2019 Tesla Semi พร้อมบรรทุกหนักด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน
November 25, 2017
Motortrivia Team (3273 articles)

2019 Tesla Semi พร้อมบรรทุกหนักด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน

Posted by : AREA 54

 

●   ในขณะที่รถบรรทุกกำลังค่อยๆ ถึงยุคเปลี่ยนผ่าน Tesla, Inc. ก็ได้เปิดตัวรถรุ่นสำคัญ Tesla Semi อย่างเป็นทางการ พร้อมขึ้นสายการผลิตภายในปี 2019 โดยอาจจะตีตราจำหน่ายเป็นรถรุ่นปี 2019 หรือ 2020 ตัวรถโปรโตไทป์จัดแสดงในอีเวนท์เฉพาะกิจเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา ทั้งยังระบุว่าทุกรุ่นย่อยจะมาพร้อมกับฟังก์ชั่น ระบบขับเคลื่อน “กึ่งอัตโนมัติ” (semi-autonomous) Autopilot สำหรับอำนวยความสะดวกในการใช้งานบนไฮเวย์ด้วย

●   Tesla Semi เป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่คลาส Heavy-duty truck ตัวหัวลากนั้นในต่างประเทศเรียกว่า Tractor unit หรือ Semi-trailer truck ดังนั้นชื่อ “Semi” ของเทสล่านี้ก็เป็นเสมือนการเล่นคำและนำชื่อเล่นของรถประเภทนี้มาใช้งานนั่นเอง ทั้งนี้ Tesla Semi นั้นนับเป็นหนึ่งในแผนงาน Master Plan, Part Deux (ภาค 2) ของเทสล่าซึ่ง Elon Musk ได้ออกมาเผยละเอียดเพิ่มเติมไปเมื่อช่วงกลางปี 2016

●   ใครยังไม่เคยอ่านรายละเอียด Master Plan ภาค 1 และ 2 ของ Elon Musk เชิญได้ที่ลิงค์นี้ครับ:

●   Tesla Semi มากับห้องโดยสารแบบที่นั่งเดี่ยว วางกลาง ออกแบบในสไตล์มินิมอล ผู้ขับสามารถอ่านและขอข้อมูลส่วนกลางผ่านจอขนาดใหญ่ 2 จอขนาบข้างพวงมาลัย ตัวรถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 4 ตัว แยกติดตั้งที่ล้อหลังทั้ง 4 ล้อ ตัวมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นรุ่นเดียวกับที่ใช้ใน Tesla Model 3 จากการทดสอบภายใน เทสล่าระบุว่าภายใต้เงื่อนไขในการบรรทุกสูงสุดไม่เกิน 40 ตัน Semi รุ่นท๊อปจะวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 804 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และด้วยเงื่อนไขเดียวกันนี้ Tesla Semi สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 20 วินาที

●   และเมื่อเทียบกับหัวลากเครื่องยนต์ดีเซลที่มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1.51 ดอลลาร์/ไมล์ Semi จะมีค่าใช้จ่ายราว 1.26 ดอลลาร์/ไมล์ คำนวณจากระยะทาง 161 กม. น้ำหนักบรรทุกสูงสุดราว 36 – 40 ตัน ใช้ความเร็วเฉลี่ยไม่เกิน 96.5 กม./ชม.

●   ทั้งนี้ในการรีชาร์จแบตเตอรี่รถบรรทุกขนาดยักษ์ที่ต้องการกำลังไฟสูงสุดเป็นพิเศษ เทสล่าได้ออกแบบสถานีชาร์จไฟฟ้าแรงสูงเฉพาะกิจในชื่อ Tesla Megacharger ออกมารองรับด้วย โดยการชาร์จด้วยเวลา 30 นาที จะช่วยเพิ่มระยะทางวิ่งได้ราว 643 กม.

●   ด้านชุดระบบ Autopilot ที่ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อยนั้น ชุดระบบไม่ได้แตกต่างจากที่ใช้ในเทสล่ารุ่นปัจจุบัน ระบบหลักๆ ที่สำคัญมีอาทิ ระบบ Lane Keep Assist ช่วยรักษาตำแหน่งตัวรถในช่องทาง และระบบ Autonomous Braking System ช่วยหยุดรถในขณะฉุกเฉิน โดยชุดระบบส่วนใหญ่นี้จะถูกเรียกใช้งานได้บนไฮเวย์ที่มีทางทรงยิงยาวหรือโค้งกว้างๆ เท่านั้นเพื่อความเหมาะสม

●   ตัวแปรหลักในการแบ่งรุ่นย่อยของ Tesla Semi ก็คือความจุ หรือความสามารถในการจ่ายไฟภายใน 1 ชม. ของแบตเตอรี่แพค เช่นเดียวกับรถรุ่นอื่นๆ ในเครือ ทว่าเทสล่ายังไม่เผยรายละเอียดตัวเลขความจุในเวลานี้ อย่างไรก็ตาม รุ่นพื้นฐานที่วิ่งทำระยะทางได้ 480 กม./รีชาร์จ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 150,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4.9 ล้านบาท ในขณะที่รุ่นท๊อป 804 กม./รีชาร์จ จะขยับขึ้นไปเป็น 180,000 ดอลลาร์ หรือราว 5.9 ล้านบาทครับ   ●


2019 Tesla Semi

Honda Jazz