BMW เตรียมใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Personal CoPilot ในอนาคตอันใกล้
March 2, 2018
Motortrivia Team (3792 articles)

BMW เตรียมใช้ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Personal CoPilot ในอนาคตอันใกล้

Posted by : AREA 54

 

●   ในงาน 2018 Mobile World Congress ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูได้ร่วมจัดแสดงเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Personal CoPilot เวอร์ชั่นทดสอบ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองใช้งานชุดระบบสาธิตผ่านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า BMW i3 รุ่นล่าสุด ซึ่งงานนี้บีเอ็มดับเบิลยูยังนับเป็นแบรนด์รถยนต์เพียงแบรนด์เดียวที่เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักของงานด้วย

●   บีเอ็มดับเบิลยูเคยปล่อยเทคโนโลยี Personal CoPilot ให้สื่อฯ ได้ทดลองใช้งานมาแล้วในงาน CES 2017 เมื่อต้นปีที่แล้ว โดยติดตั้งชุดระบบสาธิตเอาไว้ใน BMW 5 Series ซึ่งตัวระบบ Personal CoPilot นั้นนับเป็น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Level 5 ตามมาตรฐาน SAE แบบ 100% หรืออีกนัยหนึ่งคือไม่ต้องอาศัยการควบคุมจากผู้ขับในทุกกรณี… ในครั้งนั้นชุดระบบของบีเอ็มดับเบิลยูสามารถทำงานได้ตรงตามเป้าหมายบนถนนหลวงในแถบลาส เวกัส ทุกสภาพการจราจร

●   ส่วนเวอร์ชั่นปรับปรุงที่ติดตั้งใน BMW i3 นั้น บีเอ็มดับเบิลยูจะเน้นประสบการณ์การใช้งานไปที่เบาะคู่หลังโดยตรง เริ่มด้วยการเรียกตัวรถที่ไร้ผู้ขับจากจุดจอดรถผ่าน App บนสมาร์ทโฟน จากนั้นก็ปลดล็อครถด้วยระบบสัมผัสบนกระจกหลังบานท้าย เมื่อผู้ใช้งานเข้าไปนั่งที่เบาะคู่หลังก็จะต้องระบุจุดหมายปลายทางผ่านจอทัชสกรีนที่ติดตั้งหลังเบาะคู่หน้า หลังลงจากรถเมื่อถึงจุดหมายแล้ว ผู้ใช้งานจะต้องจบกระบวนการด้วยการแตะคำสั่ง “Goodbye” บนกระจกหลังบานท้ายอีกครั้ง จากนั้นตัวรถก็จะกลับไปยังจุดจอด หรือไปยังจุดที่ผู้ใช้งานคนต่อไปเรียกตัวตามคิว

●   ปัจจุบันขั้นตอนเหล่านี้ น่าจะกลายเป็นขั้นตอนพื้นฐานในระดับสากล (จนกว่าจะมีใครคิดขั้นตอนที่แตกต่างออกไป) เนื่องจากขั้นตอนการเรียกใช้บริการรถไร้คนขับตามแผนงานของผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ เช่น Robo-Taxi ของนิสสันในชื่อ Easy Ride ที่จะเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 3 มีนาคม 2018 นี้ ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกันนี้เอง

●   สำหรับ Personal CoPilot นั้น นอกจากจะสามารถควบคุมรถได้เองแล้ว บีเอ็มดับเบิลยูยังเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งานด้วยการติดตั้งซอฟท์แวร์ในกลุ่ม Virtual assistant หรือปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดยไมโครซอฟท์อย่าง Cortana เข้าไปด้วย หน้าที่ของมันคือเป็นเลขาส่วนตัวที่ช่วยให้การจองโต๊ะล่วงหน้าในร้านอาหาร หรือช่วยจัดการนัดหมายอื่นๆ ระหว่างการเดินทางให้เป็นไปอย่างราบรื่น

●   อย่างไรก็ตาม บีเอ็มดับเบิลยูหรือผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์อื่นๆ ใช่ว่าจะสามารถโยนชุดระบบลงไปในรถแล้วออกจำหน่ายกันได้ดื้อๆ ในเวลานี้… ปัจจุบันกฏหมายในสหรัฐฯ (และทั่วโลก) ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาความเหมาะสมครับ ในสหรัฐฯ เองมีบางรัฐเท่านั้นที่ยินยอมให้รถยนต์ที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติลงวิ่งไป-มาบนถนนหลวงได้ และที่วิ่งได้ก็ยังอยู่ในขั้นของการวิ่งทดสอบเพื่อเก็บข้อมูลเท่านั้น

●   ดังนั้น ในเบื้องต้นชุดระบบขับเคลื่อนในระดับสูงสุดที่บีเอ็มดับเบิลยูตั้งใจจะติดตั้งในรถรุ่นจำหน่ายจริงภายใต้แบรนด์ i ในปี 2021 คือ ระบบขับเคลื่อน “กึ่ง” อัตโนมัติ Level 3 เท่านั้น (semi-autonomous) ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับระบบกึ่งอัตโนมัติ Autopilot ของ Tesla ในปัจจุบันนั่นเอง ทว่าบีเอ็มดับเบิลยูให้คำแนะนำว่า ผู้ใช้งานอาจจะสั่งการให้ชุดระบบทำงานในระดับที่สูงขึ้นไปอย่าง Level 4 ได้ หากสถานการณ์รอบตัวในขณะนั้นมีความเหมาะสม

●   หมายเหตุ : Level 3 สามารถใช้งานระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติได้ในพื้นที่ที่มีการจำกัดโซนเอาไว้ เช่น ฟรีเวย์, ไฮเวย์ ผู้ขับสามารถละการควบคุมรถไปทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ในขณะรถเคลื่อนที่ เช่น ละสายตาจากถนนไปหยิบสิ่งของ หรืออ่านข้อความสั้นๆ โดยผู้ขับยังคงต้องมีการเตรียมตัวเข้าควบคุมรถเองในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่ Level 4 ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสามารถควบคุมรถได้ทั้งหมด ผู้ขับสามารถละสายตาจากท้องถนนไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง เช่น พายุฝน หรือพายุหิมะ ซึ่งผู้ขับจะสามารถสั่งเปิดระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเต็มระบบได้ก็ต่อเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมเท่านั้น   ●


BMW Personal CoPilot : MWC 2018