November 12, 2017
Motortrivia Team (6913 articles)

BMW Motorrad ชวนทดลองขี่ G 310 GS และ G 310 R


เรื่อง-วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ : บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

 

●   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รุกตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางอย่างต่อเนื่อง หลังจากก่อนหน้านี้เปิดตัว G 310 R พร้อมจัดกิจกรรมไปไม่นาน ล่าสุดวันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ก็เปิดตัว BMW G 310 GS มอเตอร์ไซค์ในกลุ่มแอดเวนเจอร์ ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า 500 ซีซี เป็นครั้งแรก มาพร้อมราคาเร้าใจ 219,000 บาท และสีขาว Pearl White Metallic ราคา 224,000 บาท หลังเปิดตัวได้ไม่นานก็จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขี่ ณ มอเตอร์สปอร์ต ปาร์ค สุวรรณภูมิ มีทั้งทางเรียบและทางฝุ่นให้ทดลองสมรรถนะ พร้อมกับ G 310 R ที่ให้ขี่บนทางเรียบ


มร. มาร์คุส เกลเซอร์ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย


●   บีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ สืบทอดเอกลักษณ์ของรถในตระกูล GS ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความคล่องตัวปราดเปรียวสำหรับการขับขี่ในเมือง มาพร้อมพละกำลังของเครื่องยนต์ที่สามารถข้ามผ่านอุปสรรคพื้นฐานได้อย่างราบรื่น ทำให้ G 310 GS เป็นมอเตอร์ไซค์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการผจญภัยในทุก ๆ วัน โดย G 310 GS ใหม่ เป็นมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นที่ 2 ต่อจากบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ที่ใช้เครื่องยนต์สูบเดียว 313 ซีซี ระบายความร้อนด้วยน้ำ ฝาสูบแบบทวินแคม 4 วาล์ว และระบบหัวฉีดไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 25 กิโลวัตต์ หรือ 34 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 28 นิวตันเมตรที่ 7,500 รอบต่อนาที

●   G 310 GS ใหม่ สะท้อนจิตวิญญาณของความเป็น GS อย่างแท้จริงด้วยบังโคลนหน้าแบบสูง เอกลักษณ์ของเส้นสายเฉพาะตัวของมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล GS และช่วงท้ายที่สั้นและยกสูง โดยยังสามารถขับขี่ได้อย่างคล่องแคล่ว ด้วยสัดส่วนที่กะทัดรัดและระยะฐานล้อที่สั้น จัดวางท่านั่งของผู้ขับขี่ให้อยู่ในตำแหน่งหลังตรงผ่อนคลาย และช่วยให้บังคับทิศทางได้อย่างคล่องแคล่วแม่นยำ

●   ระบบกันสะเทือนของบีเอ็มดับเบิลยู G 310 GS ใหม่ มีความคล้ายคลึงกับบีเอ็มดับเบิลยู G 310 R ด้วยเฟรมตัวถังเหล็กกล้า และท้ายรถแบบ bolt-on ที่มีความทนทานและแข็งแกร่ง และส่งผลเรื่องเสถียรภาพการขับขี่และความแม่นยำในการบังคับทิศทาง ช่วงล่างด้านหน้าแบบ upside-down ส่วนด้านหลังเป็นแบบสวิงอาร์มอลูมิเนียมเดี่ยวและสปริงที่ติดตั้งบนสวิงอาร์มโดยตรง ดิสก์เบรกหน้าหลังมาพร้อมระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ซึ่งสามารถเปิดปิดได้เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสจัดวางสวิตช์และปุ่มควบคุมต่างๆ ในตำแหน่งที่ใช้งานง่าย

●   สนามวิบากที่ใช้ทดสอบ มีทั้งเนินสลับ พื้นผิวที่เป็นทรายร่วน และเนินสูงชัน G 310 GS สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ไม่ยาก เครื่องยนต์มีกำลังมากพอสำหรับทางวิบาก แต่รถได้รับการออกแบบให้ใช้งานแบบกึ่งเรียบกึ่งลุย จึงไม่เหมาะกับการขับขี่แบบสุดโหดอย่างการโดดเนินสูงๆ นอกจากนี้ G 310 GS ยังมีความคล่องตัว สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้ แม้ตัวรถจะสูงกว่า G 310 R แต่ระยะเบรกกลับไม่ต่างกัน และในช่วงการขับขี่บนทางเรียบ G 310 GS ก็ขับขี่ได้คล่องแคล่ว เพียงแต่ต้องระมัดระวังในส่วนของยางที่ใช้ เพราะเป็นยางแบบกึ่งเรียบกึ่งลุยนั่นเอง   ●


BMW G 310 GS and BMW G 310 R


 

Drunk Dont Drive