ตัดเกรดทีมแข่ง Formula 1 ก่อนเปิดศึกฤดูกาล 2018
March 18, 2018
Motortrivia Team (4069 articles)

ตัดเกรดทีมแข่ง Formula 1 ก่อนเปิดศึกฤดูกาล 2018

Posted by : FascinatorFJ.

 

●   การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลได้จบลงแล้ว ต่อจากนี้จะเป็นช่วงเวลาอันแสนยุ่งของทีมงานแต่ละทีมที่จะวิเคราะห์ข้อมูลที่พวกเขาได้จากการทดสอบ พวกเขามีเวลาอันน้อยนิดเพื่อจะเตรียมรถแข่งให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนเปิดฤดูกาลที่ออสเตรเลีย แต่ในระหว่างนี้ เรามีเวลามากพอที่จะพอเดาได้ว่า ใครดูดี ใครมีปัญหา และใครเป็นม้ามืด

ใครเร็วที่สุด?

●   ถ้าหากเราดูตารางเวลาคร่าวๆ เฟอร์รารีนั้นเป็นทีมที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในการทดสอบ ทั้ง เซบาสเตียน เวทเทล และ คิมี ไรค์โคเนน นั้นต่างทำเวลาทิ้งห่างคู่แข่งเกินครึ่งวินาทีในวันที่ตนเองลงทดสอบ เวลาที่เร็วที่สุดนั้นเวทเทลทำไว้ 1.17.182 ซึ่งเป็นเวลาที่เร็วกว่าเวลาในการทดสอบเมื่อปีที่แล้วถึง 1 วินาทีครึ่ง สิ่งนี้ยืนยันว่าม้าลำพองได้ผลิตม้าตัวใหม่ที่รวดเร็วออกมาอีกครั้ง

●   อย่างไรก็ตามการอ่านเวลาเพียวๆ เพียงอย่างเดียวอาจทำให้เกิดการคาดคะเนที่ผิดพลาด ถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าประสิทธิภาพของยางแต่ละชนิดแตกต่างกันขนาดไหนจากข้อมูลที่พิเรลลีให้มา แต่ยังมีสิ่งอื่นๆ ที่เราไม่รู้อีกมาก เช่น ปริมาณเชื้อเพลิง เซตอัพแอโร หรือเซตอัพเครื่องยนต์

●   ในกรณีข้างต้น แม็คลาเรนนั้นทำเวลาเร็วเป็นอันดับ 2 ในการทดสอบ พวกเขาได้เครื่องยนต์ใหม่อย่างเรโนลต์มาติดตั้งบนชาสซีส์ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้พวกเขาเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมามากทีเดียว อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะเร็วกว่าเมอร์เซเดสหรือเรดบูลล์ก็ตาม

●   เมอร์เซเดสนั้นทำการทดสอบโดยที่ไม่แตะต้องยางไฮเปอร์ซอฟต์ ซึ่งเป็นยางที่นิ่มและทำเวลาได้เร็วที่สุด เลยสักครั้งเดียว แต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นยังคงแสดงออกถึงความแข็งแกร่งและความมั่นใจที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม พวกเขาทำเวลาเร็วที่สุดด้วยยางอัลตร้าซอฟต์ด้วยเวลา 1.18.400 ซึ่งจากข้อมูลที่เราได้จากพิเรลลี ยางไฮเปอร์ซอฟต์จะเร็วขึ้นกว่ายางอัลตร้าซอฟต์อยู่ 0.8 วินาที

●   หรือก็คือหากเมอร์เซเดสใช้ยางไฮเปอร์ซอฟต์ พวกเขาน่าจะทำเวลาได้ 1.17.6xx แต่นั่นก็ยังเป็นสิ่งที่พวกเขาอำพรางพวกเราอยู่ดี!

●   เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะในระหว่างการทดสอบ ลูวอิส แฮมิลตัน สามารถทะยานรถเมอร์เซเดสของเขาบนยางมีเดียมด้วยเวลาเร็วถึง 1.18.317 มาแล้ว! แต่… เขาถูกลบเวลาเนื่องจากกรรมการสนามพบว่าเขาได้ใช้พื้นที่เกินแทร็คลิมิตซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นบริเวณโค้ง 10 ที่เป็นโค้งหักศอกความเร็วต่ำ แต่หลังจากนั้นเขายังสามารถทำเวลาได้เร็วขึ้นไปอีกในเซคเตอร์ 1 และ 2 ก่อนที่จะยกคันเร่งในเซคเตอร์ 3 เพื่อปกปิดเวลาที่ตัวรถน่าจะทำได้ ดังนั้นเวลาที่พวกเขาทำได้อาจจะได้ต่ำถึง 1.18.2xx และถ้าใช้ค่าเดลต้าประสิทธิภาพยางจากพิเรลลี เมอร์เซเดสอาจกดเวลาได้ถึง 1.15.7xx บนยางไฮเปอร์ซอฟต์ก็เป็นได้

●   ในทางตรงกันข้าม วิลเลียมส์และฟอร์ซอินเดียซึ่งใช้ขุมพลังเมอร์เซเดสกลับดูช้าอย่างน่าประหลาดใจ ทีมแข่งจากกรูฟนั้นเลือกใช้คู่นักแข่งที่แทบไม่มีประสบการณ์การแข่งเอฟวันเลย จึงน่าจะพอเป็นเหตุผลที่เวลาของพวกเขาไม่ได้เร็วอย่างที่ควรจะเป็นได้บ้าง นอกจากนั้นวิลเลียมส์ยังได้ใช้เพียงแค่ยางซอฟต์ทดสอบกดเวลา ซึ่งหากพวกเขาใช้ไฮเปอร์ซอฟต์เวลาก็น่าจะเร็วกว่านี้ อาจอยู่ระหว่างเฟอร์รารีกับแม็คลาเรน ส่วนฟอร์ซอินเดียนั้นช้าอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาใช้ยางไฮเปอร์ซอฟต์แต่ก็กดเวลาได้เร็วที่สุดเพียงต่ำกว่า 1.19 ทางทีมจึงจำเป็นจะต้องภาวนาให้อัพเกรดที่พวกเขาจะใส่มาบนรถก่อนการแข่งที่ออสเตรเลียรีดประสิทธิภาพรถออกมาให้ได้

●   ฮาสดูจะเป็นม้ามืดที่โผล่ออกมาอย่างไร้ที่มาที่ไป ทางทีมทำเวลาเร็วที่สุดด้วยยางซุปเปอร์ซอฟต์กับเวลา 1.18.360 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาอาจจะกดเวลาลงได้อีกถึง 1.17.0xx เลยทีเดียวหากใช้ยางไฮเปอร์ซอฟต์ แต่ถ้าคิดในแง่ว่าพวกเขาเปรียบเสมือนทีมแซเทลไลท์ของเฟอร์รารีที่ได้ชิ้นส่วนอันมีประสิทธิภาพบางส่วนจากม้าลำพอง เวลาที่พวกเขาทำได้ก็พอจะมีคำตอบในช่องว่างอยู่บ้าง

ใครวิ่งได้มากที่สุด?

●   ถึงแม้จะมีปัจจัยด้านสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทดสอบรังควานอยู่บ้าง แต่ทีมแข่งแต่ละทีมก็ยังสามารถเก็บระยะทางไปได้เยอะพอสมควร โดยเฉพาะเมอร์เซเดสนั้นเป็นทีมเดียวที่วิ่งรอบสนามบาร์เซโลน่าเกิน 1,000 รอบ

●   เมอร์เซเดสนั้นวิ่งเก็บข้อมูลไปได้ถึง 1,040 รอบ ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมาเพียง 56 รอบ เท่านั้นแม้จะมีสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ โดยเฟอร์รารีวิ่งเก็บระยะทางได้ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 929 รอบ นั่นบ่งบอกถึงความพร้อมของทีมหัวแถวเต็งแชมป์โลกอย่างเมอร์เซเดสและเฟอร์รารีได้เป็นอย่างดี

●   แต่ทีมที่สร้างความประทับใจที่สุดเห็นจะเป็นโทโรรอสโซซึ่งเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ฮอนด้าในปีนี้ หลายฝ่ายกังวลว่าฮอนด้าจะยังคงประสบกับปัญหาความไม่เสถียรของเครื่องยนต์ซึ่งอาจจะไปฉุดรั้งความคืบหน้าของโทโรรอสโซ อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ของพวกเขาไม่เกิดปัญหาดราม่าใดๆ ในระหว่างการทดสอบเลย และโทโรรอสโซวิ่งไปได้ถึง 822 รอบ ซึ่งทำระยะทางมาเป็นอันดับ 3 นอกจากนั้นทางทีมยังใช้เครื่องยนต์เพียงบล็อกเดียวตลอดการทดสอบ 4 วันสุดท้าย ผิดกับแม็คลาเรนที่เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์เรโนลต์ในปีนี้ แต่ยังคงพบปัญหาความไม่เสถียรในตัวรถและต้องใช้เครื่องยนต์อย่างน้อยก็ 3 บล็อก ในระหว่างการทดสอบครั้งสุดท้าย

●   ทีมที่วิ่งได้น้อยที่สุดในการทดสอบนั้นยังคงตกเป็นของแม็คลาเรน ปัญหาทางเทคนิคยังคงรุมเร้าตั้งแต่ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี ไฮดรอลิค และเทอร์โบ แต่อย่างน้อยทีมแข่งจากโวกกิ้งก็เก็บรอบไปได้มากกว่าปีที่ผ่านมาอยู่ 174 รอบ

●   ทางด้านเมอร์เซเดสกับเรดบูลล์นั้นเป็นทีมที่ทดสอบด้วยยางมีเดียมมากที่สุด ค่ายศรเงินนั้นใช้ยางมีเดียมไป 525 รอบ จากการวิ่งทั้งหมด 1,040 รอบ ส่วนค่ายกระทิงนั้นกดไป 575 รอบ จากการวิ่งทั้งหมด 783 รอบ

●   โทโรรอสโซ ฮาส และแม็คลาเรน ทดสอบวิ่งด้วยยางซุปเปอร์ซอฟต์มากที่สุด ในขณะที่วิลเลียมส์นั้นวิ่ง 644 รอบ จากทั้งหมด 819 รอบ ด้วยยางซอฟต์

ใครปรับปรุงได้ดีที่สุด?

●   ถึงแม้ว่าแม็คลาเรนจะเก็บระยะทางไปได้น้อยที่สุด แต่พวกเขาคือทีมที่ปรับปรุงรถขึ้นมาได้มากที่สุดในการทดสอบ โดยเวลาที่ดีที่สุดของพวกเขาดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาถึง 3.5 วินาที เลยทีเดียว นั่นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีถึงประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่แย่อย่างหนักของฮอนด้าในปีที่ผ่านมา ในขณะที่เซาเบอร์นั้นเป็นอีกทีมที่เปลี่ยนเครื่องยนต์จากเวอร์ชั่นตกรุ่นมาเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของเฟอร์รารี ซึ่งเวลาที่พวกเขาทำได้นั้นดีขึ้นมาถึง 2.5 วินาที

●   โทโรรอสโซเองก็มีการปรับปรุงเวลาขึ้น โดยทีมแข่งจากฟาเอนซ่าทำเวลาเร็วขึ้นจากปีที่แล้วในการทดสอบอยู่ 1.4 วินาที นั่นก็บ่งบอกเป็นนัยๆ ได้ว่าเครื่องยนต์ฮอนด้าในปีนี้ก็มีพละกำลังที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าเครื่องยนต์เรโนลต์ปีที่ผ่านมา

●   วิลเลียมส์นั้นเป็นทีมที่มีการปรับปรุงเวลาขึ้นมาน้อยที่สุดเพียง 0.2 วินาที เท่านั้น อย่างไรก็ตามทางทีมที่ได้นักขับใหม่มาประจำการอาจจำเป็นที่จะต้องทำให้นักขับของพวกเขารู้สึกคุ้นเคยกับตัวรถเป็นอย่างแรก มากกว่าการที่จะมานั่งหาประสิทธิภาพตัวรถ

ใครทำความเร็วสูงสุด?

●   ถือว่าเป็นน้ำจิ้มเล็กๆ น้อยๆ กับการดูข้อมูลความเร็วสูงสุดที่รถแต่ละคันทำได้ เพราะเรายังไม่รู้แน่ชัดว่ารถแต่ละคันนั้นบรรจุเชื้อเพลิงซึ่งส่งผลต่อท็อปสปีดของตัวรถไว้เท่าไหร่ รวมทั้งเซตอัพแอโรก็มีผลในตรงนี้เช่นกัน

●   ตัวอย่างเช่น การที่เรดบูลล์สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 331 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในขณะที่แม็คลาเรนทำได้เพียง 324 กิโลเมตร/ชั่วโมง ถึงแม้จะใช้เครื่องยนต์สเป็คเดียวกัน นั่นน่าจะบอกใบ้ได้ถึงการเซตอัพแอโรของเรดบูลล์ ซึ่งอาจจะเซตอัพดาวน์ฟอร์ซไว้ต่ำ เนื่องจาก แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น ไม่ได้กดเวลาต่อรอบที่รวดเร็วออกมาให้เห็น

●   เช่นเดียวกัน ฮาสซึ่งเซตความเร็วสูงสุดไว้ที่ท็อปกระดานก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมีโอกาสขึ้นมาต่อกรกับเมอร์เซเดส เฟอร์รารี หรือ เรดบูลล์ เพียงแต่มันช่วยบอกได้ว่ารถของพวกเขานั้นไม่สร้างแรงต้านอากาศบนทางตรงมากมาย หรือก็คือดาวน์ฟอร์ซอาจจะค่อนข้างต่ำ

●   ที่น่าสนใจคือโทโรรอสโซที่ใช้เครื่องยนต์ฮอนด้า พวกเขาสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 333 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเร็วติดอันดับ 4 เลยทีเดียว นั่นหมายความว่าเครื่องยนต์ของพวกเขาไม่ได้แย่เหมือนกับปีที่ผ่านมาที่แม็คลาเรนไม่สามารถทำความเร็วได้เกิน 320 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่างแน่นอน กำลังเครื่องยนต์มีการปรับปรุงขึ้นมา แต่จะดีขนาดไหนคงต้องรอดูในการแข่งขันจริง

สรุปผลงานของแต่ละทีมในการทดสอบ

•   เกรด A  :  เมอร์เซเดส, เฟอร์รารี
•   เกรด B+  :  เรดบูลล์
•   เกรด B  :  แม็คลาเรน, เรโนลต์
•   เกรด C+  :  โทโรรอสโซ, ฮาส, วิลเลียมส์
•   เกรด C  :  ฟอร์ซอินเดีย, เซาเบอร์


ที่มา :
•   www.espn.co.uk/f1.
•   www.formula1.com.
•   www.motorsport.com.

Bridgestone Turanza