Mercedes-AMG A 45 รถในฝันกับการใช้งานจริง
May 21, 2018
Motortrivia Team (3898 articles)

Mercedes-AMG A 45 รถในฝันกับการใช้งานจริง

เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   ก่อนหน้านี้ เคยขับ AMG แค่ในสนามแข่ง รู้ว่าเป็นรถสมรรถนะสูง เครื่องแรง ช่วงล่างดี ขับสนุก จนเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนไปดูการแข่ง Blancpain GT series ASIA ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยให้รถ Mercedes-AMG A 45 นัดรับรถล่วงหน้าก่อนเดินทาง 1 วัน ตอนแรกจะมีเพื่อนไปด้วยอีก 2 คน แต่ติดงานกันหมด ก็เลยเหมาขับคนเดียวพันกว่ากิโลเมตร

●   ออกเดินทางตั้งแต่วันศุกร์ เพื่อเช้าวันเสาร์จะได้เข้าสนาม จุดหมายอยู่ที่ Slive Hotel จังหวัดสุรินทร์ ทริปนี้มีลุ้นอยู่ 2 อย่าง คือ สภาพผิวถนนมิตรภาพ ที่ไม่ค่อยเป็นมิตรกับยางขนาด 235/35/19 เท่าไรนัก กับลุ้นว่าถ้าน้ำมันใกล้หมดจะเจอปั๊มเชลล์หรือไม่ เพราะ Fleet Card ที่ให้มาสำหรับปั๊มเชลล์ ก่อนเดินทางเลยต้องวางแผนกันบ้าง แม้ว่าเบนซ์จะมีแผนสำรองกรณีจวนตัวน้ำมันใกล้หมด ก็เติมปั๊มอื่นแล้วเอาบิลมาเบิกได้ แต่การวางแผนเพื่อให้ได้เติมปั๊มเชลล์ก็เป็นเรื่องตื่นเต้นและท้าทายดี

●   ออกเดินทางจากบ้านด้วยน้ำมันเต็มถัง ตั้งใจแวะถ่ายรูปรถที่เขาใหญ่เพราะเป็นทางผ่านอยู่แล้ว ใช้ถนนมิตรภาพด้วยความเร็วปกติ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนขึ้นเขาใหญ่ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 12 กิโลเมตรต่อลิตร สูสีกับตัวเลขโรงงาน 13.7 – 14.4 กิโลเมตรต่อลิตร ท่อไอเสียของ Mercedes-AMG A 45 มีเสียงกระหึ่มนิดๆ แม้จะขับช้าๆ ตามความเร็วที่กำหนดบนเขาใหญ่ ถ่ายรูปจนเกือบเที่ยง ฝนเริ่มตั้งเค้า ก็เตรียมเดินทางต่อ

●   แวะปั๊มเชลล์บนถนนธนะรัตช์ก่อนออกถนนมิตรภาพ เข็มวัดน้ำมันเชื้อเพลิงตกเกินครึ่งถังไปนิดหน่อย เพราะตอนถ่ายรูปมีการขยับรถบ่อยครั้ง บอกเด็กปั๊มว่าเต็มถัง แต่เติมได้แค่ 600 บาทหัวจ่ายก็ตัด จะบอกให้เติมเพิ่มก็กลัวล้น เข็มน้ำมันขึ้นมา ¾ ถัง กับระยะทางที่เหลืออีก 270 กิโลเมตรถึงที่พักจังหวัดสุรินทร์ ถ้าไม่ขับเร็วมากก็น่าจะพอ ก็เลยเดินทางต่อ ขับผ่านช่วงก่อสร้างทางยกระดับบนถนนมิตรภาพ ต้องเว้นระยะห่างจากคันหน้าเพิ่มขึ้นอีกนิด เผื่อระยะไว้หลบหลุมที่ค่อนข้างชุกชุม ถ้าเป็นคนที่ชอบช่วงล่างหนึบแน่นไม่นิ่มย้วย และรับได้กับบุคลิกของรถฐานล้อสั้น ก็น่าจะชอบช่วงล่างของ Mercedes-AMG A 45 ยาง 235/35/19 ไม่ได้แข็งกระด้างจนขับไม่ไหว

●   ระบบเบรกมาเต็มๆ ด้วยจานเบรกแบบมีครีบระบายความร้อน พร้อมเจาะรูและเซาะร่อง ด้านหน้าขนาด 350 x 32 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 4 พอต ด้านหลัง 330 x 22 มิลลิเมตร คาลิเปอร์ 1 พอต ขับใช้งานทั่วไปก็ให้ฟิลลิ่งในการเบรกที่ดี นุ่มนวล ควบคุมน้ำหนักในการเบรกได้ง่าย ให้แรงเบรกเหลือเฟือ มีเบรกฉุกเฉินบ้าง เบรกหยุดแล้วต้องเหลือบมองกระจกส่องหลังว่ารถที่ตามมาเบรกอยู่หรือไม่

●   เครื่องยนต์เบนซิน 2,000 ซีซี เทอร์โบแบบ Twin-Scroll บูสต์สูงสุด 1.8 บาร์ หรือประมาณ 26 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว รับตำแหน่งเครื่องยนต์ 4 สูบสำหรับรถในสายการผลิตที่แรงที่สุดในโลก ด้วยกำลังสูงสุด 280 กิโลวัตต์ หรือ 381 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 48.4 กก.-ม. ที่ 2,250-5,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ AMG SPEEDSHIFT DCT 7 จังหวะ มีคำว่า 4MATIC พ่วงท้ายแปลว่าใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แปรผันการส่งกำลังได้ตั้งแต่ 100:0 ขับล้อหน้าล้วนๆ เมื่อขับใช้งานทั่วไป ลดความสิ้นเปลืองและความสึกหรอ จนถึง 50:50 สำหรับการขับแบบสปอร์ต

●   แม้เป็นเครื่องที่จัดจ้าน แต่ก็มีฟังก์ชั่น AMG DYNAMIC SELECT เปลี่ยนได้ 4 โหมด โหมดที่ใช้เกือบตลอดทริปคือ Comfort เพราะให้การตอบสนองนุ่มนวล ควบคุมง่าย ขับเดินทางไกลได้สบายๆ และถ้าต้องการอัตราเร่งในโหมดนี้ก็ยังเร่งได้เหลือเฟือ แซงได้อย่างปลอดภัย ส่วนโหมด Sport และ Sport+ ก็เพิ่มความกระฉับกระเฉงขึ้นตามลำดับ รอบเครื่องขยับขึ้นสูง เสียงท่อไอเสียกระหึ่มขึ้นอีกนิด เสมือนเชิญชวนให้กดคันเร่งลึกๆ การขับในโหมด Sport+ ต้องอาศัยความยับยั้งชั่งใจพอสมควร เพราะคันเร่งตอบสนองไวมาก พร้อมพุ่งตลอดเวลา เหมาะกับการขับแบบสปอร์ตหรือขับในสนามแข่ง และโหมดที่ 4 คือ Individual ให้ผู้ขับเลือกปรับเองได้ตามใจชอบ

●   ระบบส่งกำลังเป็นอีกหนึ่งความประทับใจ เพราะมีการเปลี่ยนจังหวะเกียร์ที่รวดเร็วมาก เสียงท่อไอเสียในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลงก็ช่วยเพิ่มความเร้าใจให้อารมณ์สปอร์ต สามารถเลือกได้ว่าจะให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นแบบอัตโนมัติ หรือใช้ Paddle Shift ผู้ขับควบคุมจังหวะเปลี่ยนเกียร์เอง ในโหมดนี้การเปลี่ยนเกียร์ยังคงฉับไว ดึง Paddle Shift แล้วเกียร์เปลี่ยนทันทีไม่มีหน่วง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สเปคระบุ 4.2 วินาที ท๊อปสปีดล็อกไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีออฟชั่น AMG Driver’s Package ความเร็วปลายไหลเพิ่มเป็น 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกินความจำเป็นสำหรับถนนเมืองไทยที่กำหนดความเร็วไว้ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   การตกแต่งภายในไม่ต้องบรรยายมาก สมศักดิ์ศรีรถค่ายดาวสามแฉกกับราคาเกิน 4 ล้านบาท ครบครันทั้งคุณภาพวัสดุ ดีไซน์ ความประณีต และลูกเล่นต่างๆ อบอวลด้วยบรรยากาศของความสปอร์ตและความหรูหรา โดยส่วนตัวชอบชุดมาตรวัดที่เป็นแบบเข็มแท้ๆ ไม่ใช่หน้าจอดิจิตอล กับแผงคอนโซลที่ดูสะอาดตา เพราะทุกระบบควบคุมผ่านหน้าจอและปุ่ม COMAND Controller แถวคอนโซลเกียร์ การใช้งานระบบต่างๆ ทำได้ง่ายไม่ซับซ้อน ภายในสีดำตัดกับด้ายสีแดง และเข็มขัดนิรภัยสีแดงสด แซมด้วยสีเงินตามจุดต่างๆ เบาะทรงสปอร์ตปรับได้ละเอียดนั่งสบาย คู่หน้ามีหน่วยความจำ พวงมาลัยปลายตัด แผงคอนโซลและมาตรวัดตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ เบาะหลังนั่งสบายถ้าตัวไม่ใหญ่มาก พนักพิงแยกพับได้ ชดเชยกับพื้นที่เก็บของด้านหลังที่ค่อนข้างเล็ก ซึ่งก็คงไม่ใช่ประเด็นหลักของคนที่ซื้อรถรุ่นนี้

●   จากถนนมิตรภาพ วนขวาเข้าสู่ถนนโชคชัย-เดชอุดม ผิวถนนค่อนข้างดี แต่ก็ยังไม่กล้าทำความเร็วมากนัก เพราะกลัวน้ำมันหมดและไม่อยากจอดคุยกับตำรวจ เหลือระยะทางอีกไม่ไกลจะถึงที่พัก ก็เจอกับฝนกระหน่ำเข้าอย่างจัง ทำความเร็วได้แค่ 70 – 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงโรงแรมก็เจอกับความท้าทายสุดท้าย นั่นคือ ทางลงที่จอดรถที่ค่อนข้างชัน เซ็นเซอร์เตือนระยะด้านหน้าร้องกันระงม ต้องค่อยๆ หยอดลง และได้รับความช่วยเหลือที่ดีเยี่ยมจากพนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรมตลอด 2 วันที่พักอยู่ ช่วยให้ชุดแต่ง Aerodynamic Package โดยเฉพาะด้านหน้า ไม่ได้รับความเสียหาย

●   เช้าวันเสาร์เดินทางไปสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร เพื่อชมการแข่งขัน Blancpain GT series ASIA ซึ่งทีม GruppeM Racing ซึ่งใช้รถ Mercedes-AMG GT3 คว้าชัยชนะในเรซแรกไป ก่อนกลับโรงแรมแวะเติมน้ำมันเชลล์เต็มถังให้อุ่นใจ เติมไป 1,500 บาท วันอาทิตย์เดินทางไปสนามช้างอีกครั้ง แล้วออกเดินทางกลับช่วงบ่าย ใช้ความเร็วตามปกติมีเร่งแซงบ้าง ไม่ค่อยกังวลนักเพราะจำได้ว่าเมื่อเลี้ยวซ้ายออกจากถนนโชคชัย-เดชอุดม เข้าสู่ถนนมิตรภาพ มีปั๊มเชลล์อยู่ ระยะทางจากสนามไปถึงปั๊มเชลล์ประมาณ 200 กิโลเมตร กับน้ำมันที่เหลือประมาณ ¾ ถัง ถึงปั๊มเชลล์เติมเต็มถังอีก 1,050 บาท มุ่งหน้ากลับบ้าน ซึ่งต้องฝ่าฟันกับสภาพการจราจรที่ติดขัดตั้งแต่เลี้ยวเข้าถนนมิตรภาพและบนถนนพหลโยธินที่ติดขัดตลอดเส้นทาง แยกซ้ายวนขึ้นทางด่วนแล้วถึงจะดีขึ้น

●   ออกจากสนามช้างประมาณ 14.30 น. แวะเติมน้ำมัน 1 ครั้ง แล้วขับรวดเดียวถึงบ้านแถวเมืองนนท์ 20.30 น. 6 ชั่วโมงกับ ระยะทาง 385 กิโลเมตร ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ Mercedes-AMG A 45 อย่างเต็มอิ่ม

●   ขอบคุณ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เอื้อเฟื้อรถยนต์ในการเดินทาง   ●


Mercedes-AMG A 45 : Test Drive