2019 Lexus ES 300h รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่น 7 เปิดตัวในไทยไล่ๆ กับตลาดโลก
August 16, 2018
Motortrivia Team (3792 articles)

2019 Lexus ES 300h รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่น 7 เปิดตัวในไทยไล่ๆ กับตลาดโลก

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

 

●   โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดตัว Lexus ES รุ่นใหม่แบบ All-New เจนเนอเรชั่นที่ 7 รถซีดานหรูรุ่นสำคัญรหัส ES (Executive Sedan) ซึ่งแฟนๆ ในบ้านเรารู้จักกันดี ตัวรถมากับเทคโนโลยีใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นชุดระบบไฮบริดใหม่, แพลทฟอร์มใหม่ GA-K (Global Architecture-K Platform), ช่วงล่างใหม่ที่รองรับกับแพลทฟอร์มจุดศูนย์ถ่วงต่ำ รวมทั้งไฮไลท์สำคัญอย่างชุดระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2

●   งานเปิดตัวในบ้านเรามีขึ้นที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2561 โดยนับเป็นการเปิดตัวไล่ๆ กับตลาดโลก ซึ่ง Lexus ES ใหม่เพิ่งจัดแสดงอย่างเป็นทางการในงาน 2018 Beijing International Automotive Exhibition (หรือ Auto China 2018) เมื่อเดือนเมษายน 2561 ที่ผ่านมานี้เอง… นับว่าบ้านเราได้เห็นคันจริงกันอย่างทันอกทันใจมาก


มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด


●   มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เลกซัส ES ใหม่ ถือเป็นยนตรกรรมในลำดับที่ 3 ต่อจากรุ่น LC และ LS ที่จะนำพาเลกซัสสู่อนาคตใหม่ ด้วยการเพิ่มคุณค่าทางอารมณ์ในการออกแบบ ทำให้แบรนด์เลกซัสมีความแตกต่างมากกว่าเดิม สำหรับประเทศไทย เราได้แนะนำเลกซัส ES เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ด้วยการเป็นรถซีดานหรู โดดเด่นด้านความสะดวกสบายเหนือระดับและความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ชื่นชอบและมอบความไว้วางใจให้กับยานยนต์ที่มาพร้อมความหรูหราสง่างาม ทั้งรถรุ่นนี้ยังเป็นที่รักในกลุ่มผู้บริหารชาวไทย โดยเลกซัส ES ใหม่ ถือเป็น อีกหนึ่งสุดยอดยนตรกรรมที่หลายท่านรอคอย”


มร. ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร Lexus ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล


●   มร. ยูกิฮิโระ คิโตะ ผู้ช่วยหัวหน้าทีมวิศวกร Lexus ES เลกซัส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “เลกซัส ES ได้รับการแนะนำเป็นครั้งแรกพร้อมรถรุ่นเรือธงอย่างเลกซัส LS และการแนะนำเลกซัส ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสําคัญ นั่นคือการออกแบบยนตรกรรมที่เหนือความคาดหมายไปจากเดิม ด้วยการเพิ่มคุณค่าด้านอารมณ์ความรู้สึก บนพื้นฐานของพลวัตในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม โดยรวมนวัตกรรมยานยนต์ของเลกซัสที่สำคัญ ทั้งด้านการออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ และเทคโนโลยีล่าสุดที่ก้าวล้ำเข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการพัฒนา 3 จุดหลัก ได้แก่ 1. การออกแบบที่กล้าจะแตกต่าง (Brave Design) กล้าฉีกแนวทางอนุรักษ์นิยมแบบเดิม สู่แนวคิดใหม่ ความสง่างามที่น่าหลงใหล (Provocative Elegance) 2. สมรรถนะอันเร้าใจ (Exhilarating Performance) ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-K และระบบช่วงล่างด้านหลังใหม่แบบดับเบิ้ลวิชโบน และ 3. เทคโนโลยีแห่งอนาคต (Imaginative Technology) ครบและล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นที่ 2”


นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด


●   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เลกซัส ES ใหม่ แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สะท้อนความมุ่งมั่น เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน และถือเป็นโอกาสสำคัญของเลกซัสในการสร้างลูกค้ากลุ่มใหม่ ซึ่งให้คุณค่ากับการออกแบบ และหลงใหลในสมรรถนะการขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ โดยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเลกซัส ES ใหม่คือ ผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มองหาความแตกต่างและประสบการณ์การดูแลลูกค้าสุดเอกซ์คลูซีฟตาม แบบฉบับเลกซัส จากความโดดเด่นของ ES ใหม่ จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาดภายใต้แนวคิด Of Peace and Power สะท้อนถึงการผสานรวมความต่าง ระหว่างความนุ่มนวลและความเงียบภายใน ห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ของ ES กับสมรรถนะการขับขี่ใหม่ที่เร้าใจกว่าเดิม เลกซัส ES ใหม่ มาพร้อม 2 สีใหม่ คือ สี Ice Ecru และสี Sunlight Green ในโอกาสนี้ เราขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษด้วยการขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสำหรับรถยนต์เลกซัสทุกรุ่น จากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการโดยเพิ่มจากปัจจุบัน 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง เป็น 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ใหม่นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

●   “สำหรับกลยุทธ์การตลาด จะเริ่มจากสร้าง การรับรู้ของการเปิดตัวรถเลกซัส ES ใหม่สู่สาธารณชน ในระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม 2561 ณ ห้างเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ รวมถึงกิจกรรมโรดโชว์ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมทดลองขับเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสมรรถนะการขับขี่ ในวันที่ 22 กันยายนนี้ที่ Toyota Driving Experience Park ด้านการสื่อสาร เราให้ความสำคัญกับ Online Marketing และ Database Management เพื่อความแม่นยำและประสิทธิผลสูงสุดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ตามไลฟ์สไตล์และความชื่นชอบที่แตกต่างกัน ทั้งนี้เลกซัสมุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรู ผ่านกิจกรรมทางการตลาดหลากหลายรูปแบบ อาทิ กิจกรรม Lexus Test Drive The World ที่ประเทศญี่ปุ่น The L Galleria by Lexus พื้นที่ Luxury Lifestyle Showcase แห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งสื่อสารตัวตนของเลกซัสในบริบทที่ทุกคนเข้าถึงและเชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่างกลมกลืน และในอนาคตเรายังมีแผนงานร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตกล้องพรีเมี่ยมระดับโลกอย่าง LEICA ประเทศไทย อีกด้วย”

●   Lexus ES ใหม่ มากับขนาดความยาวรวม 4,975 มม. กว้าง 1,865 มม. สูง 1,445 มม. ตัวถังวางอยู่บนฐานล้อขนาด 2,870 มม. กระจังหน้า Spindle grille ได้รับการขับเน้นให้เด่นชัดขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าเป็นอย่างมาก ตัวรถให้ภาพลักษณ์สปอร์ตสุดๆ แม้แต่ในรุ่นพื้นฐาน ชุดไฟหน้าใหม่แบบ Ultra compact 3-eye LED headlamps ทำงานคู่กับไฟเลี้ยวแบบ Sequential ลำแสงวิ่งเป็นเส้นต่อเนื่องตามทิศทางการเลี้ยว ไฟท้าย LED ใหม่ทรง L ช่วยเน้นความเป็นรถยุคใหม่ของเลกซัสได้ชัดเจนขึ้น

●   ห้องโดยสารมากับมาตรวัด/จอแสดงผล (Meter/EMV display) ขนาด 12.3 นิ้ว แสดงผลการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบเสียง และชุดข้อมูลอื่นๆ โดยจะแสดงข้อมูลตามฟังก์ชันที่เลือกร่วมกันกับจอแสดงผล TFT ขนาด 7 นิ้ว เพิ่มความเงียบด้วยระบบควบคุมเสียงรบกวนแบบแอคทีฟ ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนโดยใช้ไมโครโฟนเป็นหักล้าง เติมความสะดวกด้วยรีโมทควบคุมแบบสัมผัส ออกแบบมาให้ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ในรถได้เหมือนการใช้สมาร์ทโฟน ผู้ใช้งานสามารถลากนิ้วเลื่อนเคอร์เซอร์ไปตามเมนูที่ต้องการใช้งานได้ และยังสามารถย่อ/ขยายภาพในหน้าจอได้อย่างต่อเนื่อง

●   เบาะคู่หน้าปรับหนุนหลังได้ 4 ทิศทาง พนักพิงออกแบบมาให้แยกท่อนบน/ล่างออกจากกัน สร้างความต่อเนื่องจากเบาะนั่งมายังคอนโซลและที่พักแขน โดยรวมตัวหนุนหลังไว้ในพนักพิงท่อนล่าง เพื่อช่วยลดความเมื่อยล้าในขณะขับทางไกล มีสวิตช์ควบคุมที่ปรับได้ทั้ง 4 ทิศทาง ทั้งแนวตั้งและแนวนอน แผงควบคุมอเนกประสงค์บริเวณที่วางแขนกลางเบาะหลัง ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียง ปรับเอนพนักพิง รวมทั้งสั่งการฟังก์ชันอื่นๆ ในรถได้ และยังมีฟังก์ชั่นปรับเอนด้วยไฟฟ้าอีก 8 องศาด้วย

●   ระบบปรับอากาศ มากับระบบควบคุมอุณหภูมิอัจฉริยะ Lexus Climate Concierge แยกเป็น 3 ส่วนออกจากกัน ได้แก่ ฝั่งผู้ขับ, ผู้โดยสารตอนหน้า และผู้โดยสารตอนหลัง ซึ่งผู้โดยสารตอนหลังสามารถปรับอุณหภูมิได้เองที่แผงควบคุมบริเวณที่วางแขนกลางเบาะหลัง นอกจากนี้ยังมีจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาตรฐาน Qi มาให้ด้วย ปิดท้ายด้วยฟังก์ชั่นฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า โดยสามารถขยับเท้าไปที่บริเวณใต้กันชนด้านหลัง

●   ชุดระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus เจนเนอเรชั่นใหม่ ประกอบด้วย ระบบ Pre-crash Safety System ใช้เรดาร์และกล้องประเมินสถานการณ์ในกรณีที่อาจเกิดการชน พร้อมส่งสัญญาณเตือนผู้ขับ เติมแรงเบรคเพิ่มเมื่อผู้ขับเหยียบเบรค หากผู้ขับไม่เหยียบเบรคเมื่อมีสัญญาณเตือน ระบบจะทำการเบรคเองโดยอัตโนมัติ

●   ต่อด้วยระบบ Lane Keeping Assist ช่วยรักษาตำแหน่งรถในช่องทางวิ่ง, ระบบ Adaptive High-beam System ปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบ Dynamic Radar Cruise Control ควบคุมความเร็วแบบแปรผัน พร้อมวัดระยะห่างจากรถคันหน้าด้วยเรดาร์และกล้อง, ระบบ Rear Cross Traffic Alert สัญญาณเตือนด้านท้ายขณะถอยหลัง, ระบบ Blind Spot Monitor System เตือนมุมอับสายตา และถุงลมนิรภัย SRS ที่เบาะหน้า หัวเข่า ด้านข้าง พร้อมม่านกันกระแทก

●   ระบบขับเคลื่อนไฮบริดรุ่นใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.5 ลิตร รหัส A25A-FXS รุ่นปรับปรุง เพิ่มช่วงชักให้ยาวขึ้น เปลี่ยนพอร์ทไอดีใหม่ เพิ่มการไหลเวียนของอากาศในกระบอกสูบเพื่อเร่งการจุดระเบิด ใช้หัวฉีดน้ำมันแบบหลายรู ปั๊มน้ำมันความจุแปรผัน ระบบทำหล่อเย็นแบบแปรผัน และใช้วาล์วไอดี VVT-iE ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์ ที่เล็กลง น้ำหนักเบา พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent magnet synchronous ส่งกำลังด้วยเกียร์ E-CVT แปรผันอัตราทดต่อเนื่อง

●   เครื่องยนต์บล็อคนี้มีกำลังสูงสุด 178 แรงม้า เมื่อรวมกับกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 105 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 143 แรงม้า จะมีกำลังรวมทั้งระบบ 218 แรงม้า ขับเคลื่อนแบบหมุนล้อคู่หน้า

●   Lexus ES ใหม่มีสีภายนอกให้เลือก 10 สี ประกอบด้วย Ice Ecru (สีใหม่), Sunlight Green (สีใหม่), Sonic Quartz, Sonic Titanium, Mercury Gray, Platinum Silver, Black, Graphite Black Glass Flake, Red Mica Crystal Shine และ Deep Blue การจำหน่ายจะแยกเป็นรุ่นย่อย ได้แก่:

•  Lexus ES 300h Luxury ราคา 3,590,000 บาท
•  Lexus ES 300h Grand Luxury ราคา 3,760,000 บาท
•  Lexus ES 300h Premium ราคา 4,190,000 บาท

●   ทุกรุ่นจะได้รับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, รับสิทธิ์เป็นสมาชิก Lexus Club, รับสิทธิพิเศษจาก Lexus Privilege ผ่าน Mobile Application : Lexus Elite Club พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ และสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมเอกซ์คลูซีฟตลอดทั้งปี, การรับประกันคุณภาพ 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และการบริการจาก เลกซัส เซอร์วิส คอร์เนอร์ ในศูนย์บริการโตโยต้าทั้ง 15 แห่งทั่วประเทศ

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ บริษัท เลกซัส กรุงเทพ จำกัด (พระราม 9) 02-716-8999 บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สำนักงานใหญ่ รามอินทรา (กม. 2) 02-521-1111 และ บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด สาขาสุขุมวิท (ซอย 18) 02-260-8123   ●


2019 Lexus ES 300h


2019 Lexus ES 300h : Official