Mercedes-Benz StarFest 2017 ปิดท้ายกิจกรรม ลงใต้ไปภูเก็ต
September 29, 2017
Motortrivia Team (4874 articles)

Mercedes-Benz StarFest 2017 ปิดท้ายกิจกรรม ลงใต้ไปภูเก็ต


เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อกิจกรรม Mercedes-Benz StarFest 2017 ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม ชวนสื่อมวลชนร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการจัดคาราวานรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เดินทางส่งมอบชุดเครื่องเขียนที่ประทับตรา พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเงินทุนการศึกษาแก่โรงเรียนตามจังหวัดต่างๆ ที่ได้จัดกิจกรรม StarFest ขึ้น ไล่เรียงตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ 22-24 สิงหาคม, จังหวัดเชียงใหม่ 2-4 กันยายน, จังหวัดขอนแก่น 15-16 กันยายน และปิดท้ายกิจกรรมด้วยสถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จังหวัดภูเก็ต 22-24 กันยายน 2560 ซึ่งทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปด้วย

ประเดิมทริปด้วย E 300 Coupe

●   ก่อนเดินทาง 1 วัน ทีมงานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้นัดหมายให้สื่อมวลชนไปรับรถ ใช้วิธีที่ยุติธรรมและง่ายที่สุดคือ การสุ่มจับกุญแจรถ เพื่อนมือดีจับได้ E 300 คูเป้ AMG Dynamic ทรงรถหล่อเหลา แต่จะไม่ค่อยเหมาะเพราะต้องนั่ง 3 คน ออกเดินทางแต่เช้าตรู่เพื่อให้ทันเวลานัดรวมพลที่ปั๊มแถววังมะนาว

●   แวะรับสมาชิกครบ 3 คนแล้ว อาสาไปนั่งเบาะหลัง ระยะทางประมาณ 83 กิโลเมตร สัดส่วนผู้โดยสารด้านหลัง สูง 169 เซนติเมตร หนัก 65 กิโลกรัม นั่งบนเบาะที่แยกเป็น 2 ฝั่งได้สบาย เลือกนั่งฝั่งผู้ขับที่มีสูงใกล้เคียงกัน ไม่ได้เลื่อนเบาะหน้ามาด้านหลังมากนัก พื้นที่วางขาจึงไม่ขาดแคลน พนักพิงตั้งชันไปนิด นั่งพิงแบบเต็มหลังแล้วศีรษะเฉี่ยวเพดานทั้งด้านบนและด้านข้าง เบาะหลังไม่มีที่เท้าแขน กลางเบาะหลังเปิดออกได้เพื่อให้หยิบของจากที่เก็บสัมภาระ ก็เลยเปิดไว้และใช้เป็นที่เท้าแขนชั่วคราว ส่วนการเข้า-ออกจากที่นั่งด้านหลังก็ตามสไตล์รถคูเป้คือ คนนั่งหลังต้องขึ้นรถก่อนและลงรถทีหลัง


คุณอัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   ถึงจุดรวมพลเจอกับทีมงานเบนซ์ ใช้เวลานัดแนะสั้นๆ แล้วเดินทางต่อ คราวนี้ขอลองขับบ้าง เครื่องยนต์ระดับ 245 แรงม้า กับแรงบิด 37.7 กก.-ม. ที่มาในรอบต่ำแค่ 1,400 รอบต่อนาที ไม่ทำให้ผิดหวัง ขับสนุกเร่งทันใจตั้งแต่รอบต่ำ ให้ความรู้สึกคล้ายๆ ดีเซลเทอร์โบ แต่ดีกว่าตรงที่ลากรอบได้ไหลลื่น จึงให้อัตราเร่งที่ต่อเนื่องกว่า ช่วงล่างหนักแน่นมั่นคง กังวลนิดๆ กับยางที่ค่อนข้างบาง ด้านหน้า 245/40/19 ด้านหลัง 275/35/19 ขับเพลินๆ ระยะทาง 130 กิโลเมตร คนนั่งหลังเริ่มบ่นว่าเมื่อยเพราะพนักพิงตั้งชันไปหน่อย ก็เลยแวะปั๊มแล้วสลับผู้ขับอีกครั้ง ผมกลับไปนั่งเบาะหลังและไม่ค่อยรู้สึกเมื่อยเท่าไร อาจเพราะชินกับท่านั่งขับแบบหลังเกือบตรง นั่งไปอีก 96 กิโลเมตรก็ถึงร้านอาหารกลางวัน P2N อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

●   E 300 Coupe AMG Dynamic เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,991 ซีซี เทอร์โบ 245 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 37.7 กก.-ม. ที่ 1,400-4,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC พร้อม Paddle-Shift เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มิติตัวถังยาว 4,846 มิลลิเมตร กว้าง 1,860 มิลลิเมตร สูง 1,431 มิลลิเมตร ราคา 4,540,000 บาท

เปลี่ยนอารมณ์เป็น E 350 e Exclusive

●   อิ่มแล้วเสี่ยงโชคอีกครั้ง จับกุญแจรถได้ E 350 e Exclusive ยังคงจองเบาะหลังเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ นั่งสบายกว่ากันเยอะ จากจุดนี้ปลายทางอยู่ที่โรงแรมโนโวเทล ชุมพร บีช แอนด์ กอล์ฟ ระยะทางสบายๆ 150 กิโลเมตร ระหว่างทางมีแวะพัก 1 ครั้ง เจอฝนตกหนักเป็นระยะ รถรุ่นนี้เน้นความนุ่มนวลนั่งสบาย พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายถูกเบียดบังไปพอสมควรด้วยแบตเตอรี่ของระบบไฮบริด ถึงโรงแรมแล้วพักผ่อน ก่อนจะรวมตัวกันเพื่อรับประทานอาหารเย็นแบบไม่ยืดเยื้อ เพราะรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้าเนื่องจากต้องเดินทางไกลเกือบ 400 กิโลเมตร มีจุดหมายอยู่ที่สถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย เกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต

●   E 350 e Exclusive ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 1,991 ซีซี เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 35.66 กก.-ม. ที่ 1,200-4,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังขับ 88 แรงม้า แรงบิด 44.8 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC พร้อม Paddle-Shift เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ราคา 3,790,000 บาท

ลุยยาวๆ กับ GLC 43 AMG

●   ตื่นเช้าพร้อมรับข่าวดีว่าทีมงานเบนซ์ได้จัดรถตัวแรง Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe ให้ขับ เส้นทางช่วงแรกจากโรงแรมต้องขับผ่านเขตชุมชนจึงขอขับก่อน ช่วงทางโล่งค่อยสลับให้มือดีขับ ถ้าจะบอกว่ารถรุ่นนี้นับเป็นไฮไลต์ของการเดินทางครั้งนี้ก็คงไม่ผิด แค่กดคันเร่งเบาๆ ม้าทั้ง 367 ตัว ก็พร้อมกระโจนไปข้างหน้า แรงบิดมหาศาลขนาด 53 กก.-ม. ที่รอบต่ำ 2,500 รอบต่อนาที สามารถฉุดกระชากเพิ่มความเร็วได้อย่างทันใจ

●   ช่วงล่างที่แทบไม่รู้สึกว่าเป็นรถทรงสูง เซตมารับมือกับแรงม้าได้ดี เน้นหนึบแน่นช่วงยุบสั้นกระชับ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมทั้งล้อขนาด 21 นิ้ว กับยางหน้ากว้างแก้มเตี้ย ด้านหน้า 255/40/21 ด้านหลัง 285/35/21 ที่ให้ความมั่นใจแม้ขับบนทางคดเคี้ยวขณะฝนตกหนัก ตินิดนึงตรงที่ระบบเบรกน่าจะสร้างแรงดึงแรงดูดได้มากกว่านี้ ขับไปประมาณ 72 กิโลเมตร ได้ลองช่วงทางโล่งพอสมควรแล้วก็สลับให้เพื่อนขับบ้าง

●   ย้ายไปนั่งเบาะหลังซึ่งมีพื้นที่เพียงพอสำหรับความสูง 169 เซนติเมตร หลังคาที่ลาดเอียงลงด้านหลังทำให้ศีรษะเฉี่ยวๆ เพดานถ้านั่งแบบหลังชิดเบาะ การเซตช่วงล่างค่อนข้างแข็ง ทำให้ด้านหลังไม่เหวี่ยงแม้เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แต่ก็ต้องแลกกับความสะเทือนที่สัมผัสได้ค่อนข้างชัดเจน แต่คนที่ซื้อรถรุ่นนี้คงไม่บ่น

●   Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupe ใช้เครื่องยนต์เบนซินวี 6 DOHC 24 วาล์ว 2,996 ซีซี ทวินเทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ 367 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 53 กก.-ม. ที่ 2,500-4,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC พร้อม Paddle-Shift เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มิติตัวถังมีความยาว 4,728 มิลลิเมตร กว้าง 1,930 มิลลิเมตร สูง 1,587 มิลลิเมตร ราคา 5,790,000 บาท


มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (ที่ 2 จากขวา) รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   หลังจากนี้ตีตั๋วนั่งตลอดสาย ปล่อยให้เพื่อน 2 คนสลับกันขับตามสบาย แวะเติมพลังมื้อกลางวันแล้วเดินทางไป สถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย เกาะสิเหร่ จังหวัดภูเก็ต ได้พบกับ มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (Frank Steinacher) รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

●   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมเพื่อสังคม สนับสนุนโอกาสด้านการศึกษาเพื่อให้เด็กมีรากฐานในการดำรงชีพ และพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้น และเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป กิจกรรมนี้เป็นการต่อยอดจากกิจกรรม Merdeces me ที่จัดทำชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนเพื่อเด็กนักเรียนที่ยากไร้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว สำหรับครั้งนี้เป็นการจัดคาราวานรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อเดินทางส่งมอบชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งประกอบด้วยสมุดจดบันทึก ที่มีตราประทับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึง ดินสอ ยางลบ และกบเหลาดินสอ รวมจำนวนกว่า 1,700 ชุด พร้อมเงินสนับสนุนการศึกษาที่ได้จากการร่วมสมทบทุนจากคณะผู้บริหาร และพนักงานของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ


ดร. ศุภลักษณ์ กาญจนเมธากุล ประธานมูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย


มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย

●   สำหรับ มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย หรือ Phuket Sunshine Village ก่อตั้งขึ้นหลังจากเกิดภัยพิบัติสึนามิในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 สโมสรไลออนส์ต่างๆ ได้ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยในจังหวัดภูเก็ตและพังงา โดยสโมสรไลออนส์ภูเก็ตอันดามันซี ได้ร่วมมือจัดหาทุนเพื่อสร้างหมู่บ้านสำหรับเด็กกำพร้าเนื่องจากภัยพิบัติ โดยร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาแถบยุโรปและสมาคมพิทักษ์เด็กภูเก็ต


ดร. ศุภลักษณ์ กาญจนเมธากุล และ มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ เยี่ยมชมภายในมูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย


●   วันที่ 17 สิงหาคม 2549 มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จึงเริ่มก่อตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างสถานสงเคราะห์เด็ก ดำเนินการให้เป็นที่พักพิงแก่เด็กกำพร้า เด็กเร่ร่อน เด็กด้อยโอกาส หรือเด็กที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก ครอบครัวแตกแยก หรือได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ เด็กถูกทารุณหรือถูกทอดทิ้ง และเด็กที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องได้รับการสงเคราะห์และได้รับความคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและเยาวชน เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและมีอนาคตที่สดใส

●   29 มิถุนายน 2550 มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย ได้เปิดอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันมีเด็กในการสงเคราะห์ 95 คน และเด็กก่อนวัยเรียนจากชุมชนยากจนใกล้เคียง 20 คน โดยมูลนิธิได้สงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก รวมถึงช่วยเหลือในด้านสุขภาพกายและจิต รวมถึงความบกพร่องทางอารมณ์และสังคม ให้ความรู้ด้านกฎหมายสิทธิเด็ก จัดอบรมด้านจริยธรรม และจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เด็กมีการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อให้เด็กสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเองต่อไป

Mercedes-Benz X-Class

●   ในช่วงอาหารค่ำ มีโอกาสได้ร่วมโต๊ะกับ มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ จึงได้สอบถามถึงความเป็นไปได้ในการทำตลาดของ Mercedes-Benz X-Class ก็ได้รับคำตอบว่า ถ้าจะทำตลาดแบบนำเข้า ก็จะมีราคาสูงถึงประมาณ 3.5 ล้านบาท ซึ่งไม่น่าจะแข่งขันได้ จึงถามต่อไปว่าจะนำมาจัดแสดงในมอเตอร์โชว์เมืองไทยงานใดงานหนึ่งหรือไม่ มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ ให้คำตอบว่า ไม่อยากนำรถที่ไม่สามารถทำตลาดได้มาจัดแสดง   ●

ขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


Mercedes-Benz StarFest 2017


 

Drunk Dont Drive