ทดลองขับ Nissan Terra VL 4×4 ฝ่าสายหมอกที่เชียงราย
October 4, 2018
Motortrivia Team (4114 articles)

ทดลองขับ Nissan Terra VL 4×4 ฝ่าสายหมอกที่เชียงราย

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ : นิสสัน ประเทศไทย

 

●   ทิ้งช่วง จากการเปิดตัวประมาณครึ่งเดือน นิสสันก็จัดการทดสอบแบบกลุ่มสำหรับรถยนต์เอนกประสงค์รุ่นล่าสุด เทอร์ร่า ใช้เส้นทางในจังหวัดเชียงราย ทางเรียบประมาณ 115 กิโลเมตร มีทั้งทางตรงและคดเคี้ยวขึ้น-ลงเขา พร้อมสถานีออฟโรด ที่จัดขึ้นเป็นพิเศษบริเวณโรงแรมที่พัก ให้ทดสอบสมรรถนะของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

●   เริ่มต้นกิจกรรมการทดสอบที่โรงแรม A Star Phulare ซึ่งใช้เป็นที่พักด้วย อุ่นเครื่องด้วยการบรรยายผลิตภัณฑ์และสรุปจุดเด่นของนิสสัน เทอร์ร่า เน้นความแข็งแกร่งด้วยแชสซีส์แบบขั้นบันได พร้อมยางรองตัวถังซับแรงสะเทือน 10 ตำแหน่ง ระบบกันสะเทือนหลัง 5 ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ YS23DDTT ดีเซล 4 สูบ 2,298 ซีซี เทอร์โบคู่แบบแแปรผัน VGS พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ

●   รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ มี 3 โหมดขับเคลื่อน คือ 2WD, 4H และ 4L พร้อมระบบ DIFF Lock ที่ล้อหลัง มีสวิตช์เปิด-ปิด การทำงานได้ ทำงานในโหมด 4L ความเร็วไม่เกิน 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเปิดใช้งานระบบจะส่งแรงบิดไปยังล้อหลังซ้าย-และขวาเท่าๆ กัน แม้ล้อใดล้อหนึ่งหมุนฟรี ล้ออีกฝั่งก็จะมีแรงขับเคลื่อนพร้อมระบบ Brake LSD ส่งแรงเบรกไปยังล้อที่หมุนฟรี และส่งกำลังไปยังล้อที่มีโหลด ช่วยให้ขับผ่านทางวิบากหรือผิวทางเป็นดินโคลนลื่นได้ง่ายขึ้น มาพร้อม Off Road Meter แสดงองศาของตัวรถ และการส่งกำลังของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

●   ภายในห้องโดยสารเน้นความเงียบด้วยการติดตั้งฉนวนกันเสียงรบกวนรอบคัน ผนังห้องโดยสารบุวัสดุซับเสียงหนา 3 ชั้น และใช้พรมปูพื้นแบบที่เป็นฉนวนกันเสียงและดูดซับเสียง ใช้กระจกหน้า Acoustic Glass มีชั้นฟิล์มกันเสียงรบกวนหนากว่ากระจกลามิเนตทั่วไป เบาะนั่งออกแบบให้รักระจายแรงกด พนักพิงรองรับแนวกระดูกสันหลัง เบาะแถว 2 เลื่อนเดินหน้าถอยหลังได้ และออกแบบให้พับและกระดกขึ้นได้ในจังหวะเดียวด้วยสวิตช์ไฟฟ้าที่คอนโซลเกียร์ หรือจะใช้คันโยกข้างเบาะก็ได้ ส่วนพนักพิงเบาะแถว 3 สามารถแยกพับได้

●   นิสสัน เทอร์ร่า ติดตั้ง 7 อุปกรณ์มาตรฐานในกลุ่ม Nissan Intelligent Mobility ที่เป็นครั้งแรกในรถยนต์เอนกประสงค์ คือ Intelligent Rear View Mirror และ Intelligent Around View Monitor ส่าวนอีก 5 อุปกรณ์ประกอบด้วย Bilnd Spot Warning, Lane Departure Warning, Tire Pressure Monitoring System, Hill Start Assist และ Hill Descent Control

ทางเรียบมั่นคง ทางโค้งมั่นใจ

●   เสร็จสิ้นการบรรยายแล้วขบวนนิสสัน เทอร์ร่า ก็พร้อมออกเดินทางท่ามกลางสภาพอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ท้องฟ้าฉ่ำฝนพร้อมตกได้ตลอดเวลา ทีมงานมอเตอร์ทริเวียได้ขับรุ่นสูงสุด VL 4×4 ระยะทางช่วงแรก 58 กิโลเมตร มุ่งหน้าฐานปฏิบัติการดอยช้างมูบ ช่วงแรกของการเดินทางออกจากโรงแรมเป็นทางเรียบตรงผ่านชุมชน จึงใช้ความเร็วได้ไม่สูงนัก ได้ลองอัตราเร่งช่วงต้นกันพอหอมปากหอมคอ ความเร็วกลางๆ ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้งานบ่อย เครื่องยนต์มีความยืดหยุ่นที่ดี เร่งได้ทันใจกว่าที่คาดไว้ แรงบิดสูงสุดที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ทำให้รู้สึกว่าน้ำหนักตัวรถ 2,118 กิโลกรัม ไม่ได้เป็นภาระ สามารถเร่งเพิ่มความเร็วได้โดยไม่ต้องรีดเค้นเครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ดูเหมือนจะเซตมาเพื่อความนุ่มนวลเป็นหลัก ช่วงก่อนเปลี่ยนเกียร์รู้สึกว่ามีหน่วงนิดๆ โดยเฉพาะถ้าลากรอบสูง

●   ขับทางตรงได้ประมาณ 30 นาที ก็เริ่มเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขา บวกกับสภาพผิวทางที่ฉ่ำด้วยน้ำจากฝนและหมอก ทำให้ต้องเพิ่มความระมัดระวัง โยกคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง +/- ควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง ทำให้ไต่เนินพับผ้าหักศอกได้โดยไม่ต้องเสียจังหวะคิ๊กดาวน์ แค่เลี้ยงคันเร่งให้พอดี ไม่กดคันเร่งลึกเกินไป การขับลงเนินหรือโค้งแคบก็ไม่ต้องใช้เบรกมากนัก ในโหมด +/- จะไม่สามารถคิ๊กดาวน์เพื่อเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำได้ โค้งบางช่วงสามารถทำความเร็วสูงกว่าปกติได้เล็กน้อย รู้สึกว่าพวงมาลัยตอบสนองได้ดี น้ำหนักพอดี ไม่เบาหวิวหรือหนักเกินไป ตัวรถมีการโคลงไม่มากนัก การควบคุมรถและพวงมาลัยไม่ต้องออกแรงมาก ขับในโค้งได้คล่องตัวและเบาแรงกว่าที่คิด

●   ช่วงล่างหน้าอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ด้านหลังคานแข็ง 5 ลิงค์ คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง รองรับการขับด้วยความเร็วปกติทั้งทางตรงและทางโค้งได้ดี ขับทางเรียบด้านหลังแทบไม่มีอาการเต้นหรือดีด ด้านหน้าที่มีน้ำหนักของเครื่องยนต์ถ่วงอยู่ด้วย เวลาขับผ่านถนนที่เป็นคลื่นลอน ช่วงล่างก็มีความหนืดเพียงพอที่จะรั้งการยืดยุบไม่ให้เกิดซ้ำหลายครั้ง ทำให้ควบคุมรถได้ง่าย และมีการทรงตัวที่ดี

●   เสียงและการสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ หลุดลอดเข้าไปในห้องโดยสารไม่มากนัก แม้ลากรอบสูง รวมทั้งเสียงยางบดกับถนน ส่วนเสียงลมยังไม่มีโอกาสได้ทดลองที่ความเร็วสูงๆ แต่เท่าที่ขับความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เงียบดี มีเสียงลมปะทะตัวถังแค่แผ่วๆ เท่านั้น

●   อัตราสิ้นเปลือง เซต 0 ก่อนออกเดินทาง ช่วงติดไฟแดงก่อนขึ้นเขา ได้ตัวเลข 12.1 กิโลเมตรต่อลิตร หลังจากขับขึ้นเขาถึงจุดสลับผู้ขับ ได้ตัวเลข 8.9 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ระบบเบรกเป็นอีกจุดที่น่าชื่นชม เพราะปรับน้ำหนักมาพอเหมาะ เบรกได้นุ่มนวลตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ ไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวกันนาน ที่สำคัญคือ ให้แรงเบรกที่หนักแน่นไว้ใจได้ ไม่มีอาการเบรกไหลให้ต้องลุ้น แม้จะเป็นแบบหน้าดิสก์หลังดรัม มาพร้อมตัวช่วยครบครันทั้ง ABS, EBD และ BA

●   สลับมาเป็นผู้โดยสาร ได้ลองเล่นระบบต่างๆ ชอบใจกระจกมองหลังที่ทำงานร่วมกับกล้องหลังในตัว การสลับระหว่างกระจกธรรมดากับกล้อง ใช้วิธีโยกคันบังคับเหมือนปรับกระจกลดแสงสะท้อน เมื่อเข้าสู่โหมดกล้องหลังแล้ว สามารถปรับความสว่างและระดับของกล้องได้ด้วย ตัวกล้องติดอยู่ด้านในรถข้างไฟเบรกดวงที่ 3 อยู่ในรัศมีการปัดของที่ปัดน้ำฝนหลัง จึงให้ทัศนวิสัยที่ดีตลอดเวลา ภาพจากกล้องหลังอยู่ในระดับดี แต่ไม่ถึงกับคมชัดใสแจ๋ว และขนาดของภาพยังคงถูกจำกัดด้วยพื้นที่ของกระจกมองหลัง

ฝนกระหน่ำ ลุยได้แค่สถานี 4×2

●   กลับถึงที่พักโดยมีสายฝนกระหน่ำต้อนรับ ทำให้ต้องยกเลิกการทดสอบในสถานี 4×4 ไปอย่างน่าเสียดาย แต่ยังคงได้สัมผัสบรรยากาศออฟโรดในสถานี 4×2 ใช้รถนิสสัน เทอร์ร่า ทั้งรุ่น 4×4 และ 4×2 เพิ่มความยากด้วยฝนที่ตกหนัก ทำให้ดินเปลี่ยนสภาพเป็นโคลนลื่น รถที่นั่งมาเป็นรุ่น 4×4 บวกกับเพื่อนนักข่าวเป็นผู้ขับที่มีประสบการณ์ในการขับรถออฟโรด ทำให้การขับในสถานี 4×2 ที่เปียกลื่นเป็นเรื่องง่าย ใช้แค่โหมด 4H ก็ผ่านได้ฉลุย ได้ลองระบบ Hill Descent Control ช่วยลงเนินในบางช่วง ระบบนี้จะทำงานในโหมดขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ระบบจะช่วยเบรกให้เมื่อรถกำลังลงเนิน ผู้ขับแค่ควบคุมพวงมาลัยเท่านั้น แต่ถ้าแตะคันเร่ง ระบบจะยกเลิกการทำงาน และเมื่อยกคันเร่งโดยที่รถยังอยู่บนเนิน ระบบก็จะกลับมาทำงานอีก

●   รุ่น 4×2 เมื่อเจอกับสภาพผิวดินที่เปียกลื่น ก็ต้องมีการถอยตั้งหลักกันบ้าง แต่ทุกคันก็ผ่านได้โดยไม่ต้องพึ่งรถลากให้เสียฟอร์ม การขับบนทางวิบากที่ดินเปียกลื่นแบบนี้ ข้อจำกัดจะอยู่ที่ยางเป็นหลัก ยางติดรถสำหรับการขับบนถนนปกติ เมื่อต้องขับลุยดินโคลน ดอกยางจะถูกเคลือบด้วยดิน ทำให้ไม่มีความฝืดสำหรับยึดเกาะถนนหรือขับเคลื่อนตะกายเนินชัน ถ้าเป็นรุ่น 4×4 ยังพอถูไถไปได้ ถ้าจะลุยกันจริงๆ คงต้องเปลี่ยนยางที่เหมาะสมกับสภาพพื้นผิว

●   ได้ลองใช้เบาะแถว 2 และ 3 ในช่วงนี้เพราะปีนไปถ่ายรูปที่เบาะหลัง เบาะแถว 2 กว้างขวางนั่งสบาย ทั้งพื้นที่วางขาและเหนือศีรษะ ส่วนเบาะแถว 3 ไม่เหมาะกับการนั่งระยะไกล เพราะที่วางเท้ายกระดับขึ้นมาค่อนข้างสูง เวลานั่งแล้วเข่าจะตั้งชัน แม้จะเลื่อนเบาะแถว 2 เดินหน้าไป ก็ไม่ช่วยให้นั่งสบายขึ้นเท่าไร ส่วนเรื่องการกระจายความเย็นนั้นหายห่วง เพราะมีช่องแอร์บนเพดานที่เบาะแถว 2 และ 3 พร้อมสวิตช์ควบคุมความแรงของพัดลมแอร์แยกต่างหาก

●   นิสสัน เทอร์ร่า เอสยูวี พื้นฐานปิกอัพที่มีคุณภาพการขับที่ดี แทบไม่เหลือความรู้สึกของปิกอัพให้สัมผัส ช่วงล่างนุ่มแน่นพอเหมาะ เครื่องยนต์ให้ความยืดหยุ่นที่ดี แรงเหลือๆ สำหรับการใช้งาน ส่วนอัตราสิ้นเปลืองยังไม่ได้ลองจริงจัง แต่คาดว่าอยู่ในเกณฑ์รับได้ ไม่ถึงกับประหยัดโดดเด่น เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ เน้นความนุ่มนวลราบเรียบ ห้องโดยสารด้านหน้าและแถว 2 กว้างขวาง ถ้านั่ง 4-5 คนถือว่ารับได้ เพราะเบาะแถว 3 ไม่เหมาะกับการนั่ง น่าจะพับพนักลงเพื่อใช้วางสัมภาระมากกว่า

●   รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน ยังคงเอกลักษณ์ของนิสสัน ที่ดูจะอนุรักษ์นิยมมากไปนิด และน่าจะออกแบบให้ดูแข็งแกร่งบึกบึน เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งจึงทำให้ดูไม่ค่อยเชิญชวนให้ขับเท่าไรนัก ถ้าชอบในรูปลักษณ์หรือเน้นเรื่องการใช้งานเป็นหลัก การเลือกนิสสัน เทอร์ร่า ก็ไม่น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ผิด   ●


Specification: Nissan Terra VL 4×4

–   แบบตัวถัง เอนกประสงค์ 5 ประตู
–   ยาว x กว้าง x สูง 4,885 x 1,865 x 1,835 มิลลิเมตร
–   ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,565/1,570 มิลลิเมตร
–   ระยะต่ำสุด 225 มิลลิเมตร
–   ฐานล้อ 2,850 มิลลิเมตร
–   น้ำหนัก 2,118 กิโลกรัม
–   แบบเครื่องยนต์ ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบคู่แบบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์
–   ความจุ 2,298 ซีซี
–   กระบอกสูบ x ช่วงชัก 85.0 x 101.3 มิลลิเมตร
–   อัตราส่วนการอัด 15.4:1
–   กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที
–   แรงบิดสูงสุด 45.9 กก.-ม. ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
–   ระบบส่งกำลัง อัตโนมัติ 7 จังหวะ พร้อม Manual Mode
–   ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Shift-On-The-Fly
–   ระบบบังคับเลี้ยว แร็คแอนด์พิเนียมพร้อมเพาเวอร์
–   ระบบกันสะเทือนหน้า อิสระ ปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง
–   ระบบกันสะเทือนหลัง คานแข็ง 5 ลิงค์ คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง พร้อม VSC, HDC, HSA
–   ระบบเบรกหน้า/หลัง ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดรัม พร้อม ABS, EBD และ BA
–   ผู้จำหน่าย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
–   โทรศัพท์ 02-339-3400
–   เวบไซต์ www.nissan.co.th.


2018 Nissan Terra : Group Test

Bridgestone Turanza