแบบ 3-Box พ่วงด้วยประสิทธิภาพการใช้งานแบบลุยๆ ด้วยช่วงล่างที่ยกสูงพร้อมระยะเคลียร์ใต้ท้องรถในระดับ 15.5 นิ้ว และระบบขับเคลื่อนแบบ AWD

●   บอลลิงเจอร์ให้คำจัดความรถเอนกประสงค์คันนี้ว่า SUT หรือ Sport Utility Truck ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเป็นรุ่นแรกของโลก ตัวรถมากับบอดี้ที่ดิบจริงๆ ครับ… ทั้งคันเต็มไปด้วยเหลี่ยมสันทรงกล่องเชื่อมต่อกัน โดยรวมเหมือนรถในเกมที่เปิดกราฟฟิคแบบ low ห้องโดยสารก็ไม่ต่างกัน ไม่มีการตกแต่งเพื่อความสวยงามใดๆ (แม้บางจุดจะหุ้มหนังก็ตาม) ไม่มีระบบอินโฟเทนเมนท์ มีเพียงวิทยุอนาล็อกติดตัวมาให้เท่านั้น มันถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งาน ใช้งาน และใช้งาน ตัวรถสามารถบรรทุกสัมภาระที่ความยาวมากกว่าตัวรถได้ด้วยฝาเปิดหน้า-หลังที่ทะลุเป็นแนวยาวตลอดคัน การดัดแปลงจากบอดี้จากแบบ Full-Cab เป็น Half-Cab สไตล์ปิคอัพ ทำได้ด้วยการแยกส่วนง่ายๆ ผ่านการคลายนัทหัวจมสำหรับล็อคชิ้นส่วนเข้าไว้ด้วยกัน

●   แม้จะดูดิบ เถื่อน และน่าจะหนัก แต่ Bollinger B1 กลับมีน้ำหนักตัวรวมแบตเตอรี่แพคเพียง 1,769 กก. เท่านั้น พอๆ กับ Jeep Wrangler รุ่น 2 ประตู (1,706 กก.) และยังเบากว่ารุ่นตัวถัง 4 ประตูด้วย (1,969 กก.) ขนาดตัวเมื่อเทียบกับ Wrangler 4 ประตู ความยาวรวม 3,810 มม. (-890 มม.) กว้าง 1,943 มม. (+63 มม.) สูง 1,866 มม. (+66 มม.) แอร์โรไดนามิกส์ช่างมัน ช่วงล่างพร้อมลุยด้วยระยะเคลียร์ 15.5 นิ้ว ระยะให้ตัวของล้อ 10 นิ้ว มุมปะทะ (approach) หลบได้สูงสุด 56 องศา, มุมจาก (departure) 53 องศา และมุมคร่อม (breakover) 33 องศา

●   Bollinger B1 เป็นรถไฟฟ้าล้วนประเภทแบตเตอรี่ (BEV : battery electric vehicle) ตัวรถใช้พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แยกขับเพลาหน้า-หลังแบบ all-wheel drive กำลังสูงสุดเทียบเท่า 360 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 65.2 กก.-ม. แน่นอนว่าไม่มีเกียร์สโลว์ การผ่านอุปสรรคทุกประการต้องอาศัยการควบคุมแรงบิดด้วยเท้าเท่านั้น… ส่วนชุดระบบความปลอดภัยมีเพียงระบบเบรค ABS เพียงอย่างเดียว ไม่มีระบบอิเลคทรอนิคช่วยขับใดๆ เข้ามาเสริม

●   แบตเตอรี่แพคแยกจำหน่ายเป็น 2 รุ่น ประกอบด้วยรุ่นความจุ (หรือความสามารถในการจ่ายไฟใน 1 ชม.) 60 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จด้วยไฟบ้าน 220 โวลท์ขอเวลา 7 ชม. ฟาสท์ชาร์จ 45 นาที และรุ่นความจุ 100 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จด้วยไฟบ้าน 12 ชม. ฟาสท์ชาร์จ 75 นาที ทั้ง 2 รุ่นรองรับพอร์ทชาร์จทุกรูปแบบในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน J1772 หรือ CHAdeMO การกระจายน้ำหนักหน้า:หลัง 50:50 รองรับน้ำหนักบรรทุกสูงสุด 2,766 กก. และสามารถรองรับน้ำหนักการลากจูงได้สูงสุด 2,766 กก. เท่ากัน

●   อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณไม่สนแอร์โรไดนามิกส์ และไม่สามารถกดน้ำหนักตัวรถได้ต่ำกว่านี้ สิ่งที่ต้องแลกมาคือระยะทางในการขับ แม้ว่าจะใช้แบตเตอรี่แพคที่มีความจุ 60 – 100 กิโลวิทท์-ชม. ก็ตาม (เฉลี่ยแล้วสูงกว่ารถบ้านทั่วไป) รุ่นความ 60 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้เพียง 193 กม. เท่านั้น ในขณะที่รุ่น 100 กิโลวัทท์-ชม. จะเพิ่มขึ้นเป็น 321 กม. มองในแง่ดี มันถูกออกแบบมาเพื่อกรำงานหนักครับ

หมายเหตุ : Chevrolet Bolt น้ำหนักตัว 1,624 กก. แบตเตอรี่จุ 60 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้ราว 320 กม. แน่นอนว่ามันมีแอร์โรไดนามิคส์ที่ดีกว่ามาก

●   บอลลิงเจอร์ยังไม่เผยราคาจำหน่าย B1 แบบเป๊ะๆ ในขณะนี้ แต่คาดว่าน่าจะเริ่มต้นได้ที่ประมาณ 60,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 2 ล้านบาท การผลิตและการส่งมอบรถจะมีขึ้นภายในช่วงปี 2018 ครับ   ●

2018 Bollinger B1

Drunk Dont Drive