Suzuki Ciaz ขับประหยัดเหนือจรดใต้ ดีสุด 28 กม./ลิตร
July 9, 2017
Motortrivia Team (5098 articles)

Suzuki Ciaz ขับประหยัดเหนือจรดใต้ ดีสุด 28 กม./ลิตร


เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ : ซูซูกิ ประเทศไทย

 

●   ซูซูกิ เซียส อีโคคาร์ซีดาน เด่นเรื่องความกว้างขวางและอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน เปิดตัวในไทยช่วงต้นเดือนกรกฏาคม 2015 และ จัดทดสอบแบบกลุ่มในช่วงเวลาต่อเนื่องกัน ช่วงแรกมี 4 รุ่นย่อย โดยมีรุ่น GLX CVT เป็นรุ่นสูงสุด ราคา 6.25 แสนบาท ทำตลาดประมาณ 1 ปี ก็เพิ่มรุ่น RS ภายนอกแต่งสปอร์ต ภายในเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน ปรับราคาเป็น 6.75 แสนบาท ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้ในกิจกรรม The Happyness Journey with Suzuki Ciaz ขับประหยัดเหนือจรดใต้ ระยะทางรวมประมาณ 1,700 กิโลเมตร แบ่งเส้นทางเป็น 4 ช่วง ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ได้ร่วมกิจกรรมในช่วงสุดท้าย เส้นทางภาคใต้ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร


คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด


ขับประหยัด 190 กิโลเมตร

●   เริ่มต้นเดินทางตั้งแต่เช้ามืด นัดหมายที่สนามบินดอนเมือง 4.30 น. เพื่อนั่งเครื่องบินไปลงที่ชุมพร แวะเติมพลังกันที่ ร้านโชคดี แต่เตี้ยม จากนั้นเริ่มกิจกรรมโดยมี คุณวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน ทริปนี้ขับจากชุมพรไปพักที่ภูเก็ตแล้วนั่งเครื่องบินกลับกรุงเทพฯ โดยกำหนดให้ช่วงแรกจากชุมพร-สุราษฏร์ธานี ระยะประมาณ 190 กิโลเมตร เป็นช่วงขับประหยัด ให้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้าเกินถือว่าฟาล์ว มีรถซูซูกิ เซียส RS ทั้งหมด 5 คัน ทุกคันปิดซีลสวิตช์ระบบปรับอากาศ ห้ามปรับเองและห้ามปิด และซีลปุ่มกดดูอัตราสิ้นเปลือง ให้ก้มหน้าก้มตาขับอย่างเดียว ถ้าซีลขาดก็ถือว่าฟาล์วเช่นกัน

●   เพื่อให้สื่อมวลชนได้ลองนั่งเบาะหลังที่กว้างขวาง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเด่นของเซียส รถทุกคันจึงนั่งคันละ 3 คนรวมผู้ขับ ผู้ขับมือแรกมีอาสาสมัครที่มีประสบการณ์ด้านขับประหยัด ส่วนผมรับหน้าที่เป็นผู้นำทางและช่วยคำนวณเวลา ซึ่งสมัยก่อนต้องกดเครื่องคิดเลขเพื่อคำนวณว่า ตลอดระยะทางต้องใช้ความเร็วเฉลี่ยเท่าไร เพื่อให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า เผื่อเหลือเผื่อขาดนิดหน่อยเพื่อไม่ให้ฟาล์ว แต่สมัยนี้ง่ายมาก แค่เปิด Google Map เลือกจุดหมายปลายทาง เช็คเส้นทางกับใบนำทางว่าไปทางเดียวกัน จากนั้นก็แค่บอกทางไม่ให้หลง ระบบจะคำนวณให้เองว่าใช้เวลาเท่าไรจะถึงปลายทาง

●   แม้จะมีเทคโนโลยีมาช่วยผ่อนแรง แต่ก็ไม่สามารถมองข้ามเรื่องโชคดวงไปได้ เริ่มแววอับโชคตั้งแต่โดนเจ้าหน้าที่ตัดต้นไม้ริมถนนกั้นให้จอดรถ ทั้งที่เพื่อร่วมทริปคันอื่นที่อยู่ข้างหน้าผ่านไปได้หมด หลุดมาได้ก็ขับแบบสบายๆ ความเร็ว 70-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ช้าเกินไป เส้นทางช่วงนี้ค่อนข้างโล่ง มีสัญญาณไฟจราจรตามแยกใหญ่ไม่กี่จุด แต่ที่น่าแปลกก็คือ ติดไฟแดงแทบทุกแยก ผู้ขับและผมจึงตกลงปรับเป้าหมายใหม่ จากเดิมที่หวังติด 1 ใน 3 ลดลงเหลือแค่ติด 1 ใน 5 ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

●   แม้โชคชะตาจะไม่เข้าข้าง แต่ผู้ขับก็ยังมีความตั้งใจเต็มเปี่ยม ผมซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้นำทางจึงต้องทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ทั้งบอกทาง กำหนดความเร็ว เช็คเวลาซ้ำเพื่อความมั่นใจ รวมทั้งชวนคุย เพื่อป้องกันการหลับในเพราะตื่นกันตั้งแต่เช้ามืด เท่าที่สังเกตดูพบว่าเป็นผู้ขับที่มีมารยาท เมื่อมีรถเร็วมาด้านหลังก็ยอมเสียจังหวะหลบลงซ้ายให้ ไม่ขับช้าแช่ขวาทั้งที่จะทำความเร็วได้สม่ำเสมอกว่า

●   ตัดภาพไปช่วงสุดท้าย ก่อนถึง ร้านอาหารภูณิศา จังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งเป็นจุดลงเวลา ไฮไลต์อยู่ที่ทางเข้าร้านซึ่งเป็นทางชันยาวต่อเนื่อง ช่วงนี้ถ้าเลี้ยงคันเร่งไม่ดีอันดับการแข่งขันอาจพลิกได้ แม้ไม่มีอะไรจะเสีย แต่ผู้ขับก็ยังค่อยๆ ประคองคันเร่งขึ้นไปแบบไม่รีบร้อน เพราะเวลาเหลือเฟือ เข้าจุดลงเวลา ดับเครื่องยนต์ กรรมการบันทึกผล ละเลียดมื้อกลางวันกับอาหารใต้แท้ๆ พร้อมชมวิวมุมสูงของแม่น้ำตาปี ส่วนผลการแข่งขันต้องเก็บความสงสัยไว้ก่อน เพราะจะประกาศในช่วงมื้อค่ำ

104 กิโลเมตร รีดสมรรถนะทุกด้าน

●   อิ่มแล้วเดินทางต่อโดยผมรับหน้าที่เป็นผู้ขับ จุดพักต่อไปอยู่ที่ปั๊มบริเวณสี่แยกนาเหนือ ระยะทางประมาณ 105 กิโลเมตร ขับแบบหนังคนละม้วนกับช่วงแรก เพราะบางช่วงเป็นถนน 2 เลน ต้องเร่งแซงบ่อยครั้ง และต้องแซงเผื่อเพื่อนคันหลังที่ตามมาด้วย ม้าทั้ง 91 ตัว จากเครื่องยนต์ K12B เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,242 ซีซี จึงถูกเรียกมาใช้งานบ่อยครั้ง กดคันเร่งคิ๊กดาวน์พาเข็มวัดรอบไปป้วนเปี้ยนแถวรอบแรงม้าสูงสุด 6,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT ก็ทำหน้าที่ส่งกำลังอย่างกระฉับกระเฉง โดยเฉพาะเมื่อกดปุ่ม SPORT ที่ข้างหัวเกียร์ รอบเครื่องยนต์ขยับสูงขึ้นอีกนิด เร่งแซงได้ทันใจขึ้นอีกหน่อย มีระยะปลอดภัยให้เพื่อนด้านหลังแซงตามมาได้

●   ระบบการควบคุมทั้งพวงมาลัย ระบบกันสะเทือน และเบรก ก็โชว์ผลงานได้โดดเด่นไม่แพ้กัน พวงมาลัยเพาเวอร์หนืดมือพอเหมาะทำให้ควบคุมง่าย ช่วงล่างหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังทอร์ชั่นบีม ทำผลงานได้ดีเกินคาด เปลี่ยนเลนเข้า-ออกขณะเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ เกาะถนนดีกว่าที่คิด เบรกหน้าดิสก์หลังดรัมพร้อมตัวช่วย ABS, EBD และ BA เบรกได้ตามน้ำหนักเท้าที่กดแป้นเบรก ส่วนการเบรกฉุกเฉินก็สร้างแรงดึงได้อย่างทันใจ

●   ยังไม่ผ่านพ้นครึ่งทางก็เพิ่มความท้าทายด้วยเม็ดฝนที่โปรยปรายไม่ขาดสาย หันไปมองเพื่อนร่วมทาง 2 คน นั่งคาดเข็มขัดนิรภัยคอพับหลับสบาย นึกเข้าข้างตัวเองว่าคงจะขับนิ่ม เพราะขนาดเร่งแซงตลอดทางยังหลับลึกกันได้ขนาดนี้ หรือจริงๆ แล้วจะเป็นเพราะง่วงมากหลังมื้อกลางวันก็ไม่รู้ ถึงจุดพักฝนก็ยังไม่หยุดตก ทีมงานซูซูกิแจ้งผ่านวิทยุสื่อสารว่ามีร่มอยู่ท้ายรถ แต่พนักพิงเบาะหลังพับไม่ได้ ต้องมีคนเสียสละตากฝนลงจากรถไปหยิบร่มที่ห้องเก็บของด้านท้าย

ปิดทริปที่เบาะหลัง

●   ออกจากจุดพักรถ ลองย้ายไปนั่งเบาะหลังที่นั่งสบายเพราะมีที่วางขาเหลือเฟือ สมกับฐานล้อ 2,650 มิลลิเมตร พื้นห้องโดยสารด้านหลังเกือบจะราบเรียบ เบาะนั่งรองต้นขาได้เต็มๆ ถึงข้อพับหลังหัวเข่า ทำให้นั่งสบาย มีที่เท้าแขนตรงกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 จุด พนักพิงปรับความเอนมาพอเหมาะ หมอนรองศีรษะแบบตายตัว รับต้นคอพอดีสำหรับความสูง 170 เซนติเมตร แอร์กระจายความเย็นได้ทั่วถึงแม้ไม่มีช่องแอร์ด้านหลังและรถยังไม่ได้ติดฟิล์ม

●   อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแดดไม่ร้อน กำลังเคลิ้มๆ ได้ที่ ก็เจอเข้ากับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางจากฝีมือนักขับสายบู๊ ที่โยนเข้าโค้งอย่างเมามันช่วงพังงา-ภูเก็ต รถไม่มีอาการว่าจะเสียการทรงตัว แต่คนนั่งหลังอย่างผมเริ่มออกอาการเมารถ ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โชคดีที่เหวี่ยงได้ไม่นานคนขับก็อยากแวะเข้าห้องน้ำ ผู้ขับคนแรกที่รับหน้าที่ขับประหยัดจึงฉวยโอกาสยึดพวงมาลัยรถกลับคืนมา สันติสุขแห่งการเดินทางจึงกลับคืนมาอีกครั้ง ถึงที่พัก บลู มังกี้ จังหวัดภูเก็ต โดยสวัสดิภาพ

ผลการแข่งขัน 24 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ถึงที่พักแล้วแยกย้ายกันพักผ่อน ก่อนจะรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อนั่งรถตู้ไปที่ ร้านระย้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก อิ่มมื้อค่ำแล้วก็ถึงเวลาประกาศผลการขับประหยัด ทีมผมทำผลงานได้ดีเกินคาด อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากชุดมาตรวัด 24 กิโลเมตรต่อลิตร ได้อันดับ 3 ต้องยกความดีความชอบให้ผู้ขับ ส่วนอันดับ 2 ได้อัตราสิ้นเปลืองเท่ากัน แต่ใช้เวลาน้อยกว่าเพราะถึงจุดลงเวลาก่อน และอันดับ 1 ทำได้ 25.5 กิโลเมตรต่อลิตร สรุปผลการขับประหยัดทั้ง 4 ทริป ระยะทางประมาณ 1,700 กิโลเมตร ทุกคันทำได้เกิน 20 กิโลเมตรต่อลิตร ตามข้อกำหนดของอีโคคาร์ และทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีที่สุด 28 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ซูซูกิ เซียส อีโคคาร์ เด่นเรื่องภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง เบาะหลังนั่งสบาย และเก็บสัมภาระด้านท้ายที่มีความจุมากพอควร ใช้เป็นรถครอบครัวได้ ช่วงล่างไม่นิ่มจนยวบยาบ เครื่องยนต์ตอบสนองได้ดีตามซีซี การใช้งานไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองเท่านั้น สามารถใช้เดินทางไกลข้ามจังหวัดได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย แค่รู้จังหวะของรถ และยังคงความประหยัดและมลพิษต่ำ ตามสไตล์อีโคคาร์ไว้อย่างครบถ้วน   ●

ขอบคุณ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


2017 Suzuki Ciaz Eco Drive


 

Drunk Dont Drive