Toyota และ Volvo หาทางลดผลกระทบจากนโยบายภาษีของ ปธน. Donald Trump
July 23, 2018
Motortrivia Team (5218 articles)

Toyota และ Volvo หาทางลดผลกระทบจากนโยบายภาษีของ ปธน. Donald Trump

Posted by : AREA 54

 

●   นโยบายสงครามการค้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เริ่มส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ผลิตรถยนต์ ล่าสุดวอลโว่และโตโยต้ากำลังพิจารณาหาทางออกที่ลงตัวในขณะนี้ ไม่เช่นนั้นก็จำเป็นจะต้องขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ หรือตัดสินใจยกเลิกการจำหน่ายรถบางรุ่นในสหรัฐฯ อย่างแน่นอน

●   ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2018 เป็นต้นมา ปธน. Trump ได้ตั้งคณะกรรมการชุดพิเศษเพื่อชั่งน้ำหนักข้อดี/ข้อเสีย ของการพิจารณาขึ้นอัตราภาษีศุลกากรจากรถยนต์นำเข้าที่ค่อนข้างเสรีมานาน ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ในประเทศซบเซาอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่างเม็กซิโกซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ซึ่งที่ผ่านมารถยนต์ที่นำเข้าจากเม็กซิโกเป็นรถปลอดภาษี นั่นทำให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์หลายแบรนด์ เช่น ฮอนด้า, นิสสัน, โตโยต้า หรือแม้แต่ฟอร์ดของสหรัฐฯ เอง ต่างก็ใช้เม็กซิโกเป็นฐานการผลิตหลัก

●   ล่าสุด Reuters มีรายงานว่า วอลโว่กำลังพิจาณาโยกย้ายฐานการผลิต Volvo XC60 จากประเทศจีนไปยังยุโรป เพื่อให้การนำเข้ารถยนต์ยังคงดำเนินต่อไปได้โดยไม่กระทบต่อราคาจำหน่ายมากนัก ขณะที่รถยนต์ที่ผลิตในจีนนั้น วอลโว่จะใช้ทำตลาดในภูมิภาคอื่นแทนตามความเหมาะสม

●   อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ EU พิจารณาเพิ่มอัตราภาษีเพื่อตอบโต้สหรัฐฯ จากกรณีที่สหรัฐฯ ได้เพิ่มภาษีเหล็ก 25% รวมทั้งอลูมิเนียมอีก 10% และมีผลบังคับใช้ไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2018 ที่ผ่านมา ทำให้วอลโว่ (และบรรดาซัพพลายเออร์ยักษ์ใหญ่) อาจได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีรถนำเข้าจากยุโรปเป็นการตอบโต้ 20 – 25% ทำให้แผนงานโยกย้ายฐานการผลิตจากจีนไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น นั่นหมายถึงวอลโว่อาจไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขึ้นราคาจำหน่ายเท่านั้น

●   สำหรับรถรุ่นสำคัญอย่าง Volvo XC60 และ Volvo XC90 ตามแผนเดิมวอลโว่ได้ตัดสินใจสร้างโรงงานผลิตแห่งแรกของวอลโว่ในสหรัฐฯ ที่รัฐเซาท์ แคโรไลนา ตั้งแต่ช่วงปี 2016 โดยโรงงานแห่งนี้จะมีกำลังการผลิตราว 100,000 คันต่อปี เบื้องต้นการผลิต XC60 จะเริ่มขึ้นก่อนเป็นรุ่นแรกในช่วงปี 2018 นี้ ส่วน XC90 เจนเนอเรชั่นต่อไปจะเริ่มผลิตในสหรัฐฯ ราวปี 2021

●   นอกจากนี้ ฝั่งรถฝรั่งเศสของกลุ่ม PSA Group ซึ่งวางแผนระยะยาวแบบตั้งใจจะกลับมาลุยตลาดสหรัฐฯ อย่างจริงจังภายในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น ซีตรอง, เปอโยท์ หรือซับ-แบรนด์หรูของซีตรองอย่าง DS ก็จะได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

●   ฝั่งโตโยต้านั้น ผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้า อเมริกาเหนือ ให้ข้อมูลกับ Bloomberg ว่า โตโยต้าอาจต้องยุติการนำเข้ารถบางรุ่น และจำเป็นต้องขึ้นราคาจำหน่ายi5บางรุ่น ขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางการตลาดและการตอบรับของรถรุ่นนั้นๆ ยกตัวอย่าง Toyota RAV4 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถรุ่นขายดีของโตโยต้า ปัจจุบันเป็นรถที่นำเข้าจากจีนและแคนาดาเป็นหลัก โดยแบรนด์เลกซัสนั้น รถ SUV หรูอย่าง Lexus RX ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมในสหรัฐฯ 95% เป็นรถที่นำเข้ามาจากแคนาดา

●   แม้ว่าโตโยต้า จะกำลังดำเนินการสร้างโรงงานไฮเทคบนแผ่นดินสหรัฐฯ ในเวลานี้ ทว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดรวม 2.4 ล้านคันในสหรัฐฯ ล้วนเป็นรถที่นำเข้าทั้งสิ้น… ทว่าในกรณีของโตโยต้านั้นต่างจากวอลโว่ในเชิงปริมาณการจำหน่ายมากพอสมควร เนื่องจากรถซีดานที่ขายดีที่สุดอย่าง Toyota Camry รุ่นปัจจุบัน และมียอดจำหน่ายมากกว่า 3.8 แสนคันในปี 2017 ที่ผ่านมา 90% เป็นรถที่ผลิตจากโรงงานในรัฐเคนทัคกี   ●

Drunk Dont Drive