August 26, 2017
Motortrivia Team (6753 articles)

F1 Belgian GP 2017 Preview : สนามคลาสสิคสุดเร้าใจ


Posted by : Fascinator.

 

●   ได้เวลากลับมาเปิดฤดูกาลครึ่งหลังสำหรับการแข่งขันฟอร์มูล่าวันประจำฤดูกาล 2017 โดยจะเริ่มประเดิมที่สนามในตำนานอันเลื่องชื่ออย่าง สปา-ฟรองคอร์ชอมป์ แห่งเบลเยียม

●   มันถูกออกแบบในปี 1920 โดย ฌูลส์ เดอ ธีร์ (Jules de Thier) สปา-ฟรองคอร์ชอมป์ เดิมนั้นมีผังคล้ายรูปสามเหลี่ยม จากการใช้ถนนหลวงที่เชื่อมระหว่าง 3 เมือง อย่าง ฟรองคอร์ชอมป์ มัลเมดี้ และ สเตฟลูต์ การแข่งขันครั้งแรกนั้นถูกจัดขึ้นในปี 1922 และ ฟอร์มูล่าวันถูกจัดการแข่งขันขึ้นที่นี่ครั้งแรกในปี 1925

●   สปา-ฟรองคอร์ชอมป์ นั้นถือว่าเป็นสนามที่ท้าทายที่สุดอีกแห่งหนึ่ง เนื่องด้วยตัวสนามที่สามารถทำความเร็วได้สูงและยังลัดเลาะไปตามป่าเขา ถึงแม้ว่าจะมีการปรับเปลี่ยนสนามครั้งใหญ่โดยการลดความยาวจาก 14 กิโลเมตร ลงเหลือ 6 กิโลเมตร มันก็ยังคงทำความเร็วได้สูงอยู่ดี

●   จุดเด่นของสนามสปาที่ทำให้มันเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักแข่งคือโค้งทั้งหลายของที่นี่ หลายๆ โค้งนั้นมีความท้าทายและมีความเร็วสูงมากซึ่งต้องอาศัยเทคนิคและความแม่นยำอันยอดเยี่ยมของนักแข่ง อย่างเช่น โค้งปูฮง โค้งในเซ็คชั่นบลองชิมองต์ และโค้งที่โด่งดังที่สุดของสนาม โอรูจ-ราดิยง (Eau Rouge-Raidillon) ซึ่งโค้งนี้นั้นจะเป็นโค้งซ้าย-ขวา-ซ้าย และวิ่งขึ้นเนิน นั่นทำให้แรง G จะเข้าปะทะนักแข่งจากทุกทิศทาง เป็นการบั่นทอนกำลังกายและสมาธิของนักแข่งอย่างร้ายกาจ

●   จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของสนามสปาก็คือสภาพอากาศ เนื่องจากตัวสนามนั้นมีความยาวมากและตั้งอยู่กลางป่าเขา สภาพอากาศที่นี่แปรปรวนอย่างถึงที่สุด การคาดเดาสภาพอากาศนั้นเป็นไปได้ยากมาก บางครั้งฝนลงหนาเม็ด บางครั้งฝนตกเพียงเล็กน้อย และหลายครั้งที่ฝนตกไม่ทั่วทุกพื้นที่ของสนาม นั่นทำให้บางส่วนของสนามเหมาะกับยางแห้ง และบางส่วนของสนามเหมาะกับยางลุยฝน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องยากในการตัดสินใจเลือกยางของทีมงานทุกครั้งไป

ใครมีโอกาสชนะมากที่สุด?

●   สนามสปาถือว่าเป็นสนามที่เซตแอโรไดนามิกส์ค่อนข้างยาก เซ็คเตอร์แรกกับเซ็คเตอร์สุดท้ายนั้นไม่ต้องการ ดาวน์ฟอร์ซ สักเท่าไหร่ ในขณะที่เซ็คเตอร์กลางต้องการดาวน์ฟอร์ซค่อนข้างสูงทีเดียว ทางทีมจึงต้องเลือกและปรับแต่งดาวน์ฟอร์ซกับแดรกฟอร์ซให้ดี และนี่คือสิ่งที่เมอร์เซเดสทำได้เหนือกว่าเฟอร์รารี

●   สปานับเป็นอีกสนามที่เป็นพาวเวอร์แทร็ค กำลังเครื่องนั้นสำคัญมากในช่วงเซ็คเตอร์แรกที่ต้องลากรถออกจากโค้ง 1 ไปยังโค้ง 7 ซึ่งต้องกดคันเร่งยาวถึง 22 วินาที และเซ็คเตอร์สุดท้ายซึ่งต้องกดคันเร่งออกจากโค้ง 16 ไปจนถึงโค้ง 19 ซึ่งในด้านเครื่องยนต์นั้นเมอร์เซเดสก็ดูจะได้เปรียบเฟอร์รารีมากกว่าเล็กน้อย

●   ยางเองก็มีส่วนสำคัญอย่างมากในสนามนี้ เซ็คเตอร์กลางที่เป็นโค้งความเร็วสูงนั้นส่งพลังงานให้กับยางมหาศาล และช่วงก่อนเข้าโค้ง 7 และโค้ง 19 รถแข่งก็ต้องใช้เบรกหนักซึ่งจะส่งพลังงานอย่างหนักให้กับยางอีกเช่นกัน ในเรื่องนี้นั้นเฟอร์รารีและเมอร์เซเดสทำได้สูสีมากเลยทีเดียวในการรีดประสิทธิภาพยาง เรียกได้ว่าปัจจัยหลักทั้ง 3 อย่าง ที่มีผลต่อรถแข่งนั้นอยู่ในขั้นสำคัญมากทั้งหมด นั่นจึงทำให้สปาเป็นสนามที่พิเศษจริงๆ

●   จากข้อมูลทั้งหมดที่เรามีนั้น ค่อนข้างชัดเจนทีเดียวว่าความได้เปรียบตกไปอยู่ทางฝั่งเมอร์เซเดส ดังนั้น ลูวอิส แฮมิลตัน แห่งเมอร์เซเดส น่าจะกลับมาทวงเก้าอี้บัลลังก์สูงสุดคืนได้เป็นการเปิดฤดูกาล ในขณะที่บุคคลที่น่าจับตาเห็นจะเป็น คิมี ไรค์โคเนน ซึ่งเจ้าตัวเป็นผู้ชนะในการแข่งขันที่สปามากที่สุดบนกริดปัจจุบันรวมทั้งยังทำผลงานที่นี่ได้ดีมาโดยตลอด และนั่นจึงเป็นที่มาของฉายา “ราชาแห่งสปา” ของเขานั่นเอง

บันทึกความทรงจำ

●   ปีที่แล้ว คิมี ไรค์โคเนน และ แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ได้มีการแบทเทิลกันบนแทร็คหลายครั้ง ซึ่งหลายจังหวะนั้นดูจะไม่โอเคกับนักแข่งฟินน์เท่าไหร่จนทำให้เจ้าตัวต้องบ่นออกวิทยุ แล้วในปีนี้ แม็กซ์ จะยังคงความดุดันเหมือนเดิมหรือไม่? เราลองย้อนกลับไปดูคลิปเมื่อวันวานก่อนตัดสินใจสรุปครับ   ●


รายละเอียดสนามเพิ่มเติม

•   สนาม : สปา-ฟรองคอร์ชอมป์
•   ความยาวสนามต่อรอบ : 7.004 กิโลเมตร
•   จำนวนรอบการแข่งขัน : 44 รอบ
•   เปิดใช้งานครั้งแรก : ปี 1922
•   ความเร็วสูงสุด : 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง
•   แรง G สูงสุด : 4.5
•   การใช้คันเร่งเต็มที่ต่อรอบ : 70%
•   อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง : สูง (2.39 กิโลกรัม/รอบ)
•   อัตราสิ้นเปลืองเบรก : ต่ำ
•   อัตราสิ้นเปลืองยาง : สูง
•   ต้องการดาวน์ฟอร์ซ : ปานกลาง
•   จุดแซงสำคัญ : โค้ง 7, 19
•   จุดสำคัญของสนาม : โค้ง 3, 4, 5 (โอรูจ-ราดิยง), 12 (ปูฮง)
•   ยางที่สามารถใช้ได้ : อุลตร้าซอฟต์, ซุปเปอร์ซอฟต์, ซอฟต์
•   DRS Zone : โซนคู่ โซนแรกอยู่ที่ระยะ 310 เมตร หลังผ่านโค้ง 5 มีจุดตรวจจับเวลาอยู่ที่ 210 เมตร ก่อนเข้าโค้ง
•   โซนที่ 2 อยู่บนทางตรงหน้าพิทเลนระยะ 30 เมตร หลังผ่านโค้ง 20 มีจุดตรวจจับเวลาอยู่ที่ 160 เมตร ก่อนเข้าโค้ง 19
•   ผู้ชนะคนล่าสุด : นิโก้ รอสเบิร์ก – เมอร์เซเดส
•   ผู้ที่ได้ตำแหน่งโพลคนล่าสุด : นิโก้ รอสเบิร์ก – เมอร์เซเดส
•   ผู้ที่ชนะมากที่สุดในสนามนี้บนกริด : คิมี ไรค์โคเนน (2004, 2005, 2007, 2009)
•   สถิติสนาม : เซบาสเตียน เวทเทล – เรดบูลล์ เรโนลต์ – 1.47.263 – 2009
•   เวลาเร็วที่สุดของสนาม : ยาร์โน ทรูลลี – โตโยต้า – 1.44.503 – 2009 (Q2)


ที่มา :
•  espnf1.com.
•  f1fanatic.co.uk.
•  en.wikipedia.org.


 

Drunk Dont Drive