September 9, 2017
Motortrivia Team (10152 articles)

BOSCH Innovation House งานแสดงวิสัยทัศน์ “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต”


ภาพ : สุพรรณี ยังอยู่

 

●   บ๊อช ประเทศไทย จัดแสดงเทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตภายใต้แนวคิด “บ๊อช IoT: Totally Connected” ภายในงาน Bosch Innovation House โดยบ๊อชซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและการบริการในระดับโลก ได้นำเสนอนวัตกรรมด้านโซลูชั่นส์ พร้อมสาธิตเทคโนโลยีการเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ตที่สามารถเปลี่ยนกระบวนการทำธุรกิจแบบออฟไลน์ ไปสู่การเป็นพันธมิตร เพื่อนคู่คิด และผู้ช่วยในด้านต่างๆ ด้วยธุรกิจที่สำคัญทั้ง 5 ด้านของบริษัท ได้แก่ Smart Home, Connected Mobility, Smart City, Connected Industry และ Smart Agriculture

●   มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย กล่าวว่า “งาน Bosch Innovation House เราได้มีการจัดแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยีแห่งการเชื่อมต่อช่วยพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของแต่ละธุรกิจได้อย่างไร โดยบ๊อชเองมีบทบาทที่สำคัญในการเชื่อมต่อ เมือง บ้าน อุตสาหกรรมต่างๆ หรือแม้กระทั่งยานพาหนะ และการเพาะปลูก เข้าด้วยกันด้วยอินเทอร์เน็ต โดยการออกแบบการเข้าถึงระบบควบคุมต่างๆ ผ่านแอพพลิเคชั่น และรวบรวมผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายต่างๆ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลายไว้ใน supply chain เดียวกันโดยอัตโนมัติ”


จากซ้าย : มร. โจเซฟ ฮง กรรมการผู้จัดการ บ๊อช ประเทศไทย และ มร.ไมเคิล โก๊ะ ผู้อำนวยการ Smart Connected Solutions โรเบิร์ต บ๊อช (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)


●   การผสานกันระหว่างโลกทางกายภาพและโลกดิจิทัล กำลังสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อรูปแบบการผลิต รวมทั้งวิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นในอาเซียน การเปลี่ยนแปลงต่างๆ เหล่านี้ ได้สร้างประโยชน์นานัปการ อาทิ ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิต อำนวยความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำเสนอข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ประสิทธิภาพและความสามารถในการทำกำไร และเพื่อลดเวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงานและเวลาการซ่อมแซมเครื่องจักร รวมถึงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นต้น

●   “โดยรวมแล้ว งาน Bosch Innovation House คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของบ๊อชในการสร้างสรรค์และผลักดันให้เกิดการพลิกโฉม ด้วยการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ด้านยานยนต์และการเชื่อมต่อด้วยระบบ IoT ทั้งนี้ บ๊อชคาดการณ์ว่า ภายในปี 2563 ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ๆ ของเราจะสามารถเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ต นับเป็นการตอกย้ำถึงการพลิกโฉมครั้งสำคัญที่มีผู้ได้รับประโยชน์มากมายจากโซลูชั่นส์ด้าน IoT ที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นแวดวงธุรกิจต่างๆ และผู้บริโภค เพราะที่บ๊อช เราช่วยสร้างความแตกต่าง”  มร. ฮง กล่าวสรุป

●   ตัวอย่างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีด้านโซลูชั่นส์ และการบริการอันล้ำสมัยที่บ๊อชนำมาจัดแสดงในงานที่กรุงเทพฯ มีอาทิ:

●   Smart Home  :  เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอัจฉริยะต่างๆ ของบ๊อช สามารถควบคุมจากระยะไกลผ่านแอพพลิเคชั่นเดียวบนสมาร์ทโฟน แม้ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นจะมาจากแบรนด์ที่แตกต่าง ตัวอย่างเช่น คุณสามารถตรวจสอบสิ่งของภายในตู้เย็นได้แม้ขณะอยู่นอกบ้าน ควบคุมการทำงานของเครื่องล้างจานได้ในระยะไกล เปิดการทำงานของเตาอบไฟฟ้าก่อนที่จะถึงบ้าน หรือสั่งให้เครื่องทำกาแฟคาปูชิโนเตรียมไว้รอล่วงหน้าก่อนถึงบ้าน

●   Connected Mobility  :  บ๊อชเป็นผู้นำการผลิตและจัดจำหน่ายด้านยานยนต์รายแรกของโลกที่ทดสอบ ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ บนถนนสาธารณะ โดยมีการทดสอบรวมกันแล้วหลายพันกิโลเมตร ซึ่งสามารถทดลองการขับอัตโนมัติด้วยตัวเองผ่านอุปกรณ์พิเศษที่ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริง (VR glasses) ได้ภายในงาน

●   นอกจากนี้ บ๊อชคือหนึ่งในผู้บุกเบิกด้านการนำเทคโนโลยีเสมือนจริงหรือ AR (Augmented Reality) มาใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจยานยนต์ และนับเป็นองค์กรแรกที่มีการนำเสนอแพลตฟอร์มการทำเทคโนโลยีเสมือนจริงสำหรับภาคอุตสาหกรรมขึ้นมา โดยเทคโนโลยีเสมือนจริงถูกนำไปใช้กับการทดลองการขับอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้ช่างเทคนิคได้เห็นตำแหน่งของส่วนประกอบต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ หรือสายเคเบิลที่ขดอยู่ภายใต้แผงหน้าปัดบนคอมพิวเตอร์/แทบเล็ตได้

●   Smart City  :  สำหรับเมืองอัจฉริยะ บ๊อชได้นำเสนอโซลูชั่นส์ต่างๆ ที่ครอบคลุมธุรกิจยานยนต์ พลังงาน การก่อสร้าง การรักษาความปลอดภัย และการบริหารจัดการเมืองด้วยระบบดิจิทัล ซึ่งประกอบไปด้วย:

●   1)  การตรวจสภาพการทำงานของแรงดันกระแสไฟฟ้าและการใช้พลังงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ (Non-Intrusive Load Monitoring: NILM) โดยระบบการตรวจ NILM สามารถวัดแรงดันกระแสไฟฟ้าและการใช้พลังงานของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชิ้น (Non-Intrusive Load Monitoring: NILM) และสามารถวัดการทำงานของอุปกรณ์เหล่านี้ในช่วงเวลาต่างๆ ได้ ประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่ได้จากระบบนี้คือช่วยค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อีกด้วย

●   2)  ระบบติดตามสภาพอากาศขนาดเล็ก (Micro Climate Monitoring Systems: MCMS) ซึ่งเป็นโซลูชั่นตรวจสภาพอากาศอัจฉริยะที่สามารถแสดงภาพ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อคุณภาพอากาศ ด้วยการตรวจติดตามสภาวะมลพิษในอากาศแบบเรียลไทม์

●   3)  กล้องวงจรปิด MIC IP7000 (Mickie) สำหรับภายนอก ซึ่งมีความแข็งแรงและทนทานสูง เหมาะสำหรับใช้ในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถหมุนได้รอบทิศ 360 องศาอย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับมุมก้มเงยได้ 290 องศา

●   Connected Industry  :  นโยบายอุตสาหกรรม 4.0 ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ช่วยให้มนุษย์และเครื่องจักรสามารถทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยและคล่องตัว โดยมีซอฟต์แวร์ที่ช่วยตรวจจับความคลาดเคลื่อนต่างๆ เพื่อให้ได้คุณภาพ ผลิตภาพ และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

●   Smart Agriculture  :  ตัวเซ็นเซอร์ที่มีความละเอียดสูง (Deep field sensor) ช่วยให้งานด้านการเกษตรมีประสิทธิภาพสูง ด้วยการนำเซ็นเซอร์และโซลูชั่นส์ต่างๆ มาให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์ในการตรวจสอบความชื้นและอุณหภูมิของดิน นอกจากนี้ ยังช่วยติดตามการเติบโตและพัฒนาการต่างๆ ของพืชผลได้อีกด้วย

เกี่ยวกับบ๊อชในประเทศไทย

●   บ๊อชเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ปัจจุบัน บ๊อชสร้างความหลากหลายในธุรกิจถึง 4 ด้าน ได้แก่ โซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน เทคโนโลยีอุตสาหกรรม สินค้าอุปโภคบริโภค และเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร บริษัทมีโรงงานผลิตในธุรกิจโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อนถึงสามแห่ง พร้อมทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา อีกทั้งสำนักงานขายและศูนย์บริการสำหรับอุปกรณ์ไฮดรอลิกและเครื่องจักรในจังหวัดระยอง และสายการผลิตโซลูชั่นส์และการบริการส่วนเครื่องจักรเพื่อบรรจุภัณฑ์ในจังหวัดชลบุรี ในปีที่ผ่านมา บ๊อชในประเทศไทยมียอดขายถึง 11.9 พันล้านบาท (305 ล้านยูโร) และมีพนักงานมากกว่า 1,200 คน สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.bosch.co.th และ www.facebook.com/BoschThailand.

●   กลุ่มบริษัทบ๊อช ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลก มีพนักงานทั่วโลกกว่า 390,000 คน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559) ในปี 2559 บริษัทมียอดขายรวมทั้งสิ้นกว่า 73.1 พันล้านยูโร โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจสำคัญได้แก่ กลุ่มโซลูชั่นส์แห่งการขับเคลื่อน กลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และกลุ่มเทคโนโลยีพลังงานและอาคาร ในฐานะผู้นำทางด้าน IoT (Internet of Things) บ๊อชนำเสนอนวัตกรรมแห่งโซลูชั่นส์เพื่อบ้านอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะ ยานยนต์ และ อุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมต่อถึงกัน ด้วยความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเซนเซอร์ ซอฟท์แวร์ และการให้บริการ รวมถึงไอโอทีคลาวด์ของบ๊อชเอง เราจึงสามารถให้บริการโซลูชั่นส์ที่เชื่อมต่อแบบข้ามโดเมนได้เบ็ดเสร็จจากแหล่งเดียว

●   เป้าหมายกลยุทธ์ของเรา คือการส่งมอบนวัตกรรมและสร้างแรงบันดาลใจเพื่อชีวิตที่เชื่อมต่อถึงกัน ผลิตภัณฑ์และบริการทั้งหมดได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยการเสนอคำตอบที่ล้ำสมัยและเป็นประโยชน์ที่นับได้ว่าเป็น “เทคโนโลยีเพื่อชีวิต”

●   กลุ่มบ๊อช ประกอบด้วยบริษัท โรเบิร์ต บ๊อช จีเอ็มบีเอช และบริษัทในเครืออีกกว่า 440 บริษัท รวมถึงสำนักงานระดับภูมิภาคในประเทศต่างๆ อีกกว่า 60 ประเทศ หากรวมบริษัทคู่ค้าผู้จัดจำหน่ายและให้บริการต่างๆ ทั้งส่วนการผลิต งานวิศวกรรม และเครือข่ายด้านการขาย บ๊อชครอบคลุมอยู่เกือบทุกประเทศทั่วโลก เพราะพื้นฐานสำคัญสำหรับการขยายตัวในอนาคตของบริษัทขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม บริษัทจึงมีพนักงานในส่วนการวิจัยและพัฒนากว่า 59,000 คน ในศูนย์วิจัยกว่า 120 แห่งทั่วโลกในปัจจุบัน   ●