2018 All-New Jeep Wrangler มาแบบไม่หักหาญน้ำใจ
November 3, 2017
Motortrivia Team (5002 articles)

2018 All-New Jeep Wrangler มาแบบไม่หักหาญน้ำใจ

Posted by : AREA 54

 

●   นับจากข่าว การพัฒนารุ่นใหม่ในปี 2015 ชัดเจนว่า Jeep Wrangler จะกลายเป็น SUV ออฟ-โรด ฮาร์ดคอร์ เพียงรุ่นเดียวที่สืบสานตำนานตัวลุยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เนื่องจาก Land Rover Defender ได้ยุติการผลิตอย่างเป็นทางการไปในปีเดียวกัน และล่าสุด Jeep Wrangler เจนเนอเรชั่นใหม่รหัส “JL” ได้เผยโฉมออกมาแล้วเมื่อวันฮัลโลวีนที่ผ่านมา พร้อมกับหน้าตาที่แฟนๆ JK คงโล่งใจที่มันไม่ได้มีรูปทรงที่เปลี่ยนไปแบบหักหาญน้ำใจกันจนเกินไปนัก

●   จากภาพหลุดในช่วงที่ผ่านๆ มา รวมถึงภาพรถทดสอบในชุดพราง คันจริงของ Wrangler ใหม่ตรงตามนั้นครับ ตัวรถมากับซี่กระจังหน้าขยายขนาด 7 ช่องเต็มพื้นที่ ขนาบข้างด้วยชุดโคมไฟทรงกลมที่กินพื้นที่เว้าเข้าไปเล็กน้อยทั้ง 2 ด้าน ไฟเลี้ยวด้านหน้ายังคงอยู่ที่โป่งล้อ ทว่าออกแบบใหม่ให้เชื่อมต่อเป็นแนวเดียวกับไฟ daytime สำหรับวิ่งกลางวัน รุ่นย่อยตัวถังยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็น 2 ประตู SUV, 2 ประตู Convertible และ 4 ประตู Unilimited ทั้ง SUV และ Convertible ซึ่งจี๊ประบุว่าแม้มันจะมีหน้าตาโดยรวมที่ใกล้เคียงกับ JK แต่แอร์โรไดนามิคของตัวรถจะดีขึ้นกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ฟังก์ชั่นการพับกระจกบังลมหน้าจะ “สะดวกกว่า” และ “ดีกว่า JK 100 เท่า”… ตามคำบอกเล่าของจิ๊ป

●   รุ่นเครื่องยนต์ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่แน่ชัดในเวลานี้ ทว่ามีการคาดกันว่าจะประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ที่เน้นเรื่องความประหยัดการใช้เชื้อเพลิง, เครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล V6 ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ สำหรับผู้ที่ต้องการตัวเลขแรงบิดเยอะๆ

●   เทคโนโลยีใน Wrangler ใหม่ประกอบด้วย ระบบ ESC สำหรับช่วยควบคุมการทรงตัว, ระบบ Traction Control ช่วยป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบ Hill Start Assist ป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน, ระบบกุญแจ Keyless-GO, ระบบ Keyless Entry และระบบสัญญาณกันขโมย ในขณะที่ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ Uconnect ที่พัฒนาโดยไครสเลอร์ จะแบ่งเป็น 3 รุ่นตามขนาดจอ 5 นิ้ว, 7 นิ้ว หรือ 8.4 นิ้ว

●   ชุดแพคเกจออฟ-โรด ประกอบด้วย หลังคาฮาร์ดท๊อป 3 ชิ้น, ขอลาก, การ์ดกันกระแทกสำหรับถังน้ำมัน, บันไดข้าง, ชุดแขวนยางอะไหล่, ชุดระบบกันสะเทือนแบบเฮฟวี่ ดิวตี้ พร้อมช็อคฯ แก๊ส, กันโคลงหน้าพร้อมระบบตัดการทำงานเพื่อให้มีระยะการให้ตัวของล้อดีขึ้น, กันโคลงหลังแบบฟิกซ์, ล็อคดิฟฯ ไฟฟ้า Tru-Lok และเพลาหน้า-หลัง Dana พร้อมอัตราทดเฟืองท้าย 4.10 ทั้งหมดนี้แยกติดตั้งไปตามระดับราคาของรุ่นย่อย

●   ด้านการจำหน่าย รุ่น entry-level ยังคงเป็นรุ่นย่อย 2 และ 4 ประตูตัวถัง SUV ต่อด้วย Jeep Wrangler Sahara ตัวถัง 2/4 ประตู และปิดท้ายการทำตลาดในช่วงแรกด้วย Jeep Wrangler Rubicon ซึ่งเปิดโล่งได้มากกว่าที่เคย… และนับจากปีหน้าเป็นต้นไป เราคงจะได้กองทัพรุ่นพิเศษของ Wrangler ตามออกมาอีกหลายรุ่นตามเทศกาลต่างๆ

●   อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลหลุดออกมาว่ารุ่นย่อยตัวถัง 4 ประตู Jeep Wrangler เกรด Sport จะมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 30,445 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1 ล้านบาทในสหรัฐฯ (แพงขึ้นกว่า Wrangler MY2017 ราวๆ 8.5 หมื่นบาท)

●   จิ๊ปจะเปิดตัว Wrangler JL ใหม่ต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการภายในงาน 2017 LA Auto Show ระหว่างวันที่ 1 – 10 ธันวาคม ในขณะที่การผลิต Wrangler JL ใหม่จะเริ่มขึ้นภายในปี 2017 นี้ ทว่า Wrangler JK รุ่นปัจจุบันจะยังคงได้รับการผลิตต่อไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2018   ●

Update 1 : เครื่อง 2.0 เพิ่มความสามารถด้วย Mild hybrid

5 December, 2017 AT 9:59 AM

 

●   ข้อมูลทางเทคนิคของจิ๊ปใหม่เปิดออกมาแล้วหลังการโชว์ตัวเป็นทางการในงาน LA Auto Show ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแชสซีส์ขั้นแบบบันได หรือ ladder frame ช่วงล่างอัพเกรดใหม่ทั้งหมดเมื่อเทียบกับรุ่น JK บอดี้ผลิตจากอลูมิเนียมล้วนเพื่อลดน้ำหนัก โดยรวม JL จะแข็งแรงขึ้น ทว่าน้ำหนักตัวจะเบากว่า JK เดิมประมาณ 90 กก. โดยเฉลี่ยในแต่ละรุ่นย่อย ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนไลน์อัพนิดหน่อย และนับเป็นครั้งแรกที่จิ๊ปจะมีรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดให้ใช้งาน

●   เบื้องต้นรุ่นย่อยตัวถังจะมีให้ทั้ง 2 และ 4 ประตู (Unlimited) พร้อมหลังคาแบบ removable หรือแบบซอฟท์ท๊อป รุ่นย่อยมี Wrangler Sport, Sport S, Sahara และรุ่นไฮไลท์อย่าง Wrangler Rubicon ซึ่งจะมาพร้อมกับศักยภาพในการลุยสูงสุดด้วยอุปกรณ์ติดรถ อาทิ ยางออฟ-โรดขนาด 33 นิ้ว, เพลา Dana 44, ฟังชั่นตัดการทำงานของ anti-roll bars ด้วยระบบไฟฟ้าเพื่อให้รถมีระยะการให้ตัวได้สูงสุด และช๊อคฯ แบบช่วงชักยาวกว่ารุ่นปกติ

●   รุ่นเครื่องยนต์เริ่มต้นด้วยเครื่องยนต์เบนซินตระกูล Pentastar ของไครสเลอร์ แบบ V6 ความจุ 3.6 ลิตร กำลังสูงสุด 285 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 35.9 กก.-ม. ระบบส่งกำลังเลือกได้ระหว่างธรรมดา 6 จังหวะ (รุ่นใหม่) หรืออัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากการทดสอบของจิ๊ปเอง รุ่นตัวถัง 4 ประตู Unlimited เกียร์ธรรมดา ในเมืองซดไป 7.1 กม./ลิตร ไฮเวย์ 8.3 กม./ลิตร ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติ ในเมือง 7.4 กม./ลิตร ไฮเวย์เท่ากัน 8.3 กม./ลิตร

●   ต่อด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดาวน์ไซส์ซิ่ง เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบ twin-scroll กำลังสูงสุด 268 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.6 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เพิ่มความสามารถในการประหยัดพลังงานด้วยระบบใหม่ “eTorque” (หรือเทคโนโลยี Mild hybrid) ใช้กระแสไฟฟ้าเสริมกำลังในบางจังหวะ ชุดระบบประกอบด้วย มอเตอร์/เจนเนอเรเตอร์, ระบบเสริมกำลังด้วยกระแสไฟฟ้า, ระบบขยายระยะเวลาตัดการจ่ายเชื้อเพลิงหรือดับเครื่องยนต์ เช่น ในขณะหยุดนิ่ง ใช้ความเร็วคงที่ หรือจังหวะยกคันเร่ง เป็นต้น, ระบบบริหารจัดการการเปลี่ยนเกียร์ตามความเหมาะสม, แบตเตอรี่แพค 48 โวลท์, ระบบบริหารจัดการการชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่แบบอัจฉริยะ, ระบบ stop/start ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะหยุดนิ่ง และระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรค

●   เครื่องยนต์ 2.0 บล็อคนี้ นับเป็นหนึ่งในกลุ่มเครื่องยนต์ 4 สูบขนาดเล็กไฮเทคยุคใหม่ของกลุ่ม Fiat Chrysler Automobiles แบ่งเป็นกลุ่มตระกูล “GSE” หรือ Global Small Engine และกลุ่ม “GME” หรือ Global Medium Engine ซึ่งกลุ่มหลังนี้คือเครื่องยนต์ที่ใช้ใน Wrangler ใหม่ เทคโนโลยีหลักๆ มีอาทิ เสื้อสูบอลูมิเนียม, DOHC, ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเรค-อินเจคชั่น พ่วงกับเทอร์โบชาร์จ, ระบบปั๊มแรงดันสูง, ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคอมมอน-เรล, ระบบแปรผันแคมชาร์ฟแบบอิสระคู่, ระบบวาล์วแปรผัน, ระบบหมุนเวียนไอเสีย C-EGR : cooled exhaust gas recirculation และระบบ stop/start เป็นต้น

●   ปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์ดีเซลตระกูล EcoDiesel รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 3 แบบ V6 ความจุ 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 260 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61 กก.-ม. ทว่าจิ๊ปจะเริ่มจำหน่าย Wrangler รุ่นนี้ในช่วงปี 2019 เป็นต้นไป

●   ด้านชุดระบบความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายคนรอดูผลจากการเปลี่ยนแพลทฟอร์มให้ทันยุคสมัย Jeep Wrangler จะมากับระบบใหม่มากกว่า 75 รายการ โดยอุปกรณ์มาตรฐานติดรถ ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัย 4 จุด, ระบบ Blind-spot Monitoring เตือนจุดอับสายตาที่กระจกมองข้าง, ระบบ Rear Cross Path detection ตรวจสอบรถที่วิ่งตัดมาทางด้านข้างขณะถอย, ระบบ ParkView กล้องหลังช่วยถอยจอด แสดงผลบนจอกลางพร้อมเส้นกะระยะ และ ระบบ ESC ควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ทำงานร่วมกับระบบ electronic roll mitigation ป้องกันการพลิกคว่ำ เป็นต้น

●   บ้านเราใครสนใจคงต้องรอผู้นำเข้าอิสระสถานเดียวครับ   ●


2018 Jeep Wrangler

Drunk Dont Drive