2018 Bangkok Motor Show จุดเริ่มต้นของยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้า
March 29, 2018
Motortrivia Team (4233 articles)

2018 Bangkok Motor Show จุดเริ่มต้นของยุครถยนต์พลังงานไฟฟ้า


เรื่อง – ภาพ • motortrivia team

 

บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เปิดงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 (The 39th Bangkok International Motor Show 2018) โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “ปฏิวัติทุกการเคลื่อนไหว : Revolution in Motion” ตัวงานมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 8 เมษายน 2561 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

● ปีนี้จะมีมีการจัดแสดงรวม 12 วัน เข้าชมได้เวลา 12.00 – 22.00 น. สำหรับวันธรรมดา และ 11.00 – 22.00 น. สำหรับวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ กรังด์ปรีซ์ระบุว่าปีนี้มีการลงทุนเพิ่มด้านการดูแลความปลอดภัยเต็มพื้นที่ รวมทั้งก่อนเข้างานที่ต้องผ่านการตรวจตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อความปลอดภัยของผู้ชมเอง และประกาศขออภัยในความไม่สะดวกมาก่อนหน้านี้ ในวันแถลงข่าวเตรียมความพร้อม.

● บัตรเข้าชมงานราคาเดิมครับ 100 บาท พร้อมแคมเปญ “ซื้อบัตรเข้าชมงาน ลุ้นรับรถ” โดยมีของรางวัลใหญ่อย่างรถและมอเตอร์ไซค์ รวมมูลค่ากว่า 2,500,000 บาท ผู้ที่ซื้อบัตรและต้องการร่วมชิงโชค สามารถกรอกแบบสอบถามได้ที่หน้างาน หรือผ่านทางแอพพลิเคชั่น Bangkok International Motor Show โดยผู้ที่ดาวน์โหลดแอพฯ สามารถลงทะเบียน กรอกเลขที่บนบัตร และรับสิทธิ์ในการร่วมชิงรางวัล (ต้องเก็บหางบัตรเอาไว้เพื่อยืนยันตัวตนในการรับสิทธิ์กรณีที่ถูกรางวัล) และนอกจากการชิงรางวัลแล้ว แอพฯ นี้ยังใช้รับสิทธิ์ส่วนลดร้านอาหารในเครือเมืองทองธานี 10% จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2561 และส่วนลดเครื่องดื่มจาก Black Canyon ได้ด้วย

● สำหรับไฮไลท์ในปีนี้ มีรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาเปิดตัวหลายรุ่นครับ ส่วนรถเด่นบนพื้นที่ของแต่ละบริษัทผู้ผลิตในปีนี้ประกอบด้วย:

ASTON MARTIN

แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว Aston Martin Vantage ใหม่อย่างเป็นทางการ โดยการจัดแสดงในวันนี้ยังนับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ซึ่งแอสตัน มาร์ติน ระบุว่า Vantage ใหม่นับเป็นสปอร์ตรุ่นที่ 2 ซึ่งอยู่ในแผนการตลาดระดับโลกช่วงศตวรรษที่ 2 ของแบรนด์แอสตัน มาร์ติน

● Aston Martin Vantage มากับเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 จังหวะ กำลังสูงสุด 503 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 69.8 กก.-ม. การกระจายน้ำหนักหน้า-หลังสมดุล 50:50 น้ำหนักตัวเพียง 1,530 กก. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 314 กม./ชม. อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 245 กรัม/กม. ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 16.99 ล้านบาท.

● นอกจาก Vantage ใหม่แล้ว บนพื้นที่ยังมี Aston Martin DB11 Coupe เครื่องยนต์ V12 ความจุ 5.0 ลิตร ราคาเริ่มต้น 24.9 ล้านบาท, Aston Martin Vanquish สปอร์ต V12 กำลังสูงสุด 568 แรงม้า แบ่งเป็น Vanquish และ Vanquish Volante ราคา 27.9 – 28.9 ล้านบาท ปิดท้ายด้วย Aston Martin Rapide S สปอร์ตตัวถัง 4 ประตู เครื่องยนต์ V12 ราคาเริ่มต้น 22.99 ล้านบาท.

● สนใจข้อเสนอพิเศษในแต่ละรุ่น โทร. 02-670-6040, 02-610-9775 หรือไปชมของจริงที่บูธในงานครับ

[ VIEW : ASTON MARTIN GALLERY ]

AUDI

อาวดี้ ประเทศไทย แสดงให้เห็นแล้วว่าการกลับมาคราวนี้จริงจัง และยังคงทำตลาดอย่างต่อเนื่องตามสัญญาของทีมผู้บริหารในไทยชุดปัจจุบัน รุ่นเด่นที่เปิดตัวไปก่อนงานจะเริ่มขึ้นคือซีดานหรู Audi A8 L ซึ่งนับเป็น A8 รุ่นล่าสุด เจนเนอเรชั่น 4 กลุ่มเป้าหมายคือผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ชอบรถหรู ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ และยังสามารถใช้งานในลักษณะรถสปอร์ตพลังแรงได้ในเวลาเดียวกัน

● Audi A8 L ทำตลาดบ้านเราด้วยเครื่องยนต์เบนซิน TFSI แบบ V6 ความจุ 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบ twin-scroll กำลังสูงสุดผลิตได้ 340 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 50.9 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำเพียง 1,370 – 4,500 รอบ/นาที หมุนล้อแบบ all-wheel drive ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Tiptronic ประหยัดขึ้นด้วยการพ่วงการทำงานของเครื่องยนต์เข้ากับ BAS (belt alternator starter) ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Mild Hybrid เมื่อใช้ความเร็วคงที่ต่อเนื่อง ตัวระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วขณะ และจะสตาร์ทขึ้นมาอย่างนุ่มนวลตามจังหวะของการขับ

● การจำหน่ายจะแยกเป็น 2 รุ่นหลัก Audi A8 L 55 TFSI quattro Premium ราคา 6,799,000 บาท และ Audi A8 L 55 TFSI quattro Prestige ราคา 7,999,000 บาท.

● โปรโมชั่นหลักๆ ในงานมี Audi Q2 ราคาพิเศษ 1,990,000 บาท (5 คันแรก), Audi Q5 ผ่อน 0% นาน 5 ปี หรือประกันภัยชั้น 1 ฟรี 5 ปี, Audi Q7 ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี หรือ เลือกรับแคมเปญพิเศษ “แสนพอยท์ มีค่าแสนบาท” ผู้ที่ใช้บริการธนาคารกสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, ซิตี้แบงค์ และกรุงศรีอยุธยา สามารถนำพอยท์มาแลกเป็นเงินโบนัสได้ (ใช้ได้ไม่เกิน 1 แสนพอยท์) นอกจากนี้ยังมีแคมเปญดอกเบี้ย 0% นาน 48 – 60 เดือนสำหรับรถบางรุ่น หรือผ่อน 1% ของราคารถกับ Audi Choice และผู้ที่จองรถใหม่จะได้รับสิทธิ์ Audi Protection รับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี

● ปิดท้ายสำหรับคนที่ออกรถในงาน กับแคมเปญชิงโชคลุ้นเป็นเจ้าของ Audi TTS 1 คัน มูลค่า 4.599 ล้านบาทครับ สนใจข้อมูลเบื้องต้นอื่นๆ เชิญได้ที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของอาวดี้ 02-023-4888

[ VIEW : AUDI GALLERY ]

BENTLEY

เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส ตัวแทนจำหน่ายเบนท์ลีย์ เน้นไปที่รถใหม่ 2 รุ่น ประกอบด้วย SUV หรู Bentley Bentayga รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ต่อจากการทำตลาดเครื่องเบนซินในปีที่แล้ว และสปอร์ตคลาสแกรนด์ทัวริ่ง Bentley Continental GT เจนเนอเรชั่น 3 พร้อมเปิดจองล่วงหน้ากันในงานนี้

● Bentley Bentaya Diesel มากับเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.0 ลิตร triple-charged อัดอากาศด้วยทวินเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 435 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 91.7 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำเพียง 1,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 270 กม./ชม.

Bentley Continental GT ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน W12 ความจุ 6.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ จ่ายเชื้อเพลิงตรง (TSI) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ จุดเด่นคือมีการใช้ชุดระบบไฟแรงดันสูงแบบใหม่ 48 โวลท์ ซึ่งเป็นรุ่นที่ 2 ต่อจาก Bentayga โดยกำลังไฟที่มากขึ้นนี้จะช่วยให้ช่วงล่างอิเลคทรอนิค Bentley Dynamic Ride มีแฮนด์ลิ่งที่ดีขึ้น เนื่องจากไม่มีการดีเลย์ของข้อมูลในการปรับการตอบสนองแบบอัตโนมัติของช่วงล่างที่มีต่อสภาพถนนในรูปแบบต่างๆ กัน และไม่ส่งผลต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ กำลังสูงสุดผลิตได้ 635 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 91.7 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 333 กม./ชม.

● อื่นๆ บนพื้นที่มี Bentley Collection ซึ่งเป็นสินค้าประเภทไลฟ์สไตล์ อาทิ เสื้อผ้า, กระเป๋า หรือของแต่งบ้าน ใครไม่มีเวลาว่างมาดูที่งาน สอบถามรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่โชว์รูม CTI Tower โทร. 02-261-1050-1 และโชว์รูม Siam Paragon โทร. 02-610-9880

[ VIEW : BENTLEY GALLERY ]

BMW

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวรถ SUV ในตระกูล X Series รุ่นใหม่ BMW X2 อย่างเป็นทางการ เสริมด้วย BMW 530i Touring M Sport, BMW M5 ซึ่งมีการพรีวิวกันไปก่อนหน้า และ BMW M4 CS รุ่นใหม่ ปิดท้ายด้วยการแนะนำเทคโนโลยีเชื่อมต่อรุ่นล่าสุด ใช้ชื่อทางการค้าว่า BMW ConnectedDrive

BMW M5 ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร กำลังสูงสุด 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 76.4 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic 8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ M xDrive ติดตั้งเป็นครั้งแรกใน BMW M5 อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. โหมดในการขับมี 5 รูปแบบ ประกอบด้วย โหมดการขับด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (หรือ DSC ที่สามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบ DSC หรือเลือกการขับขี่ด้วยโหมด M Dynamic) และยังสามารถเลือกการขับด้วยระบบ M xDrive ซึ่งแบ่งเป็นโหมด 4WD, 4WD Sport และ 2WD มีระบบเฟืองท้าย Active M ช่วยป้องกันการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง เริ่มเปิดรับจองในงานนี้ ราคาจำหน่าย 13,339,000 บาท.

BMW M4 CS รถรุ่นพิเศษในตระกูล M ผลิตจำนวนจำกัด แรงด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ M คลัตช์คู่ 7 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogic กำลังสูงสุด 460 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 280 กม./ชม. ราคาจำหน่าย 11,439,000 บาท.

BMW 530i Touring M Sport ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคา 4,539,000 บาท.

BMW X2 รถ SUV รุ่นเล็กในตระกูล X มากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 28.5 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัตช์คู่ 7 จังหวะ ทำความเร็วสูงสุดได้ 227 กม./ชม. โหมดในการขับปรับเปลี่ยนได้ผ่านปุ่ม Driving Experience Control เลือกได้ระหว่าง Comfort, Eco Pro และ Sport บ้านเราเริ่มทำตลาดด้วยรุ่น X2 sDrive20i M Sport X ราคา 2,999,000 บาท.

● สำหรับระบบ BMW ConnectedDrive เบื้องต้นจะมากับรถบางรุ่นที่นำเข้าตั้งแต่เดือนมีนาคม 2561 เป็นต้นไป โดยมาพร้อมซิมการ์ดสำหรับใช้งานฟีเจอร์พื้นฐานของ เช่น BMW Teleservices นัดหมายอัตโนมัติกับศูนย์บริการ, Intelligent Emergency Call ติดต่อศูนย์บริการฉุกเฉินผ่านการกดปุ่ม หรือในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เซ็นเซอร์การชนจะส่งสัญญาณแจ้งพิกัดรถอัตโนมัติไปยังศูนย์บริการ หรือ Concierge Services บริการผู้ช่วยส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง เป็นต้น

● รุ่นรถที่บีเอ็มดับเบิลยูระบุในเวลานี้ ประกอบด้วย 630d GT M Sport, X2 xDrive20i M Sport X, X3 xDrive20d xLine, X3 xDrive20d M Sport, 430i Coupe Luxury, 430i Coupe M Sport, 430i Convertible Luxury, 430i Convertible M Sport, M760Li xDrive และรถตระกูล M

● โปรโมชั่นสำหรับผู้ที่จองรถในงาน และรับส่งมอบภายในวันที่ 30 เมษายน 2561 จะได้รับสิทธิบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 50,000 – 70,000 บาท สำหรับรุ่นรถที่ระบุ (ยกเว้นรถปลั๊ก-อินไฮบริด) ส่วนรถในกลุ่มปลั๊ก-อิน ไฮบริด จะได้รับการรับประกันจาก BSI Standard เป็น BSI Ultimate ระยะเวลาบำรุงรักษา 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

[ VIEW : BMW GALLERY ]

BYD

บริษัท บีวายดี ออโต้ จำกัด หรือ Build your dreams เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบรนด์ BYD ในไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมแต่งตั้งบริษัท ไรเซน เอนเนอร์จี ให้เป็นผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย

● เบื้องต้นรุ่นรถที่นำเข้ามาทำตลาดในบ้านเรา ประกอบด้วยรถในกลุ่มพาณิชย์ BYD c6 รถโค้ชไฟฟ้าขนาด 24 ที่นั่ง, BYD T3 รถตู้ขนส่งสินค้าขนาดเล็ก แบตเตอรี่จุ 50.3 กิโลวัทท์-ชม. ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จประมาณ 300 กม. พร้อมส่งมอบได้ช่วงปลายปี 2561 นี้, BYD Electric Forklift สำหรับใช้งานในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหารและยาที่ต้องการความสะอาดมากเป็นพิเศษ และ BYD Electric Baggage Towing Tractor รถหัวลากกระเป๋าในท่าอากาศยาน

● ปิดท้ายด้วย BYD e6 รถแท็กซี่ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 100 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 134 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 45.8 กก.-ม. และใช้แบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอรอน ฟอสเฟท ที่มีความจุถึง 80 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางประมาณ 350 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ระยะเวลาชาร์จประมาณ 1.5 ชั่วโมง ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 149 กม./ชม. ราคาจำหน่าย 1,890,000 บาท ส่วนชาร์จเจอร์แยกจำหน่ายเป็น 2 รุ่น รุ่นแรกเป็นแบบ 1 เฟส กำลังไฟ 220 – 240 โวลท์ ราคา 37,900 บาท และแบบ 3 เฟส กำลังไฟ 380 – 400 โวลท์ ราคา 129,900 บาท

● อันที่จริงหากตามข่าวรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง BYD ไม่ใช่บริษัทเล็กๆ ครับ มีที่ทางอยู่ในตลาดโลกอย่างมั่นคงพอสมควร โดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่แพค ก็ต้องดูว่า ไรเซน เอนเนอจี จะผลักดันการเติบโตในไทยได้หรือไม่

[ VIEW : BYD GALLERY ]

CHEVROLET

เชฟโรเลต ประเทศไทย เปิดตัว Chevrolet Colorado High Country STORM โดยปรับรุ่นปีเป็น MY2019 เพิ่มชุดแต่งใหม่ในชื่อ Thunder โดยเปิดตัวสีใหม่ ส้ม Orange Crush ไปล่วงหน้าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา และมีการเปิดตัวสีพิเศษ เทาเข้ม Dark Shadow Metallic เพิ่มเติมในงานวันนี้

● Colorado ที่เพิ่มชุดแต่ง Thunder ประกอบด้วย ซุ้มล้อสีดำด้าน, ตราสัญลักษณ์โบว์ไทสีดำด้านหน้า – หลัง, เบดไลเนอร์, บันไดข้างสีดำแบบสปอร์ต, กระจังหน้าสีดำ, สติ๊กเกอร์สีดำด้านพร้อมสัญลักษณ์ Colorado สำหรับตกแต่งฝากระบะท้าย, ฝาปิดถังน้้ำมันพร้อมตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ และ ฮูด สกู๊ป โดยชุดแต่ง Thunder นั้นเป็นชุดที่เชฟโรเลตแยกจำหน่ายต่างหาก ไม่รวมอยู่ในชุดแต่งของ Colorado High Country STORM ซึ่งประกอบด้วยสปอร์ตบาร์, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว, สติกเกอร์บนฝากระโปรงหน้าพร้อมโลโก้ High Country, กระจกมองข้าง มือจับที่เปิดประตู มือจับทีเปิดฝาท้าย ขอบหน้าต่าง กันชนท้าย สีดำ, เซ็นเซอร์ถอยหลัง และสติกเกอร์สตอร์มตกแต่งข้างตัวรถ

● นอกจากนี้ยังมีฮูด สกู๊ป แบบพิเศษที่สามารถเลือกติดตั้งเพิ่มเติมได้ โดยชุดแต่งบนรุ่นสีส้ม Orange Crush จะมีจำหน่าย “แบบแยกชิ้น” ขณะที่ชุดแต่ง Thunder จะเป็นการ “รวมชุดแต่งเข้าไว้ด้วยกันในราคาพิเศษ”

● สำหรับ Colorado รุ่นปี 2019 ราคาจำหน่ายจะเริ่มต้นที่ 599,000 บาท จนถึง 1,098,000 บาท ส่วนชุดแต่ง Thunder สำหรับภายนอก ราคาจำหน่าย 7,912 บาท ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Thunder สำหรับภายใน ราคาจำหน่าย 10,422 บาท ในขณะที่ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Thunder สำหรับภายนอกและภายในทั้งเซ็ท ราคาจำหน่าย 18,334 – 19,314 บาท ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ทว่าราคานี้ เป็นราคาพิเศษสำหรับงานมอเตอร์โชว์ และที่โชว์รูมเชฟโรเลตทั่วประเทศระหว่างวันที่ 28 มีนาคมถึง 8 เมษายน 2561 เท่านั้นครับ (ไม่รวมค่าติดตั้ง)

● ส่วนใครที่เล็ง Chevrolet Trailblazer เอาไว้ เชฟโรเลตก็มีชุดแต่งเตรียมเอาไว้ให้เช่นกัน โดยแบ่งเป็น ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Phoenix Edition สำหรับภายนอก ราคาจำหน่าย 24,934 บาท ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Phoenix Edition สำหรับภายใน ราคาจำหน่าย 4,953 บาท และชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Phoenix Edition แบบเต็ม ราคาจำหน่าย 29,887 บาท ครับ เงื่อนไขราคาพิเศษนี้เหมือนกับ Colorado คือมีผลตั้งแต่ 28 มีนาคมถึง 8 เมษายน 2561 เช่นกัน

[ VIEW : CHEVROLET GALLERY ]

EA

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดตัวรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ MINE Mobility 3 รุ่นรวด แบ่งเป็นรถ MPV ในชื่อ MPV EV-Concept, รถซิตี้คาร์ City EV-Concept และรถคลาสสปอร์ต Sport EV-Concept ซึ่งทั้งหมดเป็นการจัดแสดงครั้งแรกในงานนี้ โดยชื่อ MINE Mobility นำมาจากมาจากคอนเซปท์ Mission no Emission หรือ พันธกิจไร้มลพิษ

● EA ระบุว่า รถต้นแบบทั้งหมดเป็นผลงานของแผนกออกแบบและพัฒนาของทีม R&D ซึ่งเป็นคนไทยทั้งหมด โดยได้เริ่มทำงานกันมาตั้งแต่ช่วงปี 2560 จากนั้นจึงมีการจัดตั้งบริษัทย่อยในชื่อ บริษัท ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด (MINE Mobility Research Co., Ltd.) เพื่อทำการพัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีไฟฟ้า และฟังก์ชั่นต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้จริง ก่อนที่จะเริ่มผลิตและจำหน่ายในอนาคต

MPV EV-Concept ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 80 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 107 แรงม้า เก็บกระแสไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 30 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 200 กม. City EV-Concept ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 50 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 68 แรงม้า เก็บกระแสไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 20 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 200 กม. ส่วน Sport EV-Concept ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 120 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 160 แรงม้า เก็บกระแสไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน 45 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 250 กม.

● ทุกรุ่นรองรับการชาร์จในโหมดควิกชาร์จ ระยะเวลาตั้งแต่ 15 – 20 นาที (80% จากจำนวนเต็มความจุแบตเตอรี่) และทุกรุ่นใช้มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนล้อคู่หน้า… ใครสนใจก็รอลุ้นและเอาใจช่วยกันต่อไปครับ กับรถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่สัญชาติไทยซีรี่ส์นี้

[ VIEW : EA – MINE GALLERY ]

FOMM

บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเซีย) จำกัด เปิดตัวรถไฟฟ้าขนาดเล็ก FOMM One (ตามข่าวชื่อรุ่นอ่านว่า ฟอมม์) พร้อมประกาศเตรียมเดินสายการผลิตในช่วงปลายปีนี้ในประเทศไทย และยังวางแผนเตรียมส่งออกไปยังต่างประเทศในแถบต่างๆ อาทิ อาเซียน ยุโรป ญี่ปุ่น และนิวซีแลนด์ภายในปี 2020 ด้วย

● FOMM One เป็นขนาดเล็กในระดับไมโครคาร์ หรืออันที่จริงควรจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มรถ LSV: low-speed vehicle หรือ NEV: Neighborhood Electric Vehicle ด้วยซ้ำ แต่เราก็ไม่แน่ใจว่ามันจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มใดตามกฏหมายในบ้านเรา ตัวรถเป็นรถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ ตามสเปคในโบรชัวร์ใช้พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ in-wheel แยกติดตั้งในล้อทั้ง 4 แต่ละตัวผลิตกำลังได้ 10 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 13.4 แรงม้า เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคขนาดเล็ก 4 แพค ความจุ 2.9 กิโลวัทท์-ชม. x 4 ตามสเปคระบุว่าทำความเร็วสูงสุดได้ 80 กม./ชม. วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 160 กม. ราคาจำหน่ายแบบปกติ 664,000 บาท เฉพาะในงานราคาพิเศษ 599,900 บาท เริ่มเปิดจองตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปครับ

● อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นรถแบบ 4 ที่นั่ง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันเล็กมากพอสมควรครับ สำหรับการใช้งานพร้อมกันจริงๆ 4 คน และยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานด้วย ใช้จ่ายกับข้าวในหมู่บ้าน รับ-ส่งบุตรหลานไปโรงเรียนใกล้ๆ บ้านน่าจะเหมาะ แต่จะให้เดินทางไกลๆ เป็นเรื่องเป็นราว คงจะลำบากสักนิด

● อย่างไรก็ตาม… ใครที่สนใจ โปรโมชั่นในงานสำหรับผู้ที่จองรถ 2,000 พันคันแรก เลือกรับเสื้อโปโล หรือโมเดลรถ FOMM One อย่างใดอย่างหนึ่ง และรับสิทธิ์ลุ้นทัวร์ญี่ปุ่น 15 รางวัล (15 คู่) โดยหลังจากหมด 2,000 คันแรก FOMM One จะจำหน่ายในราคาเต็ม 664,000 บาทครับ

[ VIEW : FOMM GALLERY ]

FORD

ฟอร์ด ประเทศไทย ไฮไลท์คือการเปิดราคาจำหน่ายออฟ-โรดฮาร์ดคอร์ Ford Ranger Raptor โดยตัวเลขราคาที่ประกาศออกมาคือ 1,699,000 บาท ครับ เมื่อดูจากตัวรถที่มีการอัพเกรดแบบสุดๆ นั้น ก็นับว่าไม่เหนือความคาดหมาย และลูกค้าเฉพาะกลุ่มก็คงเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าอย่างไรก็คงจะต้องจ่ายหนัก

● Ranger Raptor ออกแบบ ผลิต และทดสอบโดยแผนก Ford Performance ตัวรถพัฒนาต่อยอดมาจาก Ford F-150 Raptor โดยใช้พื้นฐานของ Ford Ranger รุ่นปัจจุบัน เทียบกับ Ranger รุ่นพื้นฐาน ตัวรถจะใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ความยาวรวม 5,398 มม. กว้าง 2,180 มม. สูง 1,873 มม. ระยะแทร็คหน้า-หลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มม. ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มม. พร้อมใช้งานแบบออฟ-โรดด้วยมุมไต่ 32.5 องศา มุมคร่อม 24 องศา และมุมจาก 24 องศา ระบบควบคุมพวงมาลัยแบบอิเลคทรอนิกส์เซ็ทอัพมาเฉพาะสำหรับการขับแบบออฟ-โรด

● พละกำลังมาจากเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ EcoBlue แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วย Bi-Turbo ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ อัตราทดชิด พร้อม Paddle Shift กำลังสูงสุด 213 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 50.95 กก.-ม.

● จุดเด่นคือ แชสซีส์ ชุดระบบกันสะเทือน และระบบเบรค ออกแบบใหม่หมด ช๊อคฯ แบบ Position Sensitive Damping (PSD) เพิ่มแรงต้านเมื่อมีการกระแทกเต็มช่วงยุบกระบอกสูบ และจะลดแรงต้านเมื่อขับบนทางเรียบ ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มม. ทั้งคู่หน้า-หลัง เมื่อรวมกับช่วงล่างที่ออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อเพิ่มขึ้น Ranger Raptor จึงมีการซับแรงกระแทกได้ดีเป็นพิเศษขณะขับแบบออฟ-โรด ในขณะที่ เทคโนโลยี Internal Bypass จะช่วยให้การขับบนทางเรียบมีความราบรื่นเช่นกัน คาลิเปอร์เบรคคู่หน้าเป็นแบบลูกสูบคู่ เพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็น 9.5 มม. จานเบรคคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 332 x 32 มม. ดิสค์เบรคหลังมาพร้อมกับระบบ brake actuation master cylinder และจานเบรคแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 332 x 24 มม. ทำงานคู่กับคาลิเปอร์ใหม่ขนาด 54 มม. ยางติดรถมากับ BFGoodrich ดอก All-terrain ขนาด 285/70 R17 เส้นผ่านศูนย์กลาง 838 มม. กว้าง 285 มม. แก้มยางมีความแข็งแรงสูง ดอกยางขนาดใหญ่พิเศษ ฟอร์ดระบุว่ามิชลินออกแบบยางรุ่นนี้เป็นพิเศษสำหรับ Ranger Raptor เฉพาะรุ่น

● ส่วนข้อเสนอพิเศษในงานสำหรับฟอร์ดรุ่นอื่นๆ มีอาทิ ดาวน์ต่ำ ผ่อนนาน ราคาพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure เป็นต้น

[ VIEW : FORD GALLERY ]

HONDA

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดพื้นที่จัดแสดงรถกรีนที่เริ่มทำตลาดโลกไปแล้วอย่าง Honda Clarity เจนเนอเรชั่นใหม่ โดยในงานนี้รุ่นที่นำมาจัดแสดงเป็นรุ่นที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบ Fuel Cell (ในตลาดโลกมีทางเลือกอีก 2 รุ่นสำคัญ คือปลั๊ก-อิน ไฮบริด และไฟฟ้าล้วนแบบแบตเตอรี่) หากบ้านเราตลาดไฟฟ้าเกิดขึ้นได้ในวงกว้างจริงๆ ฮอนด้าก็มีสิทธิ์จะนำรุ่นย่อยรุ่นใดรุ่นหนึ่งเข้ามาทำตลาดครับ… ต้องลุ้นกันต่อไป

● ในตลาดโลก Honda Clarity Fuel Cell รุ่นปี 2017 ได้เริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าไปแล้ว โดยเทคโนโลยีฟิวเซลล์ใน Clarity นั้นมีขนาดเล็กลง 33% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทว่าสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าถึง 60% แผงเซลล์เชื้อเพลิงที่ออกแบบให้ควบรวมกับระบบส่งกำลัง มีขนาดเทียบเท่ากับเครื่องยนต์ V6 และได้รับการติดตั้งเอาไว้ในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้ห้องโดยสารยังคงมีพื้นที่มากพอสำหรับ 5 ที่นั่งอย่างสบายๆ ระยะทางที่ทำได้ต่อการเติมไฮโดรเจน 1 ถึงคือ 589 กม. นับว่ามีระยะทางที่ไกลที่สุดเมื่อเทียบกับรถฟิวเซลล์ และรถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่รุ่นอื่นๆ ในตลาดสหรัฐ ณ วันปัจจุบัน ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อคำนวณเปรียบเทียบกับรถน้ำมันจะเท่ากับประมาณ 28.3 กม./ลิตร

● รุ่นที่พร้อมจำหน่ายยังคงเป็น Honda Civic Hatchback สีใหม่ แดงแรลลี่ ราคาจำหน่าย 1,169,000 บาท, Honda BR-V พร้อมชุดแต่งสปอร์ต แพคเกจ ราคาพิเศษ 29,900 บาท และ Honda Brio Amaze รุ่นใหม่ Black Sport Special Edition พร้อมชุดแต่ง Modulo ราคา 579,000 บาท.

● แคมเปญในงานมี “ฮอนด้า ด้วยรักและขอบคุณ” จองรถในงานหรือที่โชว์รูมตั้งแต่วันนี้ – 10 เมษายน 2561 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2561 รับสิทธิพิเศษ อาทิ บัตรของขวัญฮอนด้ามูลค่า 3,000 บาท, ดาวน์ต่ำ ผ่อนระยะยาว, ดอกเบี้ยพิเศษ, ฟรีประกันภัยชั้น 1, สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลชิงโชค 353 รางวัล โดยมีรางวัลใหญ่เป็น Honda Accord HYBRID TECH, Honda CR-V ดีเซล, Honda Civic Turbo RS, iPhone X, iPad หรือ Apple Watch เป็นต้น

● นอกจากนี้ยังมีแคมเปญพิเศษเพิ่มเติม ได้แก่ แคมเปญฮอนด้าช่วยผ่อน, แคมเปญรถเก่าแลกรถใหม่ และแคมเปญเพื่อนแนะนำเพื่อน (Friend gets Friend) รวมทั้งดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถฮอนด้าทุกรุ่น (Honda Loyalty) ดอกเบี้ยลดลง 0.15% ด้วย สนใจข้อมูลแคมเปญต่างๆ เชิญที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777

[ VIEW : HONDA GALLERY ]

HYUNDAI

บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มีไฮไลท์บนพื้นที่ 2 รุ่น หนึ่งในนั้นคือรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่มาแบบเซอร์ไพรซ์สุดๆ Hyundai IONIQ รุ่นย่อย BEV ซึ่งต้องยอมรับฮุนไดนั้นใจถึงจริงๆ ที่ไม่เริ่มทำตลาดกรีนด้วยรุ่น ไฮบริด หรือรุ่น ปลั๊ก-อิน ไฮบริด.

Hyundai iONIQ Electric ใช้แบตเตอรี่แพคชนิด ลิเธียม-ไอออน โพลีเมอร์ ที่ขยายความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เป็น 28 กิโลวัตต์-ชม. (รุ่น PHEV 8.9 กิโลวัตต์-ชม.) ซัพพลายเออร์คือ LG Chem ตำแหน่งติดตั้งอยู่ใต้เบาะหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 88 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 117 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 30 กก.-ม. ระบบส่งกำลังเป็นแบบ single-speed ใช้ความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 165 กม./ชม. ระยะทางในการวิ่งแบบเฉลี่ยประมาณ 280 กม./รีชาร์จ ราคาเริ่มต้น 1,749,000 บาท.

Hyundai H-1 Black Series นับเป็นรถรุ่นพิเศษรุ่นใหม่ ภายนอกตกแต่งด้วยสีดำ Timeless Black, กระจังหน้าและคิ้วไฟ day-time เป็นแบบแบบรมดำ, ล้ออัลลอยก้าน Y Spoke Design ขนาด 17 นิ้ว สีเข้ม Hyper Black และมีคิ้วป้ายทะเบียนด้านหลังแบบรมดำ พร้อมสติ๊กเกอร์ตกแต่งด้วยตราสัญลักษณ์ Black Series ห้องโดยสารเน้นความหรูด้วยเบาะนั่งและแผงประตูคู่หน้าหุ้มหนังสีเบจ เดินด้ายแบบตะเข็บคู่ คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์, พวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ, หัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ และชุดพรมเข้ารูป Black Series

● อุปกรณ์พื้นฐานอื่นๆ มีอาทิ กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ Auto Dimming Mirror, ระบบแอร์อัตโนมัติ, จอกลางแบบทัชสกรีนด้านหน้าขนาด 7 นิ้ว, เครื่องเล่น DVD, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS ผ่าน Apple Car Play, จอขนาด 10.1 นิ้ว 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง แยกการใช้งานอิสระแบบ Dual Zone ผ่านหูฟังอินฟราเรด ราคาจำหน่าย 1,579,000 บาท.

● โปรโมชั่นในงานฯ ทุกรุ่น ฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี, ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับ Hyundai Grand Starex นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2561 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลซึ่งประกอบด้วย ทองคำหนัก 10 บาท, แพ็คเกจทัวร์ประเทศเกาหลีใต้ หรือ Samsung Galaxy Note 8

[ VIEW : HYUNDAI GALLERY ]

ISUZU

บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มากับรถรุ่นพิเศษแบบพร้อมจำหน่าย Isuzu MU-X The Iconic ที่เริ่มโปรโมทไปตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เสริมด้วย Isuzu D-MAX หลายรุ่นย่อยที่เราคุ้นกันดี เช่น X-Series, Speed, V-Cross หรือ Hi-Lander เป็นต้น

● Isuzu MU-X The Iconic มีไฟหน้า Bi-LED พร้อมไฟ Daylight ในโคมและเส้นนำแสง LED Guiding Light, สปอยเลอร์หลังคาด้านหลัง,ล้ออัลลอย 18 นิ้ว ภายในติดตั้งเครื่องเล่น DVD, Digital TV Tuner, จอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แสดงผลระบบอินโฟฯ iConnect พร้อม Built-in Navigator, ตกแต่งภายในด้วยลายไม้ Fine Walnut, ชุดตกแต่ง Piano Black และโครเมี่ยม, พอร์ทสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้า AC220 โวลต์ และ USB ที่คอนโซลกลาง และกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติพร้อมกล้องบันทึกภาพด้านหน้ารถ (DVR) สีภายนอกมี 2 สี ประกอบด้วยขาวมุก Everest Pearl White หรือดำ Australian Coal Black าคาจำหน่าย 1,354,000 – 1,411,000 บาท.

● ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน อีซูซุยังคงมีให้เหมือนทุกปี อาทิ กิจกรรมที่นำโดยนักร้อง นักแสดง, การประกวดภาพถ่าย Isuzu Motor Show Photo Contest 2018 ลุ้นรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท, ร่วมเล่นเกมเสมือนจริง Wireless Virtual Reality, ตอบแบบสอบถาม รับสิทธิ์ถ่ายภาพลงพวงกุญแจ และยังสามารถสอบถามข้อมูลรถอีซูซุหรือกิจกรรมต่างๆ เพิ่มเติมได้จาก i-Girl ของอีซูซุ

[ VIEW : ISUZU GALLERY ]

JAGUAR

บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ตัวแทนจำหน่ายจากัวร์ (และแลนด์โรเวอร์) เปิดตัว Jaguar F-Type รุ่นย่อยใหม่ เครื่องยนต์ 2.0 ซึ่งเริ่มจำหน่ายในตลาดตลาดโลกไปเมื่อช่วงกลางปี 2017 ที่ผ่านมา พร้อมกับการปรับโฉมเล็กน้อย ใครสนใจก็จองกันได้ในงานนี้

● F-Type ใหม่จะใช้ต้นกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ตระกูล Ingenium ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ตระกูลใหม่ที่จากัวร์เริ่มใช้งานใน Jaguar XE เป็นรุ่นแรก ต่อด้วย Jaguar F-Pace ในขณะที่ทางแลนด์โรเวอร์มีให้ใช้งานใน Range Rover Evoque รุ่นปัจจุบัน กำลังสูงสุดผลิตได้ 300 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำเพียง 1,500 รอบ/นาที ระบบส่งกำลังมีตัวเลือกเดียวคืออัตโนมัติ 8 จังหวะ

● เทียบกับรุ่น V6 ความจุ 3.0 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จในรุ่นพื้นฐานเดิมเพียง กำลังจะหายไป -40 แรงม้าเท่านั้น ในขณะที่แรงบิดหายไปเพียง -5.1 กก.-ม. ข้อดีคือใช้เชื้อเพลิงน้อยลง และยังลดการคาย CO2 ลงไปได้อีก -36 กรัม/กม. (ตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ 163 กรัม/กม.) นอกจากนี้เวอร์ชั่นตัวถังคูเป้ยังมีน้ำหนักตัวลดลงเหลือ 1,524 กก. เบากว่ารุ่น V6 เดิมราว 40 กก. ด้วย

● อีกหนึ่งไฮไลท์ก็คือ รถ SUV รุ่นใหม่ Jaguar E-Pace ซึ่งเปิดตัวเป็นทางการในไทยไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้เอง ตัวรถเป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพคท์ 5 ที่นั่ง พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม Jaguar Land Rover D8 ปัจจุบันใช้งานอยู่ใน Range Rover Evoque และ Land Rover Discovery Sport ขนาดตัวมากับความยาวรวม 4,411 มม. กว้าง 1,984 มม. สูง 1,649 มม. บ้านเราทำตลาดด้วยรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบตระกูล Ingenium ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 38.7 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำ 1,750 นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะของ ZF ขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 170 กรัม/กม.

● ข้อเสนอพิเศษ ผู้ที่สนใจจองระหว่างวันนี้ – 8 เมษายน 2561 ที่โชว์รูมหรือในงาน จะได้รับสิทธิ์ ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 3,500,000 บาท จากราคาเต็ม 3,600,000 บาท ครับ สนใจสอบถามได้ที่สำนักงานใหญ่ 02-666-7500 สยามพารากอน 02-007-0008

[ VIEW : JAGUAR GALLERY ]

KIA

บริษัท ยนตรกิจ เกีย มอเตอร์ จำกัด เน้นการจำหน่ายเป็นหลักในปีนี้ รุ่นหลักคือ KIA Grand Carnival เครื่องดีเซล 2.2 ลิตร ราคาเริ่มต้น 1,991,000 บาท และ KIA Stinger รถสปอร์ตซีดานคลาส GT ท้ายลาดแบบ fastback จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ขับเคลื่อนล้อหลัง ห้องโดยสาร 5 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้น 2,990,000 บาท… งานนี้ไม่เห็น KIA Soul EV มานะครับ แต่น่าจะยังขายอยู่

KIA Soul EV ใช้พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 81.4 กิโลวัตต์ หรือเทียบเท่า 109 แรงม้า (bhp) แรงบิดสูงสุด 29 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ single-speed เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดเอาไว้ที่ 145 กม./ชม. ระยะทางในการขับประมาณ 150 กม./ชาร์จ (EPA สหรัฐฯ) หรือ 190 กม./ชาร์จ (จากการทดสอบภายในของเกียเอง) ระยะเวลาในการชาร์จด้วยไฟบ้าน 120 โวลท์ขอเวลา 24 ชม. ชุดชาร์จไฟ 240 โวลท์ขอเวลา 5 ชม. ส่วนโหมดฟาสท์ชาร์จขอเวลา 30 นาที สำหรับปริมาณความจุแบตเตอรี่ 80% จากจำนวนเต็ม ราคาจำหน่ายที่เปิดออกมาในปีที่แล้ว 2,297,000 บาท.

[ VIEW : KIA GALLERY ]

LAND ROVER

● แลนด์โรเวอร์ อีกหนึ่งแบรนด์หรูที่จัดจำหน่ายโดย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ปีนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรใหม่ๆ ดังนั้นจึงมีเฉพาะรุ่นรถที่พร้อมจำหน่ายบนพื้นที่ในงานนี้ ไม่ว่าจะเป็น Range Rover Evoque ราคาเริ่มต้นที่ 3,799,000 บาท Range Rover Velar ราคาเริ่มต้น 5,999,000 บาท Land Rover Discovery ราคาเริ่มต้น 6,499,000 บาท และ Range Rover Sport ในฐานะรุ่นท๊อป ณ วันปัจจุบัน ราคา 7,999,000 บาท.

● ข้อเสนอพิเศษในงานเหมือนกับฝั่งแบรนด์จากัวร์ครับ คือ ดอกเบี้ย 0% นาน 24 เดือน พร้อมแคมเปญ Worry-Free Program รับประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดเวลานาน 5 ปี โดยแคมเปญนี้มีผลตั้งแต่วันนี้จนถึง 8 เมษายน 25619

[ VIEW : LAND ROVER GALLERY ]

LEXUS

เลกซัสกรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รุ่นใหม่สุดคือ Lexus LS ใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 5 ที่เปิดตัวไปในช่วงปลายปีที่แล้ว ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ TNGA – Toyota New Global Architecture เช่นเดียวกับรถรุ่นใหม่อย่าง Toyota Auris, Toyota Prius และ Toyota C-HR ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 11,530,000 บาท รุ่นย่อยหลักมี Lexus LS 500 เครื่องยนต์ V6 ความจุ 3.5 ลิตร และ Lexus LS 500h ที่มากับชุดระบบขับเคลื่อนไฮบริด จับคู่เครื่องยนต์ 8GR-FXS กับมอเตอร์ไฟฟ้า

● สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเชิญได้ที่ บริษัท เลกซัส กรุงเทพ จำกัด (พระราม 9) โทร. 02-716-8999 บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด โทร. 02-521-1111 และ บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด โทร. 02-260-8123

[ VIEW : LEXUS GALLERY ]

MASERATI

มาเซราติ ประเทศไทย เปิดตัวสปอร์ตซีดาน 4 ประตูขับเคลื่อนล้อหลัง Maserati Ghibli รุ่นปรับโฉม อย่างเป็นทางการในงานนี้ โดยแบ่งการจำหน่ายเป็น 4 ทางเลือกรุ่นย่อย และมีทั้งรุ่นเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล

● Ghibli ใหม่รุ่นปี 2018 ยังคงอยู่ในช่วงชีวิตของ Ghibli เจนเนอเรชั่น 3 ที่ทำตลาดโลกมาตั้งแต่ช่วงปี 2013 ตัวรถได้รับการปรับปรุงภาพลักษณ์ใหม่เล็กน้อย กันชนหน้า-หลังปรับปรุงใหม่ ช่วยให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) ต่ำลง 7% จากเดิม 0.31 เหลือ 0.29

Maserati Ghibli Diesel เครื่องยนต์ V6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF กำลังสูงสุด 275 แรงม้า ราคาจำหน่าย 6,990,000 บาท ส่วน Maserati Ghibli Diesel GranLusso ใช้เครื่องและเกียร์ชุดเดียวกัน ทว่าเพิ่มอุปกรณ์เสริมและระบบช่วยขับ ราคา 7,590,000 บาท.

● กลุ่มเบนซิน Maserati Ghibli GranLusso มากับเครื่องยนต์เบนซิน V6 สูบ ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF กำลังสูงสุด 350 แรงม้า ราคา 8,890,000 บาท ปิดท้ายด้วย Maserati Ghibli S GranSport ใช้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังชุดเดียวกัน ทว่ากำลังสูงสุดจะถูกจูนเพิ่มขึ้นเป็น 430 แรงม้า ราคา 9,990,000 บาท.

[ VIEW : MASERATI GALLERY ]

MAZDA

มาสด้า ประเทศไทย พร้อมจำหน่าย Mazda2 และ Mazda3 รุ่นปรับปรุง MY2018 ซึ่งทั้งคู่มีข่าวการแนะนำความเปลี่ยนแปลงออกมาก่อนหน้านี้ โดยรวมแล้วทั้งคู่ได้รับการอัพเกรดอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นแบบคุ้มค่าทีเดียว Mazda3 นั้นราคาเพิ่มขึ้นมาราว 10,000 บาท ในขณะที่ Mazda2 ยังคงราคาเดิม ปิดท้ายด้วย Mazda MX-5 RF เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ สีแดง Soul Red Crystal สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยังรักการกระแทกคลัทช์และขยับคันเกียร์

Mazda2 รุ่นปี 2018 หรือที่มาสด้าเรียกว่า Mazda2 2018 Collection มากับอุปกรณ์อาทิ ชุดไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Daytime Running Light, าจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับแบบสี, ระบบ MZD Connect, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบปัดน้ำฝนกระจกหน้าอัตโนมัติ, ระบบ Cruise Control, ระบบ Advance Blind Spot Monitoring, ระบบ Rear Cross Traffic Alert, ระบบ Smart Keyless Entry กุญแจรีโมทอัจฉริยะ และมีสีแดง Soul Red Crystal ให้เลือก ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 530,000 – 789,000 บาท แล้วแต่รุ่นย่อย

Mazda3 ใหม่รุ่นอัพเกรด MY2018 รุ่นย่อย 2.0 E ซีดาน และ 2.0 E Sports แฮทช์แบค จะมีการเพิ่มระบบ Advance Blind Spot Monitoring และระบบ Rear Cross Traffic Alert, รุ่น 2.0 C และ 2.0 C Sports เพิ่มระบบ ABSM, ระบบ RCTA, ชุดไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟวิ่งกลางวัน และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกซ้าย-ขวา, รุ่น 2.0 S และ 2.0 S Sports เพิ่มระบบ ABSM, ระบบ RCTA, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และเบาะฝั่งผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง ปิดท้ายด้วยรุ่น 2.0 SP และ 2.0 SP Sports เพิ่มระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, เบาะปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, ระบบแสดงผล 360° View Monitor และเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด ราคาอยู่ในช่วง 857,000 – 1,149,000 บาท ครับ

● โปรโมชั่นในงานมีแคมเปญ Mazda Amazing Month ประกอบด้วย Mazda2 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำ 2.15% ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กม., Mazda3 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำ 2.15% ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กม., Mazda CX-3 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำ 0.66% ฟรีประกันภัยชั้น 1, Mazda BT-50 PRO ดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้น 5,900 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1, Mazda CX-5 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำ 1.99% ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. และ Mazda MX-5 ฟรีประกันภัยชั้น 1 โปรแกรมรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 140,000 กม. ทุกรุ่นฟรีประกันชั้น 1 Mazda Premium Insurance โดยข้อเสนอนี้จะมีให้ที่โชว์รูมทั่วประเทศ ส่วนที่จองรถในงาน รับลำโพง BOSE วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2561 เท่านั้น

[ VIEW : MAZDA GALLERY ]

MERCEDES-BENZ

บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นอกจากจะมีของแรงเปิดตัวไปก่อนหน้าอย่าง Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รุ่นประกอบไทยเป็นครั้งแรก ภายในงานวันนี้ยังมีการเปิดตัวของใหม่อย่างสปอร์ตรุ่นที่ 3 ในตระกูล CLS อย่าง Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premium ด้วย

● CLS 300 d AMG Premium มากับชุดแต่ง AMG รอบคัน, ซันรูฟไฟฟ้า, ล้ออัลลอย AMG แบบ 5 ก้านคู่ขนาด 19 นิ้ว, ตราสัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรค, ชุดไฟหน้าแบบ Multibeam LED, ไฟท้าย LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก ห้องโดยสารมีไฟประดับที่ช่องลมของระบบปรับอากาศ มีลูกเล่นเสริมด้วยการเปลี่ยนสีเมื่อมีการปรับอุณหภูมิโดยการกระพริบเป็นเวลาสั้นๆ สีแดงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น และสีฟ้าเมื่อปรับอุณหภูมิเย็นลง, มาตรวัดแบบดิจิทัลสามารถเลือกการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย Classic, Sport และ Progressive นอกจากนี้ยังมีการเลย์เอาท์เบาะนั่งเป็นแบบ 5 ที่นั่งเป็นครั้งแรกด้วย

● พละกำลังมาจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง ความจุ 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 50.9 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC สะดวกด้วยฟังก์ชั่น Steering-wheel Gearshift Paddles เปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.4 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคาจำหน่าย 4,980,000 บาท.

● สำหรับรุ่นยอดนิยม Mercedes-Benz S-Class รุ่นประกอบในประเทศ งานนี้มี 2 ทางเลือกรุ่นย่อย S 350 d Exclusive ราคา 6,390,000 บาท และ S 350 d AMG Premium ราคา 6,990,000 บาท.

● สำหรับรถรุ่นพิเศษที่นำมาจัดแสดงในงานนี้ เป็นรถรุ่นพิเศษในโปรเจคท์ GLA Car Paint x Alex Face ใช้ชื่อว่า GLA Millennials’ Voices’ Edition ผลงานเพนท์ตัวถังโดยศิลปินกราฟิตี้ Alex Face หรือ พัชรพล แตงรื่น เจ้าของคาแร็คเตอร์ “เด็กน้อยสามตาหน้าบึ้ง” บนรถ Mercedes-Benz GLA 250 AMG Dynamic ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญ Grow up. ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยในไทยใช้แนวคิด Define Your Own Ways มาสื่อสารและใช้ชื่อแคมเปญว่า #GrowupLikeThis ใช้แพลทฟอร์มดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อสังคมออนไลน์

[ VIEW : MERCEDES-BENZ GALLERY ]

MG

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์- ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดพื้นที่จัดแสดงรถ 5 รุ่น โดยยังคงชูชุดระบบอัจฉริยะ i-SMART ซึ่งรองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยเป็นจุดเด่น ส่วนรุ่นรถที่พร้อมจำหน่าย ประกอบด้วย MG 3, MG 5, MG GS 1.5 และ 2.0, MG 6 และ MG ZS ทุกรุ่นมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง, พ.ร.บ. ฟรีนาน 1 ปี โดยแคมเปญพิเศษในแต่ละรุ่น มีผลทั้งผู้ที่จองรถในงาน หรือที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศระหว่างวันที่ 28 มีนาคมถึง 8 เมษายน 2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้:

● MG 3 ดาวน์เริ่มต้น 47,900 บาท หรือผ่อนเดือนละ 5,172 บาท ฟรี ชุดเครื่องเล่น DVD พร้อมเนวิเกเตอร์ และกล้องมองหลัง พิเศษจำนวนจำกัด ฟรี ชุดตกแต่งรอบคัน Aero kit set, MG 5 เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% หรือผ่อนเดือนละ 7,007 บาท, MG GS 2.0T เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% หรือผ่อนเดือนละ 12,838 บาท ฟรี ระบบประตูท้ายไฟฟ้า MG Electric Lift Gate, MG GS 1.5T เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% หรือผ่อนเดือนละ 9,443 บาท ฟรี ระบบประตูท้ายไฟฟ้า และ MG6 เลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปี หรือผ่อนเดือนละ 9,696 บาท

[ VIEW : MG GALLERY ]

MINI

มินิ ประเทศไทย มากับไฮไลท์อย่างรถรุ่นพิเศษ MINI Clubman Yours Edition โดยมีการเปิดตัวผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมวิธีสั่งจอง “แบบไม่ธรรมดา” ที่ยังไม่ได้ระบุ

● ส่วนรุ่นที่พร้อมจำหน่ายมีของแรงแบบแต่งจากโรงงานในกลุ่ม John Cooper Works ประกอบด้วย MINI JCW Countryman ราคา 3,548,000 บาท, MINI JCW Clubman ราคา 3,548,000 บาท และ MINI JCW Hatch ราคา 3,410,000 บาท ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 จังหวะ กำลังสูงสุด 231 แรงม้า

● โปรโมชั่นในงานสำหรับผู้ที่จองรถ และรับส่งมอบภายในเดือนเมษายน 2561 จะได้รับสิทธิยกระดับ MSI จาก 3 ปี/60,000 ก.ม. เป็น 5 ปี/100,000 ก.ม. (ยกเว้น MINI Countryman หรือบริการ MINI Freedom Choice ในราคาเริ่มต้น 36,600 บาท/เดือน สำหรับผู้ที่จอง MINI Clubman Cooper S ให้สิทธิรับประกันมูลค่ารถในอนาคตตั้งแต่วันแรกของสัญญา พร้อมเปิดทางเลือกที่ยืดหยุ่นในการจัดการกับรถเมื่อสิ้นสุดสัญญา และผู้ที่จองรถผ่านมินิ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส รับฟรีร่ม MINI

[ VIEW : MINI GALLERY ]

MITSUBISHI

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด มีรถต้นแบบ Mitsubishi eX Concept มาจัดแสดงในงานนี้ ตัวรถเป็นรถอเนกประสงค์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ งานออกแบบแสดงถึงทิศทางการออกแบบรถในกลุ่ม SUV ครอสโอเวอร์ในอนาคตของมิตซูบิชิ ซึ่งชุดระบบขับเคลื่อนเจนเนอเรชั่นใหม่นี้ มิตซูบิชิให้ข้อมูลว่าว่ามันจะประกอบด้วยแบตเตอรี่ความจุสูง พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ทำให้ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดมีน้ำหนักรวมเบาลง และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ยังผลให้มีระยะทางขับเคลื่อนได้ราว 400 กม. และเช่นเดียวกับผู้ผลิตอื่นๆ ที่มองไปยังอนาคต ตัวรถจะมีเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยแนะนำการใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

● นอกจากนี้ eX Concept ยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ all-wheel drive ให้ใช้งาน ซึ่งก็น่าจะเหมือนกับต้นแบบรุ่นอื่นๆ ของมิตซูบิชิ ที่ติดตั้งระบบ permanent all-wheel drive รุ่นล่าสุด S-AWC: Super All Wheel Control นั่นเอง ทั้งนี้สไตล์การออกแบบนั้น มิตซูบิชิได้เปิดตัวต้นแบบ SUV ในไลน์อัพรถกรีนยุคใหม่ด้วยดีไซน์นี้เป็นครั้งแรกกับ Concept XR-PHEV รุ่นปี 2013 ที่โตเกียว ต่อด้วย Concept XR-PHEV II รุ่นปี 2015 ที่เจนีวา และมี eX Concept เป็นรุ่นที่ 3

● รุ่นพร้อมจำหน่ายมี Mitsubishi Pajero Sport Limited Edition ราคาจำหน่าย 1,424,000 บาท, Mitsubishi Triton Athlete Mega Cab Plus รุ่นใหม่ ซึ่งเพิ่มทางเลือกให้จากเดิมที่มีในรุ่น Double Cab ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 759,000 บาท และ Mitsubishi Mirage Limited Edition 2 สีพิเศษ แดง Red Metallic หลังคาดำ และสีขาวมุก White Pearl หลังคาดำ ราคา 564,000 – 571,000 บาท ตามลำดับ

● โปรโมชั่นพิเศษในงาน ประกอบด้วย ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ 5 ปี ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. 5 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี และ ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี โปรโมชั่นนี้มีผลทั้งผู้ที่จองรถภายในงานฯ และที่โชว์รูมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 เมษายน 2561 พิเศษ (เฉพาะผู้ที่จองรถในงาน รับกระเป๋าเก็บความเย็นมูลค่า 1,599 บาทฟรี)

[ VIEW : MITSUBISHI GALLERY ]

NISSAN

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวซูเปอร์คาร์ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Nissan GT-R เป็นทางการในงานนี้ โดยมีการจัดงานเปิดตัวล่วงหน้า 2 วันก่อนเปิดงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ใครที่สนใจและลังเลกับการพึ่งพาบริการของบริษัทรถนำเข้า นิสสันเปิดราคาจำหน่ายออกมาที่ 13.5 ล้านบาท ครับ

● GT-R รุ่นล่าสุดนี้เป็นรุ่นปรับโฉม MY2017 โดยพื้นฐานมันก็ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 2007 หรือ 11 ปีมาแล้ว โดยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นระยะๆ ตามการปรับรุ่นปี ตัวรถใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.8 ลิตร อัดอากาศด้วยทวินเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 555 แรงม้า (ตามข้อมูลของนิสสัน ประเทศไทย) แรงบิดสูงสุด 64.4 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ซีเควนเชียล ดูอัลคลัตช์ 6 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ all-wheel drive ช่วงล่างมากับช๊อคฯ Bilstein DampTronic ผู้ขับสามารถเลือกปรับได้ 3 โหมดคือ Normal, Comfort และ R สำหรับการขับแบบเรซซิ่ง ล้อ 20 นิ้วสวมยางสมรรถนะสูงแบบรันแฟลท Dunlop SP Sport Maxx GT 600 DSST CTT รองรับแรงดันลมไนโตรเจน ห้องโดยสารปรับปรุงใหม่หลายจุด แผงแดชบอร์ดใหม่พร้อมแผงมาตรวัดตกแต่งด้วยการหุ้มหนัง ตัดเย็บด้วยมือ, แผงควบคุมชุด Display Command ใหม่บนคอนโซลกลางแบบคาร์บอนไฟเบอร์, สวิทช์ควบคุมเครื่องเสียงและระบบนำทาง ออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้นด้วยการลดจำนวนลงจาก 27 จุดเหลือเพียง 11 จุด, พวงมาลัยรุ่นใหม่พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ และจอกลางสำหรับแสดงผลข้อมูลต่างๆ แบบทัชสกรีน มัลติฟังค์ชั่น ขนาด 8 นิ้ว ปรับปรุงอินเตอร์เฟซใหม่ เช่น เพิ่มขนาดไอคอนให้ใหญ่ขึ้น เป็นต้น

● ด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Nissan LEAF เข้ามาทำตลาดบ้านเราแน่ครับ ทว่านิสสันยังไม่ได้เปิดราคาจำหน่ายในงานนี้ ดังนั้น LEAF จึงมาโชว์ตัวเฉยๆ โดยยังไม่มีความเคลื่อนไหวใหม่ๆ อะไรเพิ่มเติม ตัวรถเป็น รุ่นใหม่ MY2018 ที่เปิดตัวไปในช่วงปลายปี 2017 สเปค และสมรรถนะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากข่าวเดิมครับ มอเตอร์ไฟฟ้าลูกใหม่รหัส EM57 ผลิตกำลังได้ 110 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 147 แรงม้า (HP) เพิ่มขึ้น 40 แรงม้าเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม แรงบิดสูงสุด 32.6 กก.-ม. เพิ่มขึ้น 6.8 กก.-ม. ส่งกำลังไปหมุนล้อคู่หน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบซิงเกิลสปีด แบตเตอรี่แพคมีความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟใน 1 ชม. เท่ากับ 40 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 240+ กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน EPA สหรัฐฯ) ระยะเวลาในการชาร์จด้วยไฟบ้านจะอยู่ที่ 16 ชม. ส่วนควิกชาร์จ 80% จากจำนวนเต็ม 40 นาที

● รุ่นอื่นๆ บนพื้นที่มี Nissan Navara รุ่นปี 2018, Nissan X-Trail, Nissan Note, Nissan Almera และ Nissan March สอบถามรายละเอียดอื่นๆ ได้ที่ Call Center เบอร์ 02-401-9600 ครับ

[ VIEW : NISSAN GALLERY ]

PORSCHE

บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เปิดบูธแบบเอ็กซ์คลูซีฟ โดยร่วมมือกับพันธมิตรหลายแบรนด์ อาทิ ไฟ LED สร้างบรรยากาศแบรนด์ SALIOT, เปิดคาเฟ่ด้วยอุปกรณ์ชุดครัวและเฟอร์นิเจอร์ Valcucine พร้อมมุมผ่อนคลายด้วยเก้าอี้นวดไฟฟ้าจากแบรนด์ OSIM ให้บริการผู้เข้าเยี่ยมชมบูธ นอกจากนี้ยังมีแคมเปญฉลอง 70 ปี สำหรับผู้ที่จองรถในงานด้วยสิทธิลุ้นรางวัลทุกเดือน พาเจ้าของรถผู้โชคดี 7 ท่านไปร่วม German Heritage ทริป สัมผัสประสบการณ์ทดลองขับปอร์เช่ในบรรยากาศ Black Forest พร้อมเยี่ยมชมโรงงานและพิพิธภัณฑ์ ณ ประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 7 วัน 6 คืน

● รถเด่นในงานปีนี้ ประกอบด้วย Porsche Cayenne S เจเนอเรชั่น 3 เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบคู่ ความจุ 2.9 ลิตร กำลังสูงสุด 440 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ Tiptronic S 8 จังหวะ ราคาเริ่มต้น 11.4 ล้านบาท และใครที่ชอบรถกรีน ยังมี Cayenne S E-Hybrid ราคาเริ่มต้น 7.5 ล้านบาท, Porsche 911 GT2 RS เครื่องยนต์ 6 สูบ เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 700 แรงม้า อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที มีระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง rear-axle steering พร้อมยางสมรรถนะสูง Ultra-High Performance เกรดเดียวกับยางสปอร์ต GT ราคาเริ่มต้น 33.5 ล้านบาท.

● ปิดท้ายด้วย Porsche 911 GT3 เครื่องยนต์สูบนอน ความจุ 4.0 ลิตร กำลังสูงสุด 500 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 7 จังหวะ PDK อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.4 วินาที ราคาเริ่มต้น 18.4 ล้านบาท.

● สนใจสอบถามข้อมูลล่วงหน้าได้ที่ โทร. 02-522-6655, 02-369-1111 หรือ 02-610-99119

[ VIEW : PORSCHE GALLERY ]

ROLLS-ROYCE

โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก จัดแสดงรถซาลูนหรูฟูลไซส์ Rolls-Royce Phantom เจนเนอเรชั่น 8 ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงานนี้ การจำหน่ายจะแบ่งเป็นรุ่นพื้นฐาน SWB (Short Wheelbase) ฐานล้อสั้น ความยาวฐานล้อ 3,552 มม. ความยาวตัวรถ 5,762 มม. และรุ่นฐานล้อยาว EWB (Extended Wheelbase) ความยาวฐานล้อ 3,772 มม. ความยาวตัวรถ 5,982 มม.

● Rolls-Royce Phantom พัฒนาขึ้นบนแชสซีส์อลูมิเนียม สเปซเฟรม ที่โรลส์-รอยซ์ใช้ชื่อว่า Architecture of Luxury มีความแข็งแกร่งขึ้น 30% ลดอาการสั่นสะเทือนด้วยช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่รุ่นใหม่ ด้านหลังเป็นแบบ 5 ลิงค์ เสริมด้วยระบบ Air Suspension ปรับระดับอัตโนมัติ โรลส์-รอยซ์เรียกเทคโนโลยีกันสะเทือนล่าสุดนี้ว่า Magic Carpet Ride

● จุดเด่นอยู่ที่การออกแบบแผงคอนโซลแบบใหม่ที่โรลส์-รอยซ์เรียกว่า The Gallery แผงแดชบอร์ดทั้งหมดอยู่ในกรอบกระจกนิรภัยแนวยาวตลอดความกว้างของตัวรถ ไฮไลท์คือการออกแบบแผงแดชบอร์ดให้มีลักษณะเว้าลึกเข้าไปเป็นห้องจัดแสดงงานศิลปะเคลื่อนที่ โดยซ่อนจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์เอาไว้ที่พื้นด้านล่าง ตัวจอแสดงผลทรงไวด์สกรีนขนาด 12.3 นิ้วจะยกตัวขึ้นมาเมื่อผู้ขับทำการสตาร์ทเครื่องยนต์ ส่วนพื้นผิวของห้องแสดงงานศิลปะ หรือ The Gallery นั้น เจ้าของรถสามารถสั่งทำ (บริการ Bespoke) พื้นผิวจากวัสดุพิเศษต่างๆ ได้ตามใจชอบจากโรงงาน รวมทั้งนาฬิกาแบบเข็ม หรือการตกแต่งภายในก็สามารถสั่งทำขึ้นมาเฉพาะบุคคลได้ด้วยเช่นกัน

● Phantom ใช้เครื่องยนต์ใหม่แบบ V12 เบนซิน ความจุ 6.75 ลิตร อัดอากาศด้วยทวิน-เทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ กำลังสูงสุดผลิตได้ 563 แรงม้า (+110 HP) แรงบิดสูงสุด 91.7 กก.-ม. รุ่นฐานล้อสั้น SWB วิ่ง 0-100 กม. ได้ภายใน 5.1 วินาที ส่วนรุ่น LWB ฐานล้อยาว 5.3 วินาที ทั้งคู่ทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กม./ชม. ราคาจำหน่ายรุ่นพื้นฐาน SWB ประมาณ 53.5 ล้านบาท ส่วนรุ่นฐานล้อยาว EWB ประมาณ 59.5 ล้านบาทครับ.

[ VIEW : ROLLS-ROYCE GALLERY ]

SUBARU

บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เน้นไปที่โปรโมชั่นพิเศษ โดยมีแคมเปญสำหรับผู้ที่จองและรับรถ Subaru Forester 2.0i, Subaru Forester XT, Subaru Levorg, Subaru Outback และ Subaru WRX รุ่นที่กำหนด ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 เมษายน 2561 สามารถนำรถรุ่นใดยี่ห้อใดก็ได้มาแลกซื้อ รับส่วนลดมูลค่า 100,000 บาท พร้อมฟรีประกันชั้น 1

● ส่วน Subaru Forester 2.0i และ Subaru Levorg รับเพิ่มดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน (เฉพาะสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ เมื่อดาวน์ขั้นต่ำ 25%) และฟรีประกันภัยชั้น 1 ในปีแรก ข้อเสนอนี้มีให้ทั้งในงานและที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-725-18889

[ VIEW : SUBARU GALLERY ]

SUZUKI

บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แน่นอนว่ารุ่นเด่นบนพื้นที่ต้องเป็น Suzuki Swift เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวไปในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซูซูกิตั้งเป้ายอดจำหน่าย 15,700 คันในปีนี้

● Swift ใหม่พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มน้ำหนักเบารุ่นใหม่ที่ซูซูกิเรียกว่า HEARTECT Platform บ้านเราทำตลาดด้วยรุ่นเครื่องยนต์รหัส K12M เทคโนโลยีหัวฉีดคู่ DualJet แบบเบนซิน ความจุ 1.2 ลิตร มีระบบ Idling Stop ช่วยดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอดนิ่ง ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT กำลังสูงสุด 83 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 11 กก.-ม. ห้องโดยสารปรับรูปแบบการจัดวางใหม่ทั้งหมด ให้ความรู้สึกสปอร์ตและทันสมัยขึ้นมาก ชุดระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับ เบื้องต้นมีอาทิ โครงสร้างตัวถังนิรภัย TECT, ถุงลมนิรภัย SRS 6 ตำแหน่ง, ระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี, ชุดเบรค ABS 4 ล้อ และระบบ Hill Hold Control ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 499,000 – 629,000 บาท

● โปรโมชั่นในงาน ประกอบด้วย Swift ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี โปรแกรมช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 3 ปี และส่วนลดพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 20,000 บาท, Ciaz ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี โปรแกรมช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 3 ปี ดอกเบี้ย 0% นาน 36 เดือน หรือส่วนลดพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 50,000 บาท, Celerio ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี โปรแกรมช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 3 ปี ดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน หรือส่วนลดพิเศษพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 40,000 บาท, Ertiga ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี โปรแกรมช่วยเหลือฉุกเฉินฟรี 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 12 เดือน หรือส่วนลดพิเศษพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่า 20,000 บาท ปิดท้ายด้วย Carry ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และส่วนลดพิเศษพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท

[ VIEW : SUZUKI GALLERY ]

TOYOTA

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ 4 เทคโนโลยีของโตโยต้าอย่างเป็นทางการในงานนี้ ประกอบด้วย ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4, แพลทฟอร์ม TNGA : Toyota New Global Architecture, ชุดระบบความปลอดภัย TSS : Toyota Safety Sense และชุดระบบเชื่อมต่อข้อมูล Toyota T-Connect Telematics ที่เชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Wi-Fi Box ใครสนใจข้อมูลในส่วนนี้ เดินเข้าไปชมได้ที่บูธครับ

● ส่วนรุ่นรถที่พร้อมจำหน่าย รุ่นเด่นหนีไม่พ้น Toyota C-HR ซึ่งเปิดราคาออกมาก่อนหน้านี้ 979,000 บาท สำหรับรุ่นพื้นฐาน และ 1,159,000 บาท ในรุ่นไฮบริดตัวท๊อป เสริมด้วย Toyota C-HR TRD Sportivo ตกแต่งด้วยชุดแต่ง Extreme Sports ต่อด้วย Toyota C-HR Modellista Elegant Ice Style ที่สวมชุดแต่งจากแบรนด์ Modellista ซึ่งหลายๆ คนน่าจะชอบกัน

Toyota Alphard รุ่นปรับโฉม ก็เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน จุดเด่นคือประกันศูนย์ ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถใหม่เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 100,000 กม. หรือ 5 ปี แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน แยกขายเป็น 2 รุ่น 2.5 ไฮบริด ราคา 3,939,000 บาท และ 3.5 VIP ราคา 5,429,000 บาท.

● โปรโมชั่นในงานประกอบด้วย Camry ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน หรือประกันภัยชั้น 1, Altis ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน หรือประกันภัยชั้น 1, Vios ฟรีประกันภัยชั้น 1, Yaris Hatch และ ATIV Sedan ดาวน์เริ่มต้น 8,500 บาท หรือผ่อน 3,500 บาท หรือดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน และสิทธิ์ในการซื้อชุดแต่ง TRD ราคาพิเศษ 16,000 บาท จากปกติ 25,000 บาท

C-HR ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน และขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพจาก 3 ปีเป็น 5 ปี ฟรีค่าแรงเช็คระยะจนถึง 100,000 กม., C-HR Hybrid ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน และขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพจาก 3 ปีเป็น 5 ปี ทั้งฟรีค่าแรงเช็คระยะจนถึง 100,000 กม. และ ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, Hilux Revo ฟรีประกันภัยชั้น 1 ทุกรุ่น และบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท สำหรับรุ่นสแตนดาร์ด แค็บ

[ VIEW : TOYOTA GALLERY ]

VOLVO

บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดพื้นที่จัดแสดงรถพร้อมจำหน่าย ทั้ง Volvo V40, Volvo XC60, Volvo S90, Volvo XC90 และ Volvo V90 ทุกรุ่นมาพร้อมแพคเกจสิทธิประโยชน์ที่ประกอบด้วย ประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี, บริการบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร, บริการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

● นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอพิเศษ V40 ผ่อนเริ่มต้น 24,419 บาทต่อเดือน, S60 ผ่อนเริ่มต้น 27,944 บาทต่อเดือน, V60 ผ่อนเริ่มต้น 29,119 บาทต่อเดือน, XC60 ผ่อนเริ่มต้น 41,292 บาทต่อเดือน, S90 ผ่อนเริ่มต้น 41,292 บาทต่อเดือน, V90 ผ่อนเริ่มต้น 52,543 บาทต่อเดือน และ XC90 ผ่อนเริ่มต้น 53,808 บาทต่อเดือน ใครไม่มีเวลาเดินไปดูงาน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-305-4499 ครับ

[ VIEW : VOLVO GALLERY ]


 

Bridgestone Turanza