ทดลองขับ Mitsubishi Pajero Sport 4WD GT-Premium
July 19, 2017
Motortrivia Team (4643 articles)

ทดลองขับ Mitsubishi Pajero Sport 4WD GT-Premium


เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   มิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต โฉมปัจจุบัน เปิดตัวในไทยปี 2015 ทิ้งช่วงประมาณครึ่งเดือนก็จัด ทดสอบระบบความปลอดภัย ที่ให้มาอย่างครบครัน  และอีกเดือนกว่าๆ ก็จัดทดสอบแบบกลุ่ม ได้ลองทั้งทางเรียบและทางลุยโหดๆ ครั้งนี้ขอยืมมาขับเองอีกครั้งแบบใช้งานจริง พร้อมลองระบบความปลอดภัย โดยเฉพาะ Adaptive Cruise Control รวมทั้งอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วย

ล้ำสมัยทั้งภายในและภายนอก

●   ภายนอกของ ปาเจโร่สปอร์ต เน้นความโฉบเฉี่ยวของเส้นสายที่ผสมผสานทั้งความโค้งมนและเฉียบคม โคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ ชุดกำเนิดแสงแบบ Bi-LED ให้ความสว่างเข้มข้นเหลือเฟือและมีขอบเขตที่ชัดเจนไม่ฟุ้งกระจาย มาพร้อมที่ฉีดน้ำล้างโคมไฟหน้า ส่วนไฟท้าย LED ออกแบบเป็นทรงตั้งซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้

●   มิติตัวถังมีความยาว 4,785 มิลลิเมตร กว้าง 1,815 มิลลิเมตร สูง 1,805 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,520/1,515 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร โอเวอร์แฮงค์หน้า/หลัง 880/1,105 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 218 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,090 กิโลกรัม

●   ภายในโทนสีดำดูสปอร์ตและเก่ายาก แซมด้วยสีเมทัลลิกที่ตกแต่งในจุดต่างๆ โดยรวมดูดีทั้งการออกแบบและคุณภาพของวัสดุ มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันสมกับเป็นรุ่นสูงสุด ที่ยังดูขัดตานิดๆ ก็คือสวิตช์ปรับกระจกมองข้าง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นปรับได้ 4 ทิศทางมีเส้นโค้งเหมือนตัวถังด้านหน้า สวิตช์เลือกระบบขับเคลื่อนออกแบบดูดี เข้าชุดกับสวิตช์ควบคุมการใช้งานบนทางวิบากและสวิตช์เบรกมือไฟฟ้า เบาะไฟฟ้าคู่หน้าปรับสูง-ต่ำได้ทั้ง 2 ฝั่ง เบาะแถว 2 และ 3 พับราบได้สำหรับการเคลื่อนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ แต่การออกแบบให้เบาะพับได้ก็ทำให้รอยต่อของเบาะไม่ค่อยเรียบร้อยนัก บนเพดานที่นั่งแถว 2 มีจอภาพพร้อมเครื่องเล่น DVD พร้อมหูฟังอินฟราเรดและรีโมทคอนโทรล

ลงตัวทั้งความแรงและความประหยัด

●   เครื่องยนต์ดีเซลรหัส 4N15 เสื้อสูบและฝาสูบผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอย น้ำหนักเบา ทนทาน และระบายความร้อนได้ดี เป็นแบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบแปรผันวาล์วไอดี MIVEC เทอร์โบแบบแปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แบบคอมมอนเรล ความจุ 2,442 ซีซี อัตราส่วนการอัด 15.5:1 กำลังสูงสุด 133 กิโลวัตต์ หรือ 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร หรือ 43.8 กก.-ม. ที่ 2,500 รอบต่อนาที ถังน้ำมันจุ 68 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ โอเวอร์ไดรฟ์ อัตราทดต่ำกว่า 1.000 ที่เกียร์ 7 และ 8 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WDII และมีระบบล็อกเฟืองท้ายสำหรับลุยทางวิบากแบบโหดๆ

●   ความสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ถูกตัดออกไปเกือบหมด แทบไม่ส่งเข้ามาในห้องโดยสาร ส่วนเสียงเครื่องยนต์ก็ยังมีเข้ามาบ้างในระดับที่รับได้ เกียร์เปลี่ยนจังหวะได้อย่างนุ่มนวลไม่กระชาก และพวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ที่ไม่หนักหรือหนืดมือจนเกินไป หมุนได้ราบเรียบ ทำให้ขับง่ายขับสบายและคล่องตัวพอสมควร ระบบกล้องรอบคันพร้อมเซนเซอร์ และระบบสังเคราะห์ภาพเป็นมุมสูง Bird’s Eye View ช่วยให้ขับรถคันใหญ่ได้มั่นใจยิ่งขึ้น

●   ขับทางไกลใช้ความเร็วตามสภาพการจราจร ระยะทาง 49.3 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ย 63 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.3 กิโลเมตรต่อลิตร ขับต่อไปที่ระยะ 100.3 กิโลเมตร ความเร็วเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 68 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยลดลงเหลือ 13.1 กิโลเมตรต่อลิตร ขับใช้งานจริงไม่เร็วไม่ช้าเกินไปก็น่าจะได้ 11-13 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ตลอดการขับทั้ง 2 ช่วงก็ไม่ได้ปั้นตัวเลขหรือขับเร็วมาก เพราะจะลองระบบ Adaptive Cruise Control ที่มาพร้อมระบบรักษาระยะห่างจากคันหน้าอัตโนมัติ และปรับระยะห่างได้ ที่ชอบใจก็คือ ระบบใช้งานง่าย ไม่ต้องเข้าเมนูซับซ้อน แค่กดปุ่มไม่กี่ครั้งระบบก็พร้อมทำงาน เปิดครูสคอนโทรล เมื่อกดคันเร่งถึงความเร็วที่ต้องการก็กด SET จากนั้นก็กดสวิตช์ระบบรักษาระยะห่างจากคันหน้า เลือกว่าต้องการให้ห่างจากคันหน้าแค่ไหนด้วยการกดซ้ำๆ เรื่องการรักษาระยะห่างจากคันหน้า ไม่ได้ใช้ระยะทาง แต่ใช้การนับเป็นวินาที เพราะมีความเร็วเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

●   ลองเปิดใช้ระบบครูสคอนโทรล รถก็ล็อกความเร็วตามที่ตั้งไว้ แต่เมื่อเข้าใกล้รถคันหน้า ระบบจะชะลอความเร็วให้โดยอัตโนมัติ และรักษาระยะห่างตามที่ตั้งไว้ และถ้ารถคันหน้าเร่งความเร็วขึ้นก็จะเร่งตาม แต่จะไม่เกินความเร็วที่ตั้งครูสคอนโทรลไว้ ขับอยู่เลนขวาโล่งๆ ลองเปลี่ยนลงเลนซ้ายที่มีรถช้ากว่า รถก็เบรกให้ หรือขับอยู่เลนขวาแล้วมีรถจากเลนซ้ายเปลี่ยนเลนมาด้านหน้า รถก็เบรกให้เช่นกัน ยิ่งรถคันหน้าช้ากว่ามาก ก็จะยิ่งเบรกหนักขึ้น ลองขับตามจนกระทั่งคันหน้าจอดสนิท รถก็เบรกให้เองจนจอดสนิทเช่นกัน แต่จะเบรกไว้ให้แค่ประมาณ 2-3 วินาที จากนั้นหน้าจอจะเตือนให้ผู้ขับเหยียบเบรกเอง ถ้าไม่เหยียบอาจจะไหลไปชนคันหน้าได้ ไม่กล้าเสี่ยงลองว่าระบบ Forward Collision Mitigation System จะทำงานหรือไม่

●   Adaptive Cruise Control นับว่าเป็นระบบที่ใช้งานบนถนนจริงได้อย่างปลอดภัย ช่วยลดจุดอ่อนของครูสคอนโทรลแบบเดิมๆ ที่รถจะขับด้วยความเร็วคงที่พุ่งเข้าหารถคันหน้าที่ช้ากว่า ถนนเมืองไทยไม่ค่อยโล่งให้ใช้ครูสคอนโทรลได้อย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับ Adaptive Cruise Control สามารถใช้งานต่อเนื่องได้อย่างปลอดภัย แต่ผู้ขับก็ต้องมีสมาธิในการขับรถเหมือนเดิม ระบบแค่ช่วยสนับสนุนการขับเท่านั้น ยังไม่ใช่ระบบขับอัตโนมัติ

●   ส่วนระบบป้องกันการชนด้านหน้า Forward Collision Mitigation System ประเมินความเร็วกับรถคันหน้า ถ้าความเร็วต่างกันมากเกินไป จะส่งสัญญาณเตือนและถ้าผู้ขับไม่ตอบสนองก็จะช่วยเบรกให้ มีบางจังหวะที่กำลังเร่งแซงแล้วจะเปลี่ยนเลนหลบคันหน้า ระบบคงประเมินว่ากำลังจะชนก็เลยช่วยเบรกให้ ทำให้เสียจังหวะไปบ้าง ปกติก็แซงคันหน้าในระยะห่าง แต่ในการใช้งานจริงบางครั้งก็หลีกเลี่ยงการแซงในระยะกระชั้นชิดได้ยาก

ช่วงล่างนุ่มนวลนั่งสบาย

●   ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทรีลิงค์ ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ล้อแม็ก 7.5 x 18 นิ้ว ยาง 265/60 R18เ ซตมานุ่มนวลเหมาะกับการโดยสาร ห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง แต่ขับคนเดียวไม่มีน้ำหนักบรรทุกก็ยังนุ่ม ไม่ดีด ซับแรงสะเทือนได้ดี แทบไม่หลงเหลือความรู้สึกว่าเป็นเอสยูวีพื้นฐานปิกอัพ ระบบเบรกแบบดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ นอกจากจะดูหล่อแล้วผลงานการเบรกก็ดี หยุดรถหนัก 2 ตันได้อย่างมั่นใจ ไม่มีไหลแถม เบรกฉุกเฉินแรงๆ ก็เอาอยู่ แต่จะมีอาการหน้าทิ่มท้ายยกบ้าง

●   มิตซูบิชิ ปาเจโร่สปอร์ต รุ่นสูงสุด 4WD GT-Premium ราคา 1,529,000 บาท สีขาวมุก เพิ่ม 15,000 บาท น่าสนใจที่ความครบครันของอุปกรณ์มาตรฐาน การออกแบบและการตกแต่งที่ลงตัว เครื่องยนต์แรงพอตัว หรืออยากประหยัดก็พอได้ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบชุดใหญ่พร้อมลุยทางโหดได้ถ้าใจถึง มาพร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรีประกันภัยชั้น 1 และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน   ●

Specification: Mitsubishi Pajero Sport 4WD GT-Premium

–   แบบตัวถัง เอนกประสงค์ 5 ประตู
–   ยาว x กว้าง x สูง 4,785 x 1,815 x 1,805 มิลลิเมตร
–   ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,520/1,515 มิลลิเมตร
–   ฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร
–   ระยะต่ำสุด 218 มิลลิเมตร
–   น้ำหนัก 2,090 กิโลกรัม
–   แบบเครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC คอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
–   ความจุ 2,442 ซีซี
–   กระบอกสูบ ช่วงชัก 86.0 x 105.1 มิลลิเมตร
–   อัตราส่วนการอัด 15.5:1
–   กำลังสูงสุด 181 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที
–   แรงบิดสูงสุด 43.8 กก.-ม. ที่ 2,500 รอบต่อนาที
–   ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Sport Mode
–   ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-Time Super Select 4WDII
–   ระบบบังคับเลี้ยว แร็คแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์
–   ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
–   ระบบกันสะเทือนหลัง ทรีลิงค์ ทอร์คอาร์ม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
–   ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อนทั้ง 4 ล้อ
–   ผู้จำหน่าย บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
–   โทรศัพท์ Call Center 02-079-9500 8.30-17.00 น. ยกเว้นวันอาทิตยและวันหยุด
–   เวบไซต์ www.mitsubishi-motors.co.th.


2017 Mitsubishi Pajero Sport 4WD GT-Premium


 

Drunk Dont Drive