Mercedes-Benz Driving Events 2018 อบรมด้วย AMG ล้วนๆ
February 19, 2018
Motortrivia Team (4067 articles)

Mercedes-Benz Driving Events 2018 อบรมด้วย AMG ล้วนๆ

เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   ต่อเนื่องจากงานเปิดตัวที่จัดแบบแหวกแนว มาครบทั้งแสงสีเสียง วันรุ่งขึ้น บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ก็จัดกิจกรรมฝึกอบรม Mercedes-Benz Driving Events 2018 ที่พีระ เซอร์กิต ใช้รถ AMG ทั้งหมดในการอบรม มีพระเอกอย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé แจมด้วย AMG อีก 3 รุ่น คือ Mercedes-AMG A 45 4MATIC, Mercedes-AMG CLA 45 4MATIC และ Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC ช่วงเช้าได้รับเกียรติจาก มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดงาน


มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   แบ่งกลุ่มตามสายรัดข้อมือแล้วแยกย้ายกันทำกิจกรรม อุ่นเครื่องด้วยการฝึกเบรกฉุกเฉินขณะเข้าโค้ง ใช้ระยะทางค่อนข้างยาว ขับผ่านโค้ง S1 และ S 2 จากนั้นเลี้ยวขวาและเบรกฉุกเฉิน พยายามควบคุมรถให้จอดในโซนที่กำหนดด้วยไพลอน รอบที่ขับดูไลน์สนาม ครูฝึกบอกว่าให้ปีนขอบได้ เพื่อให้รถวิ่งเป็นเส้นตรง จะได้ทำความเร็วได้มากขึ้น โดยมีการวางไพลอนดักไว้ไม่ให้ปีนลึกเกินไป แต่ด้วยความสงสารรถเลยไม่ปีนขอบ ใช้ความเร็วต่ำลงเล็กน้อย ถึงจุดที่กำหนดก็เลี้ยวขวาพร้อมกระทืบเบรก ควบคุมพวงมาลัยให้รถจอดนิ่งในกรอบไพลอนที่กำหนด ด้วยระบบช่วยเหลือต่างๆ ของรถ รวมทั้งความเร็วที่ไม่สูงนัก ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย ทดลองขับ 2 รอบ รอบแรกใช้โหมด Sport Plus ช่วงล่างหนึบแน่นมั่นใจ เหวี่ยงโค้ง S ได้แบบคมๆ รอบ 2 ลองเปลี่ยนเป็นโหมด Comfort ช่วงล่างให้ตัวมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อขับในสนามแข่งที่มีโค้งต่อเนื่อง


คุณอัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   ช่วงขับกลับมาที่จุดเริ่มต้น ใช้ความเร็วปกติ สังเกตว่าในโหมด Sport หรือ Sport Plus เครื่องยนต์และเกียร์จะตอบสนองรวดเร็ว พร้อมพุ่งตลอดเวลา เหมาะกับการขับแบบสปอร์ตหรือใช้ความเร็ว ถ้าใช้โหมดนี้ขับใช้งานทั่วไปจะควบคุมคันเร่งให้นุ่มนวลได้ยาก ส่วนโหมด Comfort การตอบสนองคันเร่งจะมาแบบสุภาพ อาจไม่ทันใจผู้ขับเท้าหนัก แต่ควบคุมรถได้ง่าย

●   อัตราเร่งหายห่วง ในโหมด Comfort ก็ตอบสนองได้เหลือๆ อยู่แล้ว ถ้าปรับเป็น Sport หรือ Sport Plus ก็จะดุดันทันใจขึ้นอีก รวมทั้งสุ้มเสียงที่โหดขึ้นด้วย ขับในสนามยังรู้สึกว่าเร่งได้ทันใจสุดๆ ขับบนถนนสาธารณะคงต้องใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างมาก นอกจากโหมดที่เซตไว้ให้แล้ว ยังมีโหมด Individual ให้ผู้ขับเลือกปรับเองได้ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้งาน ในช่วงย้ายสเตชั่น มีโอกาสได้ลองมุดไปนั่งเบาะหลังของ Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé ความสูง 169 เซนติเมตร น้ำหนัก 65 กิโลกรัม ยังพอจะมุดเข้า-ออก และนั่งได้ ไม่ลำบากมาก แต่ถ้าผู้ขับตัวสูงขายาวก็คงจะนั่งด้านหลังผู้ขับไม่ได้

●   สถานีที่ 2 เป็นการฝึกเบรก 2 แบบ คือ เบรกฉุกเฉินให้หยุดในโค้ง และเบรกเพื่อชลอความเร็วและควบคุมรถไปในทิศทางที่ต้องการ เริ่มด้วยการเบรกหยุด ออกตัวจากบริเวณหน้าเส้นสตาร์ท ใช้ความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นช่วงโค้งซ้ายนิดๆ ลงเนิน เพิ่มความยากและหวาดเสียวขึ้นอีกหน่อย เมื่อถึงจุดที่กำหนดให้กระทืบเบรกเต็มที่พร้อมหมุนพวงมาลัยไปทางซ้ายหลบไพลอนที่วางขวางไว้ และเหยียบเบรกค้างไว้ให้รถหยุดสนิท

●   ต่อเนื่องด้วยการเบรกพร้อมควบคุมพวงมาลัยบังคับทิศทาง จุดเบรกอยู่ลึกกว่าแบบแรก หมายความว่าถ้าไม่ควบคุมคันเร่งให้ดี ความเร็ว ณ จุดเบรกอาจเกินกำหนดที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลายคันดูแล้วความเร็วเกิน แต่ก็ยังควบคุมรถได้ โดยเริ่มต้นให้เบรกค่อนข้างหนักเพื่อลดความเร็ว (ถ้าเบรกไม่หนักพอ รถอาจหลุดออกนอกสนาม) จากนั้นเมื่อความเร็วลดลงแล้วให้ผ่อนแรงเบรก หมุนพวงมาลัยเพื่อบังคับรถไปในทิศทางที่กำหนด สถานีนี้เป็นการฝึกควบคุมน้ำหนักในการเบรก

●   พักกลางวันแล้วลุยกันต่อในช่วงบ่ายด้วยสลาลมความเร็วสูง เห็นไพลอนค่อนข้างห่างอย่านึกว่าง่าย เพราะครูฝึกกำหนดให้ใช้ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือไปเท่าที่ผู้ขับรู้สึกว่ายังควบคุมรถได้โดยไม่ฝืนตัวเอง รอบแรกลองขับช้าก่อนเพราะขาไปจะลงเนินนิดๆ ส่วนขากลับก็ขึ้นเนินหน่อยๆ ครูฝึกแนะนำว่าให้มองไกลๆ จะได้ไม่กระชากพวงมาลัย (ครูฝึกบอกเคล็ดลับการบังคับตัวเองให้มองไกลด้วยการปรับเบาะลงต่ำ ซึ่งเหมาะกับการขับในสนามแข่ง ส่วนการใช้งานมทั่วไปอาจไม่เหมาะนัก) พยายามหมุนพวงมาลัยให้นุ่มนวล ควบคุมรถให้ตรงมากที่สุดโดยไม่ทับไพลอน รักษาสมดุลของตัวรถให้ดี ก็จะขับผ่านไปได้อย่างรวดเร็วและตัวรถไม่เสียอาการ

●   ปิดท้ายด้วยการขับรอบสนาม มีครูฝึกขับนำโดยใช้ Racing Line รถคันที่ตามมาให้พยายามขับทับไลน์เดิมต่อเนื่องกัน ทุกคันก็จะขับในไลน์ที่ถูกต้องเหมือนกัน ถ้าเห็นว่ามีรถช้าหรือขบวนไม่ต่อเนื่อง ครูฝึกก็จะลดความเร็วลง และในทางตรงกันข้าม ถ้ารถขับเป็นขบวนต่อเนื่องกันดี ก็จะเพิ่มความเร็วให้ สำหรับนักขับมือทั่วไปอย่างผม มีคำแนะนำว่าถ้าอยากขับสบายๆ ไม่กดดัน ให้มือเก๋าอยู่ด้านหน้า แล้วขับคันหลังสุด ขับช้าหน่อยก็จะไม่เกะกะใคร เพราะในขบวนจะห้ามแซงกันโดยเด็ดขาด

●   Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ เป็นครั้งแรกของ AMG คุณภาพไม่แตกต่างจากรุ่นนำเข้า ตัวรถทรงคูเป้สวยปราดเปรียว ภายในสปอร์ตและหรูหราตามแบบฉบับเบนซ์ เครื่องยนต์ AMG แบบ วี6 ไบ-เทอร์โบ 3,000 ซีซี 367 แรงม้า ที่ 5,500-6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 53 กก.-ม. ที่ 2,000-4,200 รอบต่อนาที 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีโหมดการขับให้เลือก ขับสบายๆ เน้นนุ่มนวลก็ Comfort ขับใช้งานได้เหมือนรถบ้านทั่วไป นึกอยากแรงก็ไป Sport หรือ Sport Plus เปลี่ยนบุคลิกเป็นรถสปอร์ตพลังแรง ขับสนุก ตอบสนองดี ช่วงล่างหนึบแน่นมั่นใจ ราคารุ่นประกอบไทยเร้าใจ 4.14 ล้านบาท น่าจะทำให้เห็น AMG บนถนนเมืองไทยมากขึ้น   ●

ขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการทดสอบ


Mercedes-Benz Driving Events 2018 : MT


Mercedes-Benz Driving Events 2018 : Official

Bridgestone Turanza