2018 Dacia Duster รถ SUV 5 ที่นั่งราคาประหยัดที่ไร้คู่แข่งในตลาด
September 13, 2017
Motortrivia Team (4069 articles)

2018 Dacia Duster รถ SUV 5 ที่นั่งราคาประหยัดที่ไร้คู่แข่งในตลาด

Posted by : AREA 54

 

●   หลังจากทำตลาดรถ SUV ราคาประหยัดรุ่นขายดีรุ่นนี้มากว่า 8 ปี ในที่สุดบริษัท ดาเซีย จากประเทศโรมาเนียก็ทำการเผยโฉม Dacia Duster รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่น 2 โดยจะทำการเปิดตัวเป็นทางการในงาน 2017 Frankfurt Motor Show ระหว่างวันที่ 14 – 24 กันยายนที่จะถึงนี้

●   Duster เป็นรถ SUV ราคาประหยัดที่เป็นผลผลิตร่วมกันระหว่างดาเซียและเรโนลท์ในฐานะบริษัทแม่ ตลาดหลักคืออิหร่าน, อินเดีย, คาซัคสถาน, ยูเครน, รัสเซีย, อียิปท์, เม็กซิโก, อังกฤษ, ฝรั่งเศส ไปจนถึงอเมริกาใต้ กลุ่มลูกค้าคือผู้ที่ต้องการรถครอบครัวแบบอเนกประสงค์ ใช้งานสมบุกสมบันได้มากพอสมควรด้วยระบบ 4×4 และมีราคาจำหน่ายที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับรถ SUV ขนาดคอมแพคท์ในตลาด

●   Duster ยังถูกรีแบดจ์ตีตราจำหน่ายเป็นรถนิสสัน (Nissan Terrano) และเรโนลท์ (Renault Duster) ในบางพื้นที่ ไม่ว่าจะจำหน่ายภายใต้แบรนด์ใด Duster ก็สามารถทำยอดจำหน่ายได้เป็นที่น่าพอใจ จน Laurens van den Acker หัวหน้าทีมออกแบบของเรโนลท์ถึงกับออกปากว่า เขาแปลกใจจริงๆ ที่ Duster ไม่มีคู่แข่งในกลุ่มรถ SUV ราคาประหยัดเลย

●   “พวกเรารู้สึกประหลาดใจจริงๆ เรารู้ว่าไม่ช้าก็เร็วมันก็จะต้องมีการแข่งขันกันเกิดขึ้น ซึ่งเราก็คิดว่ามันมีอยู่แล้วนั่นแหละ ดังนั้นมันจึงค่อนข้างน่าทึ่งทีเดียวที่ Duster ไม่มีคู่แข่งโดยตรงในตลาดกลุ่มนี้ (หมายถึงรถ SUV ราคาประหยัดที่ใช้ต้นทุนการผลิตต่ำ)”

●   นอกจากนี้เขายังให้ความเห็นว่า Duster ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถราคาประหยัดสำหรับลูกค้า แต่ยังเป็นรถที่ประหยัดต้นทุนในแง่ของโมเดลทางธุรกิจด้วย บ่อยครั้ง Duster สามารถขายได้ด้วยตัวเองภายใต้แบรนด์ดาเซียขณะที่ลูกค้าเดินเข้าไปเลือกรถในเครือข่ายดีลเลอร์ของเรโนลท์ ซึ่งเขาคิดว่านี่คือจุดแข็งของ Duster (หรือแบรนด์ดาเซีย) เนื่องจากดาเซียไม่จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายดีลเลอร์ใหม่เป็นของตัวเอง และการผูกแบรนด์เรโนลท์/ดาเซียเอาไว้ด้วยกันก็เป็นโมเดลทางธุรกิจที่ค่อนข้างมีความเฉพาะตัว ยากที่ใครจะเลียนแบบได้

●   ตรงนี้มีตัวอย่างให้เห็นกันชัดๆ ครับ นั่นคือ ความพยายามในการแยกแบรนด์เจนเนซิสออกจากฮุนไดในสหรัฐฯ ซึ่งหมายถึงการลงทุนอย่างมหาศาล ทว่าในกรณีของเจเนซิส/ฮุนได นั้นมีความลำบากมากกว่า เนื่องจากเป็นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์หรูขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่การแนบแบรนด์รถยนต์ราคาประหยัดเข้าไปในดีลเลอร์เดิมเหมือนเรโนลท์/ดาเซีย

●   สำหรับรุ่นใหม่ ดาเซียไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรในงานออกแบบมากนัก ทว่ามีการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานให้ดีขึ้นตามยุคสมัย เช่น ติดตั้งไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, เพิ่มขนาดล้ออัลลอยเป็น 17 นิ้วในบางรุ่น และมี skid plate กับรูฟบาร์อลูมิเนียมมาให้จากโรงงาน รวมทั้งมีการเพิ่มฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับระบบอินโฟเทนเมนท์ผ่าน Android Auto และ Apple CarPlay ให้เป็นออปชั่นในรุ่นย่อยที่เกรดสูงขึ้น ส่วนสีโปรโมทที่เห็นนี้ ใช้ชื่อว่าส้ม Atacama Orange

●   รุ่นเครื่องยนต์ยังคงเดิมเหมือนไลน์อัพรุ่นปัจจุบัน ในเบื้องต้นประกอบด้วยเครื่องยนต์ที่มีความจุกระบอกสูบต่ำสุด คือ 4 สูบ ดีเซล 1.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ และ 4 สูบ เบนซิน 1.5 ลิตร N/A ทว่าช่วงกำลังในแต่ละรุ่นยังไม่มีการระบุไว้ในเวลานี้ (ยกตัวอย่าง ดีเซลเดิมแบ่งเป็น 3 ช่วงกำลัง 86, 107 และ 100 แรงม้า PS) ระบบส่งกำลังมีธรรมดา 5 จังหวะ หรืออัตโนมัติ 6 จังหวะ ขณะเดียวกันชุดระบบขับเคลื่อนยังคงมีให้เลือกทั้งแบบ 2 ล้อหน้าและ 4 ล้อ (ข้อมูลบางส่วนอาจเปลี่ยนแปลง)

●   นอกจากนี้ยังมีข่าวว่าดาเซียกำลังพิจารณาการเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยการเพิ่มรุ่นตัวถัง 7 ที่นั่งในอนาคต โดย Francois Mariotte ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของดาเซียระบุว่า มีความเป็นได้สูง เนื่องจากดาเซียอยากจะลองชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมาจากรถใหม่อย่าง Skoda Kodiaq ทว่ามันมีบางอย่างซึ่งต้องแลกเปลี่ยนกับการเพิ่มจำนวนที่นั่งนี้ โดยเขายกตัวอย่างไปที่แชสซีส์ (หรือแพลทฟอร์มใหม่สำหรับการผลิต) ซึ่งเขาคิดว่า มองอย่างไรก็ไม่ที่ทางที่จะผลิตรถ 7 ที่นั่งโดยไม่สูญเสียความกระทัดรัดของตัวรถ รวมถึงศักยภาพในการใช้งานแบบ 4×4 เช่นเดียวกับที่ Duster รุ่นปัจจุบันทำได้

●   สำหรับรุ่นพื้นฐาน 5 ที่นั่ง ดาเซียจะเริ่มทำตลาดในยุโรปตั้งแต่ช่วงปี 2018 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายยังไม่เปิดเผยครับ รุ่นปัจจุบันราคาเริ่มต้นเพียง 9,495 ปอนด์ หรือประมาณ 4.2 แสนบาท ในขณะที่รุ่นท๊อปออปชั่นครบทุกรายการ จบที่ 18,395 ปอนด์ หรือราว 8.1 แสนบาทเท่านั้น   ●


2018 Dacia Duster

Bridgestone Turanza