2020 Toyota Corolla Sedan อีกหนึ่งรุ่นสำคัญในตลาดโลกของโตโยต้า
November 20, 2018
Motortrivia Team (4131 articles)

2020 Toyota Corolla Sedan อีกหนึ่งรุ่นสำคัญในตลาดโลกของโตโยต้า

Posted by : AREA 54

 

●   โตโยต้าเปิดพื้นที่ในงาน China (Guangzhou) International Automobile Exhibition ประจำปี 2019 หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า Guangzhou International Motor Show จัดแสดงรถซีดานขนาดคอมแพคท์รุ่นสำคัญ All-New Toyota Corolla Sedan รุ่นปี 2020 เจนเนอเรชั่นที่ 12 ซึ่งพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ TNGA : Toyota New Global Architecture เช่นเดียวกับรถรุ่นใหม่ๆ ในเครือที่เปิดตัวไปก่อนหน้าอย่าง Toyota Corolla Hatchback เวอร์ชั่นสหรัฐฯ หรือ Toyota Corolla Sport เวอร์ชั่นญี่ปุ่น

●   ขนาดตัวของ Corolla Sedan มีความยาวรวม 4,640 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,435 มม. ตัวถังวางอยู่บนฐานล้อขนาด 2,700 มม. ซึ่งเท่ากับรุ่นก่อนหน้า ทว่าจะมีการขยายระยะแทร็คระหว่างล้อซ้าย/ขวา ทั้งคู่หน้า/หลังให้กว้างขึ้นเพื่อผลทางด้านความมั่นคงในการทรงตัว โดยด้านหน้าจะขยายความกว้างขึ้นอีก +0.47 นิ้ว ด้านหลังเพิ่ม +0.87 นิ้ว ในขณะที่ความคล่องตัวก็จะเพิ่มขึ้นจากความสูงตัวรถที่ลดลง 0.8 นิ้ว, มีระยะโอเวอร์แฮงก์หน้าที่สั้นลง 1.3 นิ้ว และมีแนวฝากระโปรงหน้าที่ต่ำลง 1.4 นิ้ว


Toyota Corolla Sedan เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือ


●   ชุดระบบกันสะเทือนใหม่ที่มากับแพลทฟอร์มใหม่ จะช่วยให้ Corolla Sedan มีการตอบสนองที่ดีกว่าเดิม โตโยต้าระบุว่ามันจะดีขึ้นทั้งในด้านการทรงตัว, ความนุ่มนวล, ความเงียบในการเดินทาง และยังมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วย โดยชุดระบบกันสะเทือนแบบแมคเฟอร์สันสตรัททางด้านหน้าจะได้รับการปรับปรุงใหม่ ส่วนด้านหลังจะใช้งานระบบมัลติ-ลิงค์ แทนที่ทอร์ชั่นบีมแบบเดิม

●   ในเบื้องต้นการจำหน่ายจะแบ่งเป็น 2 เกรดหลัก ประกอบด้วย Sporty และ Prestige (ในจีนใช้ชื่อ Toyota Levin) งานออกแบบภายนอกส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนและคลี่คลายรูปแบบมาจากรุ่นตัวถังแฮทช์แบค ซึ่งด้านหน้าดูมีความดุดันมากกว่า ส่วนห้องโดยสารนั้นไม่มีอะไรแตกต่างจากรุ่นตัวถังแฮทช์แบค การจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนกัน มาตรวัดและจอบอกข้อมูลผู้ขับหลังวงพวงมาลัยมีขนาด 4.2 นิ้ว, จอกลางเป็นแบบลอยตัว, ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ทำงานด้วยระบบ Entune 3.0 รุ่นพื้นฐานใช้จอขนาด 7 นิ้ว รุ่นท๊อปขยายขนาดเป็น 8 นิ้ว รองรับการใช้งาน Apple CarPlay, ผู้ช่วยเสมือน (Virtual assistant) ที่พัฒนาโดยใช้ AI ของอเมซอนอย่าง Amazon Alexa และมีชุดเครื่องเสียงกำลังขับ 800 วัทท์ของ JBL ให้เป็นออปชั่น

●   ด้านพละกำลัง แน่นอนว่า Corolla Sedan จะได้ใช้งานเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร ที่จ่ายเชื้อเพลิงตรงด้วยหัวฉีด D-4S ในกลุ่มเครื่องยนต์ใหม่ Dynamic Force Engines เช่นกัน เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 1.8 รุ่นก่อนหน้า มันจะมีค่าประสิทธิภาพทางความร้อนสูงขึ้นเกือบๆ 40% ให้กำลังเพิ่มขึ้น 10% และใช้เชื้อเพลิงน้อยลงราว 20%… อย่างไรก็ตาม ด้านรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดนั้น โตโยต้าจะยังคงจำหน่ายในบางภูมิภาค ดังนั้นบ้านเราต้องลุ้นกันอีกทีครับ

●   ตลาดอเมริกาเหนือจะมีทางเลือกด้านพละกำลังที่ประกอบด้วย รุ่นพื้นฐานที่วางเครื่องยนต์เบนซินรุ่นเดิม 4 สูบเรียง ความจุ 1.8 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT กำลังสูงสุด 139 แรงม้า ต่อด้วยรุ่นย่อยเกรด SE และ XSE ซึ่งจะมากับเครื่องใหม่ Dynamic Force เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 169 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 21.3 กก.-ม. โดยรุ่น SE จะจับคู่เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ส่วนรุ่น XSE จะใช้การส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT Dynamic-Shift รุ่นใหม่พร้อมโหมด Sport ที่มีแพดเดิลชิฟท์ให้เปลี่ยนเกียร์

●   ปิดท้ายด้วยรุ่นไฮบริดซึ่งจะเปิดตัวในสหรัฐฯ ปลายเดือนพฤศจิกายน 2018 นี้ คาดว่าชุดระบบ HSD หรือ Hybrid Synergy Drive จะเป็นเซ็ทอัพเดียวกับ Toyota Prius รุ่นล่าสุด ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ VVti ความจุ 1.8 ลิตร 97 แรงม้า (HP) จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 71 แรงม้า กำลังรวมทั้งระบบ 120 แรงม้า

●   ทั้งนี้ในยุโรป รุ่นไฮบริดจะถูกนับเป็นการจำหน่ายครั้งแรกด้วย ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยตามมาตรฐาน WLTP จะอยู่ที่ 23.2 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียประมาณ 98 กรัม/กม.


Toyota Corolla Sedan Hybrid เวอร์ชั่นยุโรป จะมีหน้าตาเหมือนกับเวอร์ชั่นจีน ซึ่งจำหน่ายในชื่อ Corolla และ Levin


●   ชุดระบบความปลอดภัย ระบุว่าจะเป็น TSS 2.0 (Toyota Safety Sense) เช่นเดียวกับรุ่นแฮทช์แบค ดังนั้นในชุดระบบควรจะประกอบด้วย ระบบ Pre-Collision System with Pedestrian Detection ช่วยหยุดรถอัตโนมัติหากผู้ขับไม่มีการตอบสนองในกรณีที่อาจเกิดการชน ทำงานร่วมกับระบบตรวจหาคนเดินถนน, ระบบ Full-Speed Range Dynamic Radar Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติ ทำงานตั้งแต่หยุดนิ่งจนถึง 177 กม./ชม. ทว่าจะจำกัดโซนใช้งานบนไฮเวย์หรือฟรีเวย์ที่มีทางตรงยาวๆ โค้งกว้างๆ เท่านั้นเพื่อความปลอดภัย

●   ต่อด้วยระบบ Lane Tracing Assist ช่วยแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลนในขณะที่ใช้งานระบบ Cruise Control, ระบบ Lane Departure Alert with Steering Assist ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมฟังก์ชั่นหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ, ระบบ Automatic High Beam ลดความสว่างของไฟสูงอัตโนมัติเมื่อพบรถสวน และ Road Sign Assist ช่วยจดจำป้ายสัญญาณเตือน

●   โตโยต้าจะเริ่มจำหน่าย Corolla Sedan ในสหรัฐฯ และยุโรปช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2019 พร้อมตีตราจำหน่ายเป็นรถรุ่นปี 2020 จากนั้นจะเริ่มจำหน่ายในพื้นที่อื่นๆ อีก 150 ประเทศทั่วโลกหลังพ้นช่วงกลางปี 2019 เป็นต้นไป ส่วนราคาจำหน่ายนั้นน่าจะไม่หนีไปจากรุ่นแฮทช์แบค (MY2019) นัก… บ้านเราปีหน้าได้เห็นคันจริงกันแน่นอนครับ   ●


2020 Toyota Corolla Sedan

Bridgestone Turanza