GM Holden ออสเตรเลีย เพิ่มวิศวกร 150 ตำแหน่ง เน้นการพัฒนายานยนต์ขั้นสูง
September 3, 2018
Motortrivia Team (3792 articles)

GM Holden ออสเตรเลีย เพิ่มวิศวกร 150 ตำแหน่ง เน้นการพัฒนายานยนต์ขั้นสูง

Press Release

 

●   จีเอ็ม โฮลเด้น ประกาศ ทีมวิศวกรชาวออสเตรเลียทีมใหม่ล่าสุด จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Vehicles) และชุดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (Electric Powertrains) ในอนาคต โดยวิศวกรใหม่ 150 ตำแหน่งนี้จะทำงานร่วมกับทีมวิศวกรและนักออกแบบของจีเอ็ม โฮลเด้น ที่ปฏิบัติงานอยู่ก่อนหน้าแล้ว

●   การประกาศทิศทางการดำเนินงานใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับงานวิศวกรรมทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงศูนย์ Technical Center ต่างๆ ของจีเอ็มในประเทศอินเดีย, ประเทศเกาหลี และประเทศไทย ซึ่งการขยายงานด้านวิศวกรรมของจีเอ็ม โฮลเด้น เกิดขึ้นหลังการประกาศเรื่องจีเอ็ม เกาหลีใต้ ได้รับรางวัลระดับโลกในด้านการออกแบบ, งานวิศวกรรม และการพัฒนารถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ ซึ่งแรงงานด้านวิศวกรรมของจีเอ็ม เกาหลีใต้ จะมีมากกว่า 3,000 คนในเร็วๆ นี้ โดยเป็นวิศวกรที่รับเพิ่มใหม่จำนวน 100 คน

●   ศูนย์ Technical Center ของจีเอ็มในประเทศอินเดีย เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญของฝ่ายวิศวกรรมเครื่องยนต์ระดับโกลบอลของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ตัวศูนย์ฯ ประกอบด้วย สตูดิโอออกแบบ และศูนย์วิศวกรรม มีพนักงานประจำมากกว่า 2,500 คน แบ่งเป็นวิศวกร, ช่างเทคนิค และนักออกแบบระดับสูง… ปัจจุบันในประเทศไทย จีเอ็มมีวิศวกร 150 คนปฏิบัติงานอยู่ในหลายแผนก ได้แก่ ฝ่ายการผลิต, ความปลอดภัย, คุณภาพ และวิศวกรรมด้านผลิตภัณฑ์

●   มาร์ก รอยส์ (Mark Reuss) รองประธานบริหาร และประธานกรรมการจีเอ็ม ฝ่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโลกและคาดิลแลค กล่าวที่สำนักงานใหญ่โฮลเด้น ในเมลเบิร์น ก่อนที่จะเข้าเยี่ยมชมสนามทดสอบ แลง แลง (Lang Lang Proving Ground) ที่โฮลเด้นและจีเอ็มใช้ทดสอบรถมานานกว่า 60 ปีว่า:

●   “จีเอ็มมุ่งมั่นจะเป็นบริษัทแรกที่นำยานยนต์ที่มีความปลอดภัยและไร้คนขับเข้าสู่ตลาดเป็นรายไตรมาส แทนที่จะเป็นรายปี เรากำลังเดินหน้าสู่อนาคตแห่งการขับขี่ที่ไร้คนขับ มีถนนที่ปลอดภัยขึ้น และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ขณะเดียวกัน จีเอ็มก็กำลังดำเนินการตามแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างน้อย 20 รุ่นภายในปี 2023 ความสามารถด้านวิศวกรรมยานยนต์ระดับโลกที่เรามีอยู่ที่โฮลเด้นในประเทศออสเตรเลีย จะมีบทบาทที่สำคัญต่อจีเอ็มในการดำเนินตามความมุ่งมั่นที่จะสร้างโลกที่มีอุบัติเหตุเป็นศูนย์ ไร้มลพิษ และปราศจากความแออัด”

●   ทีมงานด้านการออกแบบ, วิศวกรรม และการพัฒนายานยนต์ของโฮลเด้น จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่า 500 คนหลังจากการรับพนักงานใหม่ครั้งล่าสุดนี้ ซึ่งทั้ง 150 คนจะมีทั้งวิศวกรที่มีประสบการณ์การทำงาน และที่เพิ่งจบการศึกษา

●   ปัจจุบันจีเอ็ม โฮลเด้น และทีมดูแลโครงการพัฒนายานยนต์ต่างๆ ของจีเอ็มระดับโกลเบิล มีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทีมวิศวกรของจีเอ็ม โฮลเด้น ได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานในภูมิภาคทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่ง ทดสอบ และส่งมอบรถอย่าง Chevrolet Colorado และ Chevrolet Trailblazer ซึ่งจำหน่ายภายใต้แบรนด์เชฟโรเลตทั่วภูมิภาคนี้ ซึ่งทีมวิศวกรของจีเอ็ม โฮลเด้น ได้พัฒนาและทดสอบรถเป็นระยะทางนับพันไมล์ที่สนามทดสอบ และที่ศูนย์ Technical Center ในเมลเบิร์น

●   นอกจากนี้ จีเอ็ม โฮลเด้น ยังนับเป็น “โฮมรูม” (Homeroom) ทางวิศวกรรมในการคิดค้นอุปกรณ์ตกแต่งรถที่เราเห็นกันใน Colorado และ Trailblazer ซึ่งจำหน่ายทั่วภูมิภาคนี้ภายใต้แบรนด์โฮลเด้น และเชฟโรเลตด้วย

●   เบรทท์ วิเวียน (Brett Vivian) ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายวิศวกรรมของจีเอ็ม โฮลเด้น กล่าวว่า วิศวกรชาวออสเตรเลียมีบทบาทสำคัญในการพัฒนารถยนต์ของโฮลเด้นและจีเอ็มทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1946 และจะดำเนินบทบาทสำคัญนี้ต่อไป “การขยายทีมวิศวกรใหม่เพิ่มขึ้น 150 คน ที่จะทำงานให้โฮลเด้นในการพัฒนายานยนต์ขั้นสูงระดับโลก นี่เป็นการพัฒนาสำคัญสำหรับห้องทดสอบการปล่อยมลพิษ และสนามทดสอบรถ แลง แลง”

●   “ฝ่ายวิศวกรรมของโฮลเด้นมีอนาคตที่สดใสภายใต้การดำเนินงานที่สำคัญทั้งในระดับท้องถิ่นและ ระดับโลก ตั้งแต่การสร้างความเชื่อมั่นว่า รถยนต์นำเข้าของโฮลเด้นสามารถเอาชนะสภาวะการขับที่มีลักษณะเฉพาะของประเทศออสเตรเลียได้ และเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเป็นพลังในการสร้างยานยนต์แห่งอนาคตทั่วโลก จากประกาศในวันนี้ เราจะมีการใช้จ่ายมากกว่า 120 ล้านดอลลาร์ต่อปี (ประมาณ 3,960 ล้านบาท) ในการวิจัยและพัฒนายานยนต์ เพื่อการดำเนินงานของเราในประเทศออสเตรเลีย”

●   “โฮลเด้นได้สรรหาคนที่เป็นสุดยอดในหมู่ผู้ที่สุดยอด (The best of the best) ในประเทศออสเตรเลีย ทั้งที่มีประสบการณ์ และเพิ่งจบการศึกษา มาร่วมงานกับทีมงานเดิม เราต้องการพลังความคิดสร้างสรรค์ด้านวิศวกรรมจากคนรุ่นใหม่ในประเทศ และสิ่งนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการทำงานด้านผลิตภัณฑ์ของจีเอ็มทั่วโลก และเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมนี้”  นายวิเวียน กล่าว   ●