Motor Expo 2018 : มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 ณ เมืองทองธานี
November 29, 2018
Motortrivia Team (4119 articles)

Motor Expo 2018 : มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35 ณ เมืองทองธานี

เรื่อง – ภาพ  •  motortrivia team

 

●   มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 หรือ Motor Expo 2018 เริ่มขึ้นแล้ว ตัวงานจัดขึ้นโดยใช้แนวคิด “ขับสนุก! ก่อนยุคไร้คนขับ หรือ Enjoy Driving! Before Driverless Era” ซึ่งนอกจากจะมีการเปิดตัวรถ จัดแสดงรถคอนเซปท์เช่นทุกปี ในงานยังคงมีกิจกรรมที่เราคุ้นกันดีอย่าง ซื้อรถ ชิงรถ, ซื้อบัตร ชิงรถ, ซื้อมอเตอร์ไซค์ ชิงบิกไบค์ หรืออื่นๆ อีกมากมาย

●   คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ในฐานะประธานจัดงานคาดว่าจะมียอดจองรถในงานประมาณ 45,000 คัน, มอเตอร์ไซค์ 8,000 คัน และผู้ชมงานราว 1.5 ล้านคน มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 55,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ยอดจำหน่ายรถยนต์รวมของไทยในปี 2561 มีตัวเลขสะสมมากกว่า 1 ล้านคัน ตัวงานปีนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานีครับ

ASTON MARTIN

●   แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัวสปอร์ตหรู Aston Martin Vantage เครื่องยนต์ V8 รุ่นล่าสุดไปก่อนหน้านี้ โดยการจัดแสดงในงาน Motor Expo 2018 นี้นับเป็นการเปิดตัวเป็นทางการต่อสาธารณชนในไทยเป็นครั้งแรก ใครเป็นแฟนสปอร์ตพันธุ์แท้จากอังกฤษ ห้ามพลาดการชมบูธนี้

●   Aston Martin Vantage V8 ได้รับการออกแบบภาพลักษณ์ใหม่หมด กระจังหน้าใหม่ที่ใช้แรงบันดาลใจจากสปอร์ตเวอร์ชั่นแทร็คอย่าง Aston Martin Vulcan ชุดไฟหน้าใหม่ ไฟท้ายบางเฉียบ ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มอลูมิเนียมใหม่ ช่วยให้น้ำหนักตัวลดลงเหลือเพียง 1,530 กก. เบาลง 80 กก. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า การกระจายน้ำหนักหน้าหลังเป็นแบบสมดุล 50:50 พละกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซินรหัส M177 ของ Mercedes-AMG แบบ V8 ความจุ 4.0 ลิตร อัดอากาศด้วยทวินเทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF กำลังสูงสุดผลิตได้ 503 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 69.8 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 314 กม./ชม.

●   ราคาจำหน่ายเปิดออกมาที่ 16,900,000 บาท

[[[   V I E W   :   A S T O N   M A R T I N   G A L L E R Y   ]]]

AUDI

●   อาวดี้ ประเทศไทย รุ่นเด่นบนพื้นที่มีสปอร์ตตัวถังคูเป้ที่เราคุ้นกันดีอย่าง Audi TT, รถ SUV ตระกูล Q series ที่ประกอบด้วย Audi Q2, Q5, Q7 และ Q8 ปิดท้ายด้วยรถซีดานในหลุ่มพรีเมียม Audi A7 Sportback และ A8 L

●   ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุดในงานนี้ อาวดี้ทำการเปิดตัว Audi A6 Avant อย่างเป็นทางการเพื่อเพิ่มทางเลือกให้คนมองหารถครอบครัว แต่ยังมีการใช้งานในแบบรถสมรรถนะสูง โดยรุ่นที่นำเข้ามาคือ Audi A6 Avant 55 TFSI quattro S line ราคาจำหน่ายเปิดออกมาที่ 4,999,000 บาท

●   โปรโมชั่น : มีผลทั้งในงาน และที่โชว์รูมอาวดี้ ประกอบด้วยแคมเปญ “รูดแสนบาท ได้แสนพอยท์” ธนาคารกสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงไทย, ยูโอบี, กรุงเทพ และกรุงศรีอยุธยา รูดผ่านบัตร 100,000 บาท รับคะแนนสะสม 100,000 คะแนนในวันออกรถ ต่อด้วยออกรถรุ่นใดก็ได้ รับกล้อง Leica Q-P Limited Edition มูลค่ากว่า 1.8 แสนบาท (จำกัด 100 คันแรก ไม่รวม Audi Q2) โดย Audi Q2 จะมีแคมเปญแยกเป็นราคาโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น 1,990,000 บาท (จำนวนจำกัด)

●   นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถทุกคันจะได้รับแพคเกจ Audi Protection ประกันรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี

[[[    V I E W   :   A U D I   G A L L E R Y    ]]]

BENTLEY

●   เบนท์ลีย์ ประเทศไทย ยังคงจัดแสดงสปอร์ตที่ทรงพลังอย่าง Bentley Continental GT รุ่นเครื่องยนต์ W12 ความจุ 6.0 ลิตร เป็นหลัก เสริมด้วยการโชว์ตัวแข่ง Bentley Continental GT3 เครื่อง V8 ความจุ 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ของทีม est Cola by AAS Motorsport ที่ครองแชมป์ Thailand Super Series 2018 พร้อมจัดมุมโชว์ชุดแต่งสุดหรู Mulliner ซึ่งเป็นผลงานของแผนกออกแบบตามสั่ง (Bespoke) ที่ดีที่สุดในโลกแบรนด์หนึ่งในกลุ่มลักชัวรี่คาร์ด้วย

●   อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ เบนท์ลีย์จะทำการเปิดรับจองแกรนด์ทัวริง Continental GT เวอร์ชั่นเปิดประทุน Bentley Continental GT Convertible ภายในงานนี้ในวันที่ 10 ธันวาคม 2561… เรียกว่าไล่ๆ จากการเปิดตัวในตลาดโลกเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเลยทีเดียว ใครสนใจก็เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย

[[[   V I E W   :   B E N T L E Y   G A L L E R Y   ]]]

BMW

●   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จัดแสดงรถหลายรุ่น ประกอบด้วย BMW M850i xDrive Coupe ราคาจำหน่าย 12,999,000 บาท, BMW X5 xDrive30d M Sport (ไม่ระบุราคา), BMW M2 Competition ราคาจำหน่าย 6,299,000 บาท, BMW M4 Convertible Edition 30 Years ราคาจำหน่าย 8,999,000 บาท, BMW X3 xDrive20d xLine และ M Sport รุ่นประกอบในประเทศ ราคาจำหน่าย 3,359,000 บาท และ 3,659,000 บาทตามลำดับ

●   ส่วนมินิมี MINI Hatch 3 ประตู และ 5 ประตู เวอร์ชั่น Oxford Edition นำเข้ามาในไทย 60 คัน โดยรุ่น 3 ประตู Cooper S ราคาจำหน่าย 2,819,999 บาท รุ่น 5 ประตู Cooper S ราคาจำหน่าย 2,859,999 บาท ปิดท้ายด้วยการจัดแสดงรถต้นแบบ MINI John Cooper Works GP Concept แรงบันดาลใจจากตัวแข่ง มอนติคาร์โล แรลลี ปี 1967 ตัวรถมากับสีดำ Black Jack Anthracite ตัดสีแดง Curbside Red และสีส้ม High Speed Orange ภายในเน้นความเรียบง่ายในสไตล์ตัวแข่ง

●   โปรโมชั่น : จองรถในงาน และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 รับสิทธิประโยชน์ที่ประกอบด้วย โปรแกรมบำรุงรักษา BSI (ยกเว้นรถ BMW i), ซื้อรถบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่น ยกเว้น BMW i เมื่อซื้อโปรแกรม BSI Ultimate จะได้รับระยะเวลาบำรุงรักษาเพิ่มจาก 5 ปี/100,000 กิโลเมตร เป็น 10 ปี/100,000 กิโลเมตร, โปรแกรมบำรุงรักษา MSI สำหรับมินิทุกรุ่น ยกระดับ MSI Standard จาก 3 ปี/60,000 กิโลเมตร เป็น 10 ปี/100,000 กิโลเมตร, จองรถผ่าน บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี และฟรีหมวกแก๊ป MINI John Cooper Works เฉพาะผู้ที่ทดลองขับมินิ

[[[   V I E W   :   B M W   G R O U P   G A L L E R Y   ]]]

CHEVROLET

●   เชฟโรเลต ประเทศไทย เปิดตัวปิคอัพรุ่นพิเศษจำกัดจำนวน Chevrolet Colorado Midnight Edition พร้อมเปิดจองเป็นครั้งแรกภายในงานนี้ โดยจะจำกัดจำนวนผลิต 100 คัน

●   Colorado Midnight Edition จะมีให้เลือกทั้งรุ่น 4×2 และ 4×4 ตัวรถมากับสีดำ Jet Black, กระจังหน้าสีดำเงา, ตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ, กระจกมองข้าง มือจับประตู กรอบไฟหน้า สปอร์ตบาร์ ขอบหน้าต่าง กันชนหลังพร้อมมือจับฝาท้ายและซุ้มล้อ ทั้งหมดเป็นสีดำ, ไฟท้ายเปลี่ยนเป็นแบบ LED ใหม่ และมียาง Goodyear Wrangler ดอก All-Terrain ที่จับคู่กับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำติดตัวมาให้จากโรงงาน ห้องโดยสารใช้สีดำแบบ Jet Black เช่นกัน, เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยกระจก Privacy Glass สำหรับห้องโดยสารตอนหลัง 3 บาน, เบาะหุ้มหนังสีดำ, กาบข้างประตูสีดำเงามาพร้อมตราสัญลักษณ์ Midnight

●   ห้องโดยสารเงียบด้วยฟังก์ชั่นลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากระบบขับเคลื่อนเข้าไปภายในห้องโดยสาร (Centrifugal Pendulum Absorber – CPA) ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ Chevrolet MyLink สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้สะดวกผ่าน Android Auto และ Apple CarPlay รองรับการสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri Eyes Free พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามารถควบคุมระบบเสียง รับสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ และสั่งการระบบครูสคอนโทรล

●   พละกำลังยังคงมาจากเครื่องยนต์ตระกูล Duramax แบบดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 44.8 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำ 2,000 รอบ/นาที รุ่น 4×2 ราคาจำหน่ายที่ 1,028,000 บาท รุ่น 4×4 ราคา 1,098,000 บาท

[[[   V I E W   :   C H E V R O L E T   G A L L E R Y   ]]]

FOMM

●   หลังจากเปิดตัวเป็นทางการ และจัดอีเวนท์ให้สื่อฯ ได้ทดลองประสิทธิภาพ เป็นที่เรียบร้อย งานนี้ ฟอมม์ เอเซีย จึงเน้นไปที่งานขายอย่างเต็มที่ เริ่มที่ส่วนลด 64,100 บาท เท่ากับว่าจากราคาเต็ม 664,000 บาท จะเหลือ 599,900 บาท สำหรับผู้จอง FOMM One ภายในงานระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 นี้เท่านั้น

●   นอกจากนี้ ฟอมม์ เอเซีย ยังร่วมมือกับกรุงศรีออโต้ จัดแพคเกจอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น 2.90% พร้อมระยะเวลาการผ่อนสูงสุดนาน 72 เดือนด้วย ส่วนการส่งมอบรถจะเริ่มขึ้นภายในไตรมาสแรกของปี 2562

[[[   V I E W   :   F O M M   G A L L E R Y   ]]]

FORD

●   ฟอร์ด ประเทศไทย มีม้าป่าโพนี่คาร์ระดับไอคอนอย่าง Ford Mustang เป็นรุ่นเด่น เสริมด้วย Ford Everest รุ่นใหม่เกรด Trend ราคาพิเศษอุปกรณ์ครบ 1,299,000 บาท และ Ford Ranger ที่ยังคงมาครบไลน์ทั้งรุ่นพื้นฐาน, XLT, XLS, XL ไล่ไปจนถึงรุ่นท๊อป Wildtrak Limited และรุ่นท๊อป-ออฟ-เดอะ-ไลน์ Ford Ranger Raptor โดย Ford Mustang นั้นจะมีแคมเปญพิเศษ Mustang 1 Day Challenge หาผู้โชคดีขับ Ford Mustang ฟรี 1 วันพร้อมของรางวัล ซึ่งใครสนใจก็สามารถอ่านรายละเอียดได้ตามลิงค์

●   โปรโมชั่น : Ford Ranger มีแคมเปญหลายรายการ อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษ ดาวน์น้อย ผ่อนนาน ส่วนลดพิเศษ (รุ่น Open Cab) พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ส่วน Ford Everest มีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensureให้ นอกจากนี้ ทั้ง Ranger และ Everest จะมีโปรแกรมขยายเวลารับประกันคุณภาพ Premium Extended Warranty ทุกรุ่น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) สำหรับผู้ที่ออกรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2561

[[[   V I E W   :   F O R D   G A L L E R Y   ]]]

H SEM MOTOR

●   เอช เซม มอเตอร์ เปิดตัวรถกอล์ฟไฟฟ้ากึ่งวิบากรุ่นใหม่ SEV Force เป็นครั้งแรก ตัวรถเป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น SEV Adventure สามารถใช้งานได้ทั้งทางเรียบ พื้นผิวขรุขระ และทางลาดชันได้ 16.7 องศา ทำความเร็วได้ 25 กม./ชม. ห้องโดยสารมีให้เลือกระหว่าง 4 ที่นั่งหรือ 8 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้นที่ 340,000 บาท

●   โปรโมชั่น : ซื้อสินค้าภายในบูธรุ่นใดก็ได้ ลุ้นรับ iPhone X จับรางวัลทุกเดือน เดือนละ 1 รางวัล เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2561, ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน facebook และเข้ามาสแกน QR Code ที่บูธ ลุ้นรับ SEV Candy Box จำนวน 1 คัน มูลค่า 45,000 บาท ประกาศรายชื่อผู้โชคดีทาง FB Live ในวันที่ 10 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เป็นต้นไป

HONDA

●   ฮอนด้า ประเทศไทย โชว์ตัวซีดานหรูยอดนิยม Honda Accord ใหม่เจนเนเรชั่นที่ 10 เป็นไฮไลท์ในงานนี้ ทว่าใครสนใจยังต้องอดใจรอกันอีกนิด เพราะฮอนด้าจะจัดงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมจำหน่ายจริงในช่วงต้นปี 2562 ตัวรถจะมากับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบชาร์จรุ่นใหม่ และยังมีรุ่นเครื่องยนต์ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid เจเนอเรชั่นที่ 3 ของฮอนด้า ด้านความปลอดภัย ชุดระบบ Honda SENSING (ในตลาดโลก) จะถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงานในทุกรุ่นย่อย

●   สำหรับ Honda Civic งานนี้มีรุ่นสีใหม่ น้ำเงิน Brilliant Sporty Blue พร้อมราคาใหม่ 874,000 – ราคา 1,219,000 บาท เปิดจองเป็นครั้งแรกในงานนี้ ในขณะที่ SUV รุ่นขายดี Honda CR-V มีรุ่นห้องโดยสาร 5 ที่นั่งมาเพิ่มเติม ราคาเริ่มต้นที่ 1,359,000 บาท และรุ่น 4WD ราคา 1,499,000 บาท

●   และสุดท้าย ใครชอบสปอร์ตพันธุ์แรง บนพื้นที่จะมีสปอร์ตอย่าง Honda NSX รุ่นล่าสุดมาให้ดูกัน

[[[   V I E W   :   H O N D A   G A L L E R Y   ]]]

HYUNDAI

●   หลังจากการนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่อย่าง Hyundai IONIQ Electric เข้ามาจำหน่ายในไทย พร้อมเปิดราคาในแบบจับต้องได้ 1.7 ล้านกว่าบาท (ใครสนใจฮุนไดเปิดจองแล้ว) Motor Expo ปีนี้ฮุนไดยังคงโชว์ความกรีนอย่างต่อเนื่อง นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มครอสโอเวอร์ Hyundai Kona เข้ามาโชว์ตัวอีก 1 รุ่น เพื่อแสดงให้เห็นว่าไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในอนาคตของฮุนไดนั้น พร้อมจะก้าวสู่ยุคใหม่ในแบบไร้มลพิษ (ในอนาคต) ชนิดครบทุกเซกเมนท์

●   Hyundai Kona รุ่นพื้นฐาน นั้นเปิดตัวในช่วงปี 2017 โดยเป็นรถครอสโอเวอร์ขนาดซับ-คอมแพคท์รุ่นใหม่ที่มีตำแหน่งทางการตลาดต่ำกว่า SUV คอมแพคท์รุ่นพี่อย่าง Hyundai Tucson ชื่อรุ่นนำมาจากชื่อเกาะโคน่า ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะฮาวาย ในตลาดโลกเริ่มทำตลาดรุ่นพื้นฐานด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร และใช้เครื่องยนต์ดาวน์ไซส์ซิ่ง เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร ทำตลาดในยุโรป

●   ผ่านไปไม่ถึงปี ฮุนไดก็เปิดตัว Hyundai Kona Electric ออกมาให้เห็นกัน ตัวรถใช้พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 99 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 133 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 40.2 กก.-ม. เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิดลิเธียม-ไอออน โพลีเมอร์ ความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟใน 1 ชม. เท่ากับ 39.2 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระทางได้ประมาณ 300 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ส่วนรุ่นท๊อปนั้นจะขยับขึ้นไปใช้พละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 150 กิโลวัทท์ หรือเทียบเท่า 201 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 40.2 กก.-ม. เท่ากัน แบตเตอรี่แพคเพิ่มความจุเป็น 64 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 470 กม. นับว่าน่าประทับใจพอสมควรเมื่อเทียบกับขนาดตัวของรถ ทั้งคู่ถูกจำกัดความเร็วสูงสุดเอาไว้ที่ 167 กม./ชม.

●   โปรโมชั่น : รุ่นพร้อมจำหน่าย Hyundai H-1 และ Hyundai Grand Starex ยังคงเป็นรุ่นธงของฮุนไดในประเทศไทย แคมเปญพิเศษในงานนี้มี จองรถรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ส่วนผู้ที่จอง H-1 Elite หรือ Touring เพิ่มฟรีค่าบำรุงรักษา 30,000 กิโลเมตร… และหากใครอยากทดลองขับรถไฟฟ้า Hyundai IONIQ ก็สามารถติดต่อขอทดลองขับได้ภายในงาน

[[[   V I E W   :   H Y U N D A I   G A L L E R Y   ]]]

ISUZU

●   อีซูซุ นำรถรุ่นพิเศษที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้อย่าง Isuzu D-MAX Hi-Lander Stealth และ Isuzu V-Cross Max 4×4 ที่ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายในมาเป็นรุ่นเด่นบนพื้นที่ รุ่นแรก Isuzu D-MAX Hi-Lander Stealth ตัวถัง 4 ประตู จะมากับแพคเกจตกแต่งภายนอก Stealth Black Exterior กระจังหน้าใหม่ สเกิร์ตหน้าใหม่ ไฟตัดหมอกสีดำ ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว และกันชนท้ายใหม่ ภายในตกแต่งด้วยแพคเกจ Stealth Black Interior ใช้คู่สีแบบทูโทน เบาะกึ่งหนังแท้สีดำ และมีตราสัญลักษณ์ Stealth เพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่แผงข้างประตู

●   ด้านพละกำลัง D-MAX Hi-Lander Stealth จะมีทางเลือกเดียวโดดๆ กับรุ่นเครื่องยนต์ 1.9 Ddi Blue Power ส่วนสีภายนอกจะมี ดำ Australian Coal Black หรือสีขาวมุก Everest Pearl White ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 887,000 บาท ทั้งนี้ Isuzu D-MAX Hi-Lander รุ่นพื้นฐาน เครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 Ddi Blue Power จะมีการปรับโฉมให้ด้วยเช่นกัน ประกอบด้วย กันชนท้ายใหม่ ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่ พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย BOS หรือ Brake Override System ช่วยลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรค (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)

●   Isuzu V-Cross Max 4×4 มากับการตกแต่งใหม่ด้วยชุดแต่ง Max 4×4 ประกอบด้วย Bumper Ganish โทนเทาดำ รับกับกระจังหน้า, Front Bumper Guard แบบทูโทน, ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว สี Matt Black และกันชนท้ายโทนเทาดำ ส่วนห้องโดยสารมีเบาะนั่งกึ่งหนังแท้ทูโทน สีน้ำตาล-ดำ เดินด้ายสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักตราสัญลักษณ์ V-Cross, จอทัชสกรีนรุ่นใหม่ขนาด 8 นิ้ว, กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพด้านหน้าขณะขับ และมีระบบ Brake Override System ให้เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติเช่นกัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,064,000 บาท

●   รถแต่งพิเศษสำหรับจัดแสดงในปีนี้คือ Isuzu MU-X Blue Power คอนเซ็ปท์ Urban and Sporty Style กระจังหน้า, กันชนหน้า, หลัง และสเกิร์ตข้างใหม่ โดยกระจังหน้า, กระจกมองข้าง, มือจับประตู และคิ้วประตูท้ายจะเป็นสีมันเงา Glossy Black Chrome ตัดด้วยสติ๊กเกอร์จาก Oracal สี Paprika Orange รอบคัน และติดตั้งมฟิล์ม Lamina Digital CTX บนกระจกรอบคัน, ล้ออัลลอย NAYA รุ่น Techart ขนาด 10.5 x 22 นิ้ว สวมยาง TOYO ST3 ขนาด 265/40 R22 และชุดโหลดช่วงล่า

●   กิจกรรมในงาน : ลุ้นรับทองคำรวมมูลค่า 1,300,000 บาท, ถ่ายภาพ Stealth Step Dance, ประกวดภาพ Isuzu Photo Contest 2018, ลุ้นของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท ส่วนใครที่ชอบอะไรออกแนวบันเทิงๆ งานนี้จะมี บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์, ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา, เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์, เอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์, มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ และ ดีเจแจ็ค ไรเดอร์ สลับกันมาโชว์ตัวในงาน

[[[   V I E W   :   I S U Z U   G A L L E R Y   ]]]

JAGUAR LAND ROVER

●   อินช์เคป ประเทศไทย ตัวแทนจำหน่าย จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดตัวแลนด์โรเวอร์ 3 รุ่นใหม่ ประกอบด้วย Land Rover Discovery Sport รถ SUV ขนาดกลางในกลุ่มพรีเมียมแบบ 7 ที่นั่ง ราคาเริ่มต้นเพียง 3.499 ล้านบาท, Range Rover Sport Plug-in Hybrid ราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท และ Range Rover Plug-in Hybrid ราคาเริ่มต้น 8.999 ล้านบาท

●   ส่วนไฮไลท์ของจากัวร์คือ การปรับราคาจำหน่ายเริ่มต้นของ Jaguar F-Type ซึ่งจะจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 6 ล้านบาท จากเดิมที่จำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 6.999 ล้านบาท… นอกจากนี้ฝั่งแลนด์ โรเวอร์ ก็มีการปรับราคาจำหน่ายเริ่มต้นบางรุ่นเช่นกัน เริ่มที่ Range Rover Velar ราคาเริ่มต้น 4.9 ล้านบาท จากเดิม 5.999 ล้านบาท, Land Rover Discovery ราคาเริ่มต้น 5.5 ล้านบาท จากเดิม 6.499 ล้านบาท และ Range Rover Sport Plug-in Hybrid ราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท จากเดิม 7.399 ล้านบาท

●   โปรโมชั่น/กิจกรรม : อินช์เคป และบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีชาร์จ EA Anywhere บริการติดตั้ง Wallbox ในที่พักอาศัย และสาธารณะ จัดแคมเปญจองรถในกลุ่ม PHEV ฟรี กิฟท์ วาวเชอร์ ใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้า EA Anywhere มูลค่า 10,000 บาท, จอง Discovery Sport ในงาน ฟรีประกันภัยชั้น 1 และ Worry-Free Program ประกันนาน 5 ปี บริการซ่อมบำรุงฟรี 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี

●   จากัวร์มีกิจกรรม Jaguar Helmet Design Challenge สร้างผลงานศิลปะบนหมวกกันน็อคทีมนักแข่งจากัวร์ ลุ้นสัมผัสประสบการณ์ VIP ในรอบคัดเลือกระดับประเทศ ร่วมทริปกิจกรรม Jaguar Land Rover Experience ณ จังหวัดภูเก็ต 3 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง และรอบคัดเลือกระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ร่วมทริปเข้าชมงาน ABB FIA Formula E Championship 2019 ณ ฮ่องกง จำนวน 1 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง

[[[   V I E W   :   J A G U A R   L A N D   R O V E R   G A L L E R Y   ]]]

LAMBORGHINI

●   นับเป็นการเปิดตัวต่อสาธารณชนทั้งรถ และตัวแทนจำหน่ายใหม่ เรนาสโซ มอเตอร์ นำ Lamborghini Urus รถ SUV รุ่นแรกของลัมโบร์กินี มาจัดแสดงในงานนี้ พร้อมเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 23.42 ล้านบาท

●   Lamborghini Urus พัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม Volkswagen Group MLB ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มเดียวกับที่ใช้ใน Audi Q7, Bentley Bentayga, Porsche Cayenne และ Volkswagen Touareg ความยาวรวมตัวรถ 5.1 เมตร น้ำหนักตัว 2,200 กก. ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์บล็อคใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาเฉพาะรุ่น เบนซิน V8 ความจุ 4.0 ลิตร อัดอากาศด้วยทวิน-เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 650 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 86.6 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3.6 วินาที อัตราเร่งจาก 0 – 200 กม./ชม. 12.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 305 กม./ชม. แม้จะเป็น SUV แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นสปอร์ตพันธุ์ดุ

●   Urus ยังมีชุดระบบกันสะเทือนแบบ Adaptive สามารถใช้งานได้บนทุกสภาพถนนผ่านชุดระบบ Tamburo – Lamborghini driving dynamics control ซึ่งมีโหมดในการขับให้เลือก 6 แบบ ประกอบด้วย Strada สำหรับการขับทั่วไป, Sport ความเร็วสูง, Corsa (หรือ Race) ให้การตอบสนองที่เน้นสมรรถนะสูงสุด, Neve สำหรับการขับบนหิมะ, Terra สำหรับการขับแบบออฟ-โรด และ Sabbia สำหรับการขับแบบออฟ-โรดบนผืนทราย

●   ชุดระบบช่วยขับประเภท ADAS หรือ Advanced Driver Assistance Systems เบื้องต้นมีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ, เซ็นเซอร์หน้า/หลังสำหรับช่วยถอยจอด, ครูสคอนโทรล, ระบบ PreCongnition ช่วยป้องกันหรือบรรเทาความรุนแรงจากการปะทะ เสริมด้วยออปชั่นในกลุ่ม ADAS อาทิ กล้องสำหรับช่วยประมวลผลในการแสดงภาพ top-view และชุดระบบสำหรับพ่วงเทรลเลอร์ เป็นต้น

[[[   V I E W   :   L A M B O R G H I N I   G A L L E R Y   ]]]

LEXUS

●   เลกซัสมีการเปิดตัว Lexus RC รุ่นปรับโฉมใหม่เป็นครั้งแรกในงานนี้ ตัวรถมากับกันชนหน้าและคิ้วประตูหลังแบบรมดำ, กระจกมองข้างใหม่, ล้อ 18 นิ้วลายใหม่ และมีชุดไฟหน้าแบบ Ultra Compact 3-eye LED พร้อมไฟท้ายใหม่ทรง L ราคารุ่น RC 300 F-Sport 5,665,000 บาท ต่อด้วย Lexus ES เจนเนอเรชั่นที่ 7 ราคาเริ่มต้น 3,590,000 – 4,190,000 บาท

●   Lexus LS เจนเนอเรชั่น 5 มีทั้งไฮบริด เครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร จับคู่ชุดเกียร์ใหม่ Lexus Multi Stage Hybrid, เครื่องยนต์ใหม่ เทอร์โบชาร์จคู่ V6 ขนาด 3.5 ลิตร และรุ่นเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ราคาเริ่มต้นที่ 11,530,000 – 15,830,000 บาท ส่วนครอสโอเวอร์ Lexus NX ก็ยังคงมีทางเลือกทั้งรุ่นไฮบริด เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร หรือ เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ราคาเริ่มต้นที่ 2,930,000 – 4,450,000 บาท ปิดท้ายด้วยครอสโอเวอร์หรู Lexus RX ราคาเริ่มต้น 4,180,000 – 7,600,000 บาท

●   นอกจากนี้ยังมีรถที่ขายมาพักใหญ่อย่าง Lexus GS ราคา 4,930,000 – 8,110,000 บาท, Lexus IS ราคา 3,065,000 – 4,445,000 บาท ปิดท้ายด้วยน้องเล็กแฮทช์แบค Lexus CT ราคา 1,999,000 – 2,965,000 บาท

●   โปรโมชั่น : ข้อเสนอพิเศษภายในงาน จองรถรุ่นใดก็ได้ รับบัตรกำนัลห้องพักโรงแรมเรเนซองส์ พัทยา ส่วนผู้ที่จอง LS หรือ LC สามารถเลือกรับประสบการณ์พิเศษ Omakase course มิชลินสตาร์ จาก Ginza Sushi Ichi หรือ Wine Testing Course จาก เลอ กอร์ดอง เบลอ และผู้ถือที่บัตรเครดิตของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จองรถภายในงานด้วยบัตรที่ร่วมรายการ รับคะแนนสะสมสูงสุด 20 เท่า… ส่วนแพคเกจมาตรฐานจะมีการรับประกัน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับสิทธิ์เป็นสมาชิก Lexus Club รับสิทธิพิเศษจาก Lexus Elite Club ผ่าน Mobile Application

[[[   V I E W   :   L E X U S   G A L L E R Y   ]]]

MAZDA

●   ต่อเนื่องจากงาน Mazda ASEAN Design Forum 2018 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา มาสด้า ประเทศไทย นำรถต้นแบบ Mazda Vision Coupe ที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงในงานนี้ด้วย ความสำคัญของรถรุ่นนี้คือ การนำเสนอทิศทางงานออกแบบรถเจนเนอเรชั่นต่อไปของมาสด้านั่นเอง

●   อย่างไรก็ตาม มาสด้ายังไม่มีรถรุ่นใหม่เอี่ยมในช่วงนี้ ดังนั้นงานนี้จึงเน้นไปที่แคมเปญส่งเสริมการขายเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามาสด้ามีรถหลายรุ่นที่ยังคงน่าใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน

●   โปรโมชั่น : มาสด้าจัดแคมเปญพิเศษในชื่อ “Mazda Lover เหนือกว่าทุกเซอร์ไพรส์” เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงสิ้นสุดงาน Motor Expo ดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรีทุกรุ่น ประกอบด้วย Mazda2 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร, Mazda3 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร, Mazda CX-3 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร, Mazda CX-5 ดาวน์ 25% ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และ Mazda BT-50 ดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้น 5,900 บาท/เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

●   และข้อเสนอพิเศษนี้ มีผลที่โชว์รูมทั่วประเทศด้วย (พิเศษเฉพาะในงาน จองรถรับลำโพง BOSE เพิ่ม)

[[[   V I E W   :   M A Z D A   G A L L E R Y   ]]]

McLAREN

●   นิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแมคลาเรนอย่างเป็นทางการ เปิดตัว McLaren 600 LT สปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังตระกูล LT (Longtail) ในกลุ่ม Sport Series เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย 600 LT นับเป็นสปอร์ตลำดับที่ 4 ในกลุ่มนี้ และมีพละกำลังมากที่สุดในกลุ่มเดียวกัน พัฒนาต่อยอดโดยใช้วิศกรรมยานยนต์จากตัวแข่ง GT โดยเพิ่มความแรง ลดน้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก ด้านท้ายสูงขึ้น 47 มม. ตามแบบฉบับรถสปอร์ต Longtail

●   McLaren 600 LT มากับเครื่องยนต์ V8 ความจุ 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุดตามตัวเลขรหัส 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 63.1 กก.-ม. เทียบกับ 570S Coupe น้ำหนักตัวจะเบากว่า 96.4 กิโลกรัม จากการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ และการใช้แชสซีส์ MonoCell II คาร์บอนไฟเบอร์ที่มีน้ำหนักเบาลง 75 กิโลกรัม รวมทั้งล้ออัลลอยที่มีน้ำหนักเบาพิเศษ นิชคาร์นำเข้ามาเพียง 6 คันเท่านั้น ราคาเริ่มต้นที่ 24.7 ล้านบาท

●   นอกจากนี้บนพื้นที่ยังมีสปอร์ตอีก 2 รุ่นมาร่วมจัดแสดง ประกอบด้วย McLaren 720S และ McLaren 570 S Coupe

[[[   V I E W   :   M C L A R E N   G A L L E R Y   ]]]

MERCEDES-BENZ

●   เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดตัวสปอร์ตตัวแรงตระกูล AMG 2 รุ่นใหม่ในงานนี้ ประกอบด้วย Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ สปอร์ตเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง เทอร์โบชาร์จ 435 แรงม้า เกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G transmission พร้อมชุดระบบ EQ Boost เสริมกำลังเครื่องยนต์อีก 16 กิโลวัทท์ (ราว 21.4 แรงม้า) พร้อมระบบไฟฟ้าของรถมาตรฐานใหม่ แรงดันไฟฟ้า 48 โวลท์ ห้องโดยสารพิเศษกว่าตามแบบฉบับรถตระกูล 53 เช่น จอ HUD, มาตรวัดดิจิทัล 12.3 นิ้ว ทำงานร่วมกับ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller ผู้ขับสามารถปรับแต่งการแสดงผลบนมาตรวัดได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Classic, Sport และ Progressive, ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® surround sound system หรือ พวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel เป็นต้น

●   สำหรับระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลท์ เป็นหนึ่งในแนวคิดการปรับเปลี่ยนไปสู่ยุคของรถสมรรถนะสูงที่ใช้เครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่งสามารถรองรับระบบต่างๆ ของเครื่องยนต์ไฮบริด ทั้งโหมดบูสท์, การชาร์จพลังงานกลับเข้าไปยังแบตเตอรี่ขณะเบรค (recuperate), การสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า (load point shift), การขับเคลื่อนโดยใช้แรงเฉื่อยซึ่งเกิดจากการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้า (gliding) หรือการสลับการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยระบบ start/stop ที่ราบเรียบ… ราคาจำหน่าย 7,090,000 บาท

●   ต่อด้วย Mercedes-AMG GT S สปอร์ตรุ่นล่าสุดในตระกูล AMG GT โครงสร้างอลูมิเนียม spaceframe น้ำหนักเบา แรงด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบชาร์จคู่ 522 แรงม้า ท๊อปสปีด 310 กม./ชม. เกียร์ AMG SPEEDSHIFT DCT 7-Speed Sport transmission ช่วยลดระยะเวลาในการเปลี่ยนเกียร์ให้สั้นลง เกียร์ 3-7 รองรับการขับสไตล์สปอร์ตด้วยการติดตั้งปุ่มชิฟท์เกียร์สีเงินที่พวงมาลัย และมีระบบ AMG RIDE CONTROL โครงสร้างปีกนก 2 ชั้นช่วยรักษาสมดุลของล้อ และติดสปริงไว้ด้านบน โหมด AMG DYNAMIC SELECT เลือกได้ 5 โหมด Comfort, Sport, Sport+, RACE และ Individual… ราคาจำหน่าย 14,900,000 บาท

●   นอกจากนี้เมอร์เซเดสยังโชว์แนวคิดในการผลิตรถกรีนในอนาคตด้วยการจัดแสดงรถต้นแบบ Mercedes-Benz Concept EQA ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา พร้อมโหมดการขับ 2 รูปแบบ คือ Sport และ Sport Plus ที่สามารถปรับเปลี่ยนแรงบิดที่ส่งไปยังล้อหน้า/หลังในอัตราที่แตกต่างกัน โดยกระจังหน้าแบบเสมือนจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปตามโหมดการขับ เช่น โหมด Sport กระจังหน้าจะแสดงภาพปีกติดเปลวเพลิงในแนวนอน ในขณะที่โหมด Sport Plus จะแสดงภาพเป็นซี่แนวตั้งสไตล์กระจังหน้า Panamericana ที่เราคุ้นตากันดี

●   เมอร์เซเดสระบุว่า ชุดระบบขับเคลื่อนต้นแบบใน Concept EQA สามารถวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 400 กม. โดยในการใช้งานในโลกจริง ตัวแปรเกี่ยวกับระยะทางจะขึ้นอยู่กับความจุของแบตเตอรี่แพค (และวิธีการขับของผู้ขับด้วย) ซึ่งเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ที่ใช้ใน EQA จะเป็นแบบเซลล์กระเป๋า (Pouch Cell) ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัทย่อยของเดมเลอร์: ดอยท์ช แอคคิวโมทิฟ (Deutsche ACCUMOTIVE) และออกแบบแพคเกจเซลล์แบตเตอรี่ในแบบโมดูลาร์ เบื้องต้นแบตเตอรี่แพคชุดนี้จะมีความจุ หรือความสามารถในการจ่ายไฟภายใน 1 ชม. มากกว่า 60 กิโลวัทท์-ชม. (kWh)

●   โปรโมชั่น : Mercedes-Benz GLC 250 d 4MATIC ทั้งรุ่น AMG Dynamic และ OFF-ROAD ดอกเบี้ย 0% นาน 4 ปี หรือร่วมโปรแกรม mySTAR SPECIAL ผ่อน 1% ของราคารถ เมื่อซื้อรุ่นอื่นๆ ปิดท้ายด้วยฟรี iPhone XS Max 256 GB (จำนวนจำกัด) สำหรับผู้ที่ซื้อรุ่นรถที่ร่วมรายการ 7 รุ่น ได้แก่ CLA 200 Urban, CLA 250 AMG Dynamic, E 350 e Avantgarde, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic, GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD หรือ GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic

[[[   V I E W   :   M E R C E D E S   G A L L E R Y   ]]]

MG

●   เอ็มจี ประเทศไทย โชว์ตัวรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้า MG E-Motion Concept รถสปอร์ต 2 ประตู 2+2 ที่นั่ง ประตูปีกนก หลังคาลาดตามแบบฉบับรถคูเป้แบบดั้งเดิม จุดเด่นคือด้านหน้าที่เป็นการพรีวิวทิศทางงานออกแบบใหม่ของ MG รุ่นอื่นๆ ชุดโคมไฟหน้าออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากชิงช้าสวรรค์ยักษ์ ลอนดอน อาย ไฟวิ่งกลางวันที่วางช้อนด้านล่างเป็นแนวยาวจากด้านหน้าไปจนถึงซุ้มล้อ สื่อถึงแม่น้ำเทมส์ที่รองรับลอนดอน อาย อยู่เบื้องล่าง

●   เอ็มจียังไม่มีรายละเอียดสเปคในเวลานี้ แต่ระบุว่าชุดระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่เอ็มจีเรียกว่า “Black Technologies” จะมีประสิทธิภาพในระดับเร่งความเร็วจาก 0 -100 กิโลเมตรภายในเวลาเพียง 4 วินาที และมีระยะทางในการขับเคลื่อนต่อการชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้งถึง 500 กิโลเมตร

●   รุ่นพร้อมจำหน่ายมี MG 3 Limited Edition ที่เปิดตัวไปก่อนหน้าไม่นานนัก ตัวรถใช้ MG 3 รุ่น X สีขาวมาอัพเกรดด้วยหลังคาสีดำ เพิ่มสปอยเลอร์หลังและเสกิร์ตข้าง ผลิตจำนวนจำกัด 100 คัน

●   โปรโมชั่น : สำหรับผู้ที่จองรถในงานหรือที่โชว์รูมระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 เริ่มที่โปรแกรมขับฟรี 90 วัน (ทุกรุ่น) ภายใต้เงื่อนไขดาวน์ 15% ขี้นไป, ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจดาวน์ 0 บาท ผ่อนชำระสูงสุด 84 เดือน, พนักงานที่มีรายได้ประจำดาวน์เริ่มต้น 10% ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน, นักศึกษาจบใหม่ รับส่วนลดมูลค่า 50,000 บาท (MG 3) และรถทุกรุ่นรับฟรี ชุดพรมปูพื้น, ประกันภัยชั้นหนึ่ง, พ.ร.บ. นาน 1 ปี

[[[   V I E W   :   M G   G A L L E R Y   ]]]

MITSUBISHI

●   มิตซูบิชิ ประเทศไทย แน่นอนว่ารุ่นเด่นต้องเป็น Mitsubishi Triton รุ่นปรับโฉมใหม่ กระจังหน้าใหม่สไตล์ Dynamic Shield ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา และเริ่มขายจริงในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 รุ่นย่อยมีให้เลือกจุใจถึง 19 รุ่น แบ่งเป็นโฉมเดิมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 4 รุ่นและโฉมใหม่ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 15 รุ่น ราคาเริ่มต้นที่ 654,000 – 1,099,000 บาท

●   ต่อด้วย Mitsubishi Pajero Sport Elite Edition รุ่นพิเศษรับ Motor Expo ปีนี้ เบื้องต้นมีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 2 สี ดำ Jet Black Mica หรือสีขาว White Pearl โดยรุ่นสีดำ Jet Black Mica เน้นการตกแต่งในสไตล์สปอร์ต โดยเพิ่มความดุด้วยอุปกรณ์ที่มีตราสัญลักษณ์ Pajero Sport บนฝากระโปรงด้านหน้า, กระจังหน้าสีดำ, ชุดแต่งใต้กันชนหน้า/หลังสีดำ, ราวหลังคาสีดำ, สปอยเลอร์หลังสีดำ, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส และล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนรุ่นขาวมุก White Pearl จะให้ภาพลักษณ์ความหรูหรา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้ตัวถังสีขาวมุกตัดกับหลังคาสีดำ Jet Black Mica และจะมากับอุปกรณ์ตกแต่งรอบคันด้วย รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 1,459,000 บาท ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1,574,000 บาท

●   โปรโมชั่น : มิตซูบิชิใช้พื้นที่ในวันนี้เปิดตัวบริการใหม่ “เราดูแล คุณแค่ขับ” ประกอบด้วย Genuine Service: บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง, Genuine Parts: อะไหล่แท้ราคามาตรฐาน, Genuine Technicians: บริการโดยทีมงานผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมโดย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย), Genuine Performance: บริการเพื่อคงคุณภาพรถให้คงสมรรถนะ และ Genuine Network & Accessibility: สะดวกขึ้นด้วย M-Drive แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการจากเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ

●   สำหรับข้อเสนอพิเศษ มีอาทิ ชุดแต่ง Triton ลดพิเศษ 10% จากราคาปกติ, Xpander เลือกรับแพคเกจอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมส่วนลด 10% จากราคาปกติ และ Pajero Sport เลือกแพคเกจชุดแต่งพิเศษพร้อมส่วนลด 40% จากราคาปกติ

[[[   V I E W   :   M I T S U B I S H I   G A L L E R Y  ]]]

NISSAN

●   หลัง การเปิดตัวแบบเสมือนผ่าน VR เป็นครั้งแรกในไทย ในที่สุดนิสสันก็นำ Nissan Teana ใหม่มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานนี้ Teana ใหม่มากับภายนอกและภายในใหม่ และมีชุดระบบความปลอดภัย Nissan Intelligent Mobility ที่มาแบบครบๆ เครื่องยนต์มี 2 ทางเลือก ประกอบด้วยเบนซินรหัส MR20DE แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร และเครื่องยนต์รหัส QR25DE แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 2.5 ลิตร ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 1,339,000 – 1,674,000 บาท

●   สำหรับแฟนสปอร์ตพันธุ์แรง บนพื้นที่ยังมี Nissan GT-R Premium Edition 2018 มาจัดแสดงด้วย

●   ส่วนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Nissan Leaf งานนี้นิสสันเปิดจองแล้ว ราคาจำหน่าย 1,990,000 บาท พร้อมส่งมอบในเดือนเมษายน 2562 รับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รับประกันระบบไฟฟ้าของรถ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

●   โปรโมชั่น : จองรถรุ่นใดก็ได้ในงาน รับดอกเบี้ยพิเศษ ฟรีประกันภัยชั้น 1 หรือผ่อนชำระแบบกำหนดเองภายใต้โปรแกรม Nissan Easy Pay ต่อด้วยแคมเปญใหญ่ “ลุ้นพาครอบครัวท่องโลกนาซ่า” สำหรับผู้ที่จองหรือซื้อรถระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2561 รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลแพคเกจท่องเที่ยวนาซ่า 10 วัน แต่ละรางวัลให้สิทธู้ร่วมผู้เดินทาง 3 คนต่อ 1 รางวัล (จำนวน 5 รางวัล) รวมรางวัลมูลค่า 4,650,000 บาท

[[[   V I E W   :   N I S S A N   G A L L E R Y   ]]]

PORSCHE

●   ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว SUV ไซส์คอมแพคท์ Porsche Macan รุ่นปรับโฉมใหม่ เป็นไฮไลท์บนพื้นที่ ตัวรถมากับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 252 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพียง 12.3 กิโลเมตร/ลิตร อุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการเพิ่มเติมได้แก่ ไฟหน้า LED, ชุดระบบอินโฟฯ Porsche Communication Management รุ่นล่าสุด ทำงานผ่านจอทัชสกรีนใหม่ขนาด 10.9 นิ้ว, เซ็นเซอร์หน้า-หลังพร้อมกล้องสำหรับช่วยถอยจอด, เบาะแบบ comfort ปรับ 14 ทิศทางพร้อมฟังก์ชั่นจดจำการตั้งค่า, ระบบช่วยเตือนเมื่อเปลี่ยนเลน และมีระบบปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบแยกโซนระหว่างผู้ขับและผู้โดยสาร

●   ปอร์เช่ยังฉลอง 25 ปีในประเทศไทยด้วยการจัด Macan Premium Package ให้ ประกอบด้วยเครื่องเสียง BOSE® Surround Sound System, ฟังก์ชั่นเชื่อมต่อ iOS ผ่าน Apple CarPlay, ไฟ Ambient Lighting ในห้องโดยสาร, ม่านบังแสงอัตโนมัติ Mechanical Sunblinds และกระจกมองหลังแบบปรับแสงอัตโนมัติ Auto Dimming Mirrors พร้อมราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 4.8 ล้านบาท

●   รุ่นอื่นๆ บนพื้นที่ยังมี Porsche Cayenne E-Hybrid, Porsche 911 Carrera 4 GTS, Porsche 718 Boxster, Porsche 718 Cayman, Porsche Panamera 4 E-Hybrid และ Porsche Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo ปิดท้ายด้วยการจัดแสดงสปอร์ตพลังไฟฟ้าแห่งอนาคตที่เตรียมจำหน่ายจริงในตลาดโลก Porsche Mission E ขนาด 1:3 ผ่านเทคโนโลยีเสมือน Augmented Reality หรือ AR ซึ่งโมเดลของรถรุ่นนี้จะพาผู้ชมเข้าสู่โลกของ E-Performance เพื่อเตรียมตัวรับการมาถึงของ Porsche Taycan ในปี 2020 นี้

●   การจัดแสดง Missin E แบบ AR นี้ จะมีขึ้นทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งไทยเราคือจุดหมายปลายทางที่ 2 ต่อจากการจัดแสดงที่กิจกรรม E-Performance Nights ประเทศมาเลเซีย

[[[   V I E W   :   P O R S C H E   G A L L E R Y   ]]]

ROLLS-ROYCE

●   โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก เปิดตัวรถ SUV สุดหรูรุ่นแรกของแบรนด์โรลส์-รอยซ์อย่าง Rolls-Royce Cullinan ในวันนี้ คันจริงเผยโฉมที่กู๊ดวูดไปเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา โดยชื่อของ Cullinan นำมาจากเพชรขนาดใหญ่ “คัลลิแนน” ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 3,000 กะรัท นับเป็นเพชรที่ล้ำค่าที่สุดในหมู่เพชรด้วยกันเอง โรลส์-รอยซ์ตั้งใจสื่อว่า Cullinan นั้นแตกต่างจากรถรุ่นอื่นๆ ในกลุ่มอัลตร้าลักชัวรี่ทุกรุ่นที่เริ่มจำหน่ายมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็น Bentley Bentayga หรือ Lamborghini Urus ก็ตาม

●   Cullinan เป็นรถ SUV หรูขนาดฟูลไซส์ ที่พัฒนาขึ้นบนแชสซีส์ อลูมิเนียม สเปซเฟรม เด่นด้วยชุดระบบกันสะเทือนแบบถุงลม Magic Carpet Ride ใช้งานได้ทั้งออน/ออฟ-โรด ผู้ขับสามารถสลับโหมดในการขับด้วยการกดปุ่ม “Everywhere” เพียงครั้งเดียว ชุดช่วงล่างทั้งหมดก็จะสลับโหมดจากออน-โรด เป็นออฟ-โรด ให้โดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติม

●   ห้องโดยสารมากับเลย์เอาท์แบบ 5 ที่นั่ง ตกแต่งในลักษณะแฮนด์คราฟท์เช่นเดียวกับโรลส์-รอยซ์ทุกรุ่น มาตรวัดฟูลดิจิทัลแสดงผลเป็นแบบเข็ม คมชัดและเหมือนจริง จอกลางแบบไวด์สกรีนวางอยู่ในระดับเดียวกับมาตรวัดหลังวงพวงมาลัยเพื่อให้ผู้ขับละสายตาจากท้องถนนน้อยที่สุด ส่วนนาฬิกาอนาล็อกอันเป็นเอกลักษณ์ ถูกย้ายไปติดตั้งที่คอนโซลหน้าฝั่งผู้โดยสาร ด้านท้ายมีลูกเล่นใหม่ ประตูท้ายแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งโรลส์-รอยซ์เรียกมันว่า “The Clasp” เมื่อกดปุ่มที่กุญแจ ฝาท้ายทั้ง 2 ส่วนบน-ล่างจะเปิดแยกออกจากกันด้วยความนุ่มนวล ส่วนล่างซึ่งมีความสูงน้อยกว่าจะช่วยรองรับการวางสัมภาระให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยในการปิดฝาท้ายนั้น ทั้งส่วนบนและส่วนล่างสามารถแยกปิดได้ทีละส่วนด้วยการกดปุ่มบนฝาแต่ละชิ้น เสริมด้วยออปชั่นพิเศษ “Viewing Suite” ซึ่งเป็นที่นั่งพิเศษสำหรับชมวิวทางด้านท้ายรถ ประกอบด้วยเบาะหนังคู่ระบบไฟฟ้า และโต๊ะค๊อคเทลกลาง ทำงานโดยอัตโนมัติผ่านปุ่มควบคุม

●   พละกำลังมาจากเครื่องยนต์บล็อคเดียวกันกับ Phantom ตามข้อมูลเดิม โดยเครื่องเบนซิน V12 เบนซิน ความจุ 6.75 ลิตร ที่อัดอากาศด้วยทวิน-เทอร์โบชาร์จ และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะของ ZF ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมกับกายภาพของรถ กำลังสูงสุดผลิตได้ 563 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 86.6 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำสุดๆ เพียง 1,600 รอบ/นาที โดยการหมุนล้อทั้ง 4 เป็นแบบ all-wheel drive

●   โรลส์-รอยซ์เปิดราคาจำหน่าย Cullinan เริ่มต้นที่ 32.9 ล้านบาท

[[[   V I E W   :   R O L L S – R O Y C E   G A L L E R Y   ]]]

SUBARU

●   ซูบารุ เปิดตัว SUV ขนาดคอมแพคท์รุ่นใหม่ล่าสุด 2019 Subaru Forester เจนเนอเรชั่นที่ 5 ตัวรถมากับความเปลี่ยนแปลงในทุกจุด ไฟหน้า, กระจังหน้า, กรอบไฟตัดหมอกทรงตั้งแบบใหม่, ไฟท้าย 2 ชั้นทรง C, กันชนท้าย และการ์ดหน้า/หลังทรงใหม่ โดยมันถูกพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม Subaru Global Platform ที่ใช้งานอยู่ใน Subaru Impreza และ Subaru Crosstrek รุ่นล่าสุด

●   ห้องโดยสารปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ทั้งหมดในลักษณะเดียวกับ Subaru Impreza แผงแดชบอร์ดทั้งแผงดูทันสมัยขึ้น ช่องแอร์กลางปรับทรงเป็นแนวตั้ง ประกบคู่จอแสดงผลส่วนกลาง เน้นความชัดเจนของรูปทรงใหม่ด้วยกรอบสีเงิน จอแสดงผลแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนบนซึ่งมีขนาดเล็กกว่าจะใช้แสดงผลข้อมูลรถ ส่วนจอขนาดใหญ่ทางด้านล่างจะใช้แสดงผลชุดระบบเอนเตอร์เทนเมนท์เป็นหลัก ส่วนชุดระบบความปลอดภัยพร้อมระบบช่วยขับ มากับแพคเกจ Subaru EyeSight Driver Assist

●   เครื่องยนต์ใหม่รหัส FB25 แบบ 4 สูบนอน Boxer ความจุ 2.5 ลิตร มากับเทคโนโลยีอาทิ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงตรง และระบบควบคุมวาล์วแบบแอคทีฟ AVCS (active valve control system) จับคู่เกียร์ 7 จังหวะ CVT เทียบกับรุ่นก่อนหน้ากำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 182 แรงม้า (+6 แรงม้า HP) แรงบิดสูงสุดเพิ่มเป็น 24.3 กก.-ม. (+1 กก.-ม.) ชุดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full Time Symmetrical AWD เพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบกระจายแรงบิด Active torque vectoring พร้อมฟังก์ชั่นช่วยฝ่าอุปสรรคบนทางออฟ-โรดด้วยระบบ X-Mode

●   ทั้งนี้ Subaru Forester จะมีการผลิตภายในประเทศไทย และจะเริ่มจำหน่ายในเดือนมีนาคม 2562 ผู้ที่จองรถในงานนี้ 99 คนแรกจะได้รับโอกาสเยี่ยมชมโรงงานผลิตหลังจากที่รถที่สั่งจองไว้นั้นผลิตเสร็จแล้ว

[[[   V I E W   :   S U B A R U   G A L L E R Y   ]]]

SUZUKI

●   ซูซูกิ ประเทศไทย นำ Suzuki Swift Sport รุ่นแต่งพิเศษจากญี่ปุ่นมาจัดแสดงในงาน พร้อมด้วย Suzuki Swift รุ่นแต่งพิเศษ Swift AFF Suzuki Cup 2018 edition ต้อนรับการแข่งขันฟุตบอล AFF Suzuki Cup

●   อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ การจัดแสดง Suzuki Swift ที่ผ่านการเข้ารอบชิงชนะเลิศ 5 คัน จากผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 440 คันทั่วประเทศ ในการประกวด Suzuki Swift Phenomenon โดยผู้เข้าร่วมชมงานสามารถมีส่วนร่วมในการลงคะแนนผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อค้นหาผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1 และจะมีการประกาศผลรางวัลชนะเลิศในวันที่ 10 ธันวาคม 2561 ที่บูธรถยนต์ Suzuki ภายในงาน

●   โปรโมชั่น/กิจกรรม : ลุ้นรางวัลใหญ่ Suzuki Swift GLX-Navi AFF Suzuki Cup 2018 Edition 1 คัน และ iPhone Xs Max 512 GB จำนวน 5 เครื่อง เพียงทดลองขับรถซูซูกิรุ่นใดก็ได้ รับคูปอง 1 ใบ ลุ้นรางวัลใหญ่, จองรถในงานรับคูปองเพิ่มอีก 6 ใบ เพียงแสดงความคิดเห็นว่าทีมชาติใดจะได้เป็นแชมป์ในศึก AFF Suzuki Cup 2018 จับรางวัลหาผู้โชคดีในวันที่ 15 มกราคม 2562

●   แคมเปญพิเศษทุกรุ่น หลักๆ ประกอบด้วย เลือกรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง หรือขับฟรี 90 วัน พร้อมดอกเบี้ยต่ำ บัตรเงินสดเติมน้ำมัน ปตท. ประกันภัยชั้น 1 และโปรแกรมช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistant Program บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก บริษัท เอ ดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ฟรีเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยรายละเอียดแต่ละรุ่นจะต่างกันเล็กน้อยตามระดับราคารถ

[[[   V I E W   :   S U Z U K I   G A L L E R Y   ]]]

TATA

●   ทาทา มอเตอร์ส ยังทำตลาดในบ้านเรา ปีนี้มากับจัดแคมเปญส่งท้ายปี มีผลวันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดย TATA Xenon CNG+ HD ตอนเดียว ราคาพิเศษ 399,000 บาท ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี, TATA Xenon 150NX-PERT รับส่วนลดและของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 ราคาเริ่มต้น 429,000 บาท, TATA Xenon 150NX-TREME 4×2 และ 150NX-PLORE 4WD รับส่วนลดและของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 ราคาเริ่มต้น 589,000 บาท

●   ส่วนรถพาณิชย์ TATA Super ACE Mint ราคาพิเศษ 365,000 บาท + ส่วนลดและของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 ปิดท้ายด้วยรถบรรทุก 6 ล้อ TATA Ultra รับส่วนลดและของสมนาคุณมูลค่าสูงสุด 40,000 บาท รุ่นฐานล้อสั้น 3.92 เมตร ราคา 894,000 บาท และรุ่นฐานล้อยาว 4.53 เมตร ราคา 899,000 บาท

THAIRUNG

●   ไทยรุ่ง ทำตลาดมินิบัส เปิดตัว TR Traveller ในงานนี้ พร้อมเน้นจุดเด่นผลิตภัณฑ์ไปที่ความแข็งแกร่งของตัวรถ ห้องโดยสารกว้าง ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไหล่ เนื่องจากสามารถนำรถเข้าศูนย์อีซูซุได้ทั่วประเทศ นอกจากนี้ตัวรถยังผ่านมาตรฐานอย่างถูกต้องตามกฏของกรมขนส่งทางบกด้วย

●   TR Traveller มากับตัวถังความยาว 7 เมตร รองรับการขนส่งผู้โดยสารได้ 20 ที่นั่ง ตัวรถใช้แชสซีส์และเครื่องยนต์ Isuzu Super Common Rail Direct Injection Turbo Intercooler รหัส 4HK1-TCN ความจุ 5.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ชุดเพลาหน้าแบบรีเวอร์ส เอลเลียต ไอ-บีม, ชุดเพลาหลังแบบแบนโจ เพลาลอย เฟืองไฮปอยด์ ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบแหนบแผ่นรูปโค้งวงรี มีช๊อคฯ ทรงกระบอกทำงาน 2 จังหวะเสริมกันโคลง ระบบเบรคไฮดรอลิคพร้อมหม้อลมช่วยเสริมแรงเบรคแบบสูญญากาศ เบรค ABS ห้องโดยสารใช้ระบบปรับอากาศของ Denso

●   ใครสนใจสั่งจองได้ในงาน ราคาเริ่มต้น 2.15 ล้านบาท พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเฉพาะงานนี้

[[[   V I E W   :   T H A I R U N G   G A L L E R Y   ]]]

TOYOTA

●   ไฮไลท์ของโตโยต้า ประเทศไทย ในปีนี้ คือซีดานหรูขนาดกลางที่หลายคนรอคอยอย่าง Toyota Camry ซึ่งพัฒนาขึ้นบทแพลทฟอร์มใหม่ และมีการเปิดตัวไปก่อนหน้าไม่นานนัก พร้อมทั้งมีการจัดงาน ทดลองขับในอีกไม่กี่วันต่อมา การจำหน่ายแยกเป็น 4 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้นที่ 1,445,000 – 1,799,000 บาท

●   ต่อด้วย Toyota C-HR ที่เป็นผลงานความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และอาดิดาส ประเทศญี่ปุ่น พร้อมผลิตสินค้าในกลุ่มพิเศษ C-HR Adidas Inspired Design ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถซื้ออุปกรณ์ตกแต่งในแบบและสีที่ตัวเองต้องการได้ นอกจากนี้ผู้ที่ซื้อ Toyota C-HR รุ่นใดก็ได้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 รับทันที C-HR I Adidas Set Japan Limited Edition ทันที โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 1,200 ชุดเท่านั้น

●   ปิดท้ายด้วย SUV ยอดนิยม Toyota Fortuner TRD Sportivo เพิ่มชุดแต่งรอบคัน, หลังคาแต่งด้วยฟิล์มดำแบบ Black Top, ล้ออัลลอย TRD ขนาด 20 นิ้วสีทูโทน, คิ้วประตูท้ายสีดำเมทัลลิค, ตราสัญลักษณ์ TRD Sportivo, ท่อไอเสีย TRD สแตนเลส และมีฟังก์ชั่นประตูท้ายเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟส่องสว่างตราสัญลักษณ์ TRD ห้องโดยสารมากับเบาะหนังคู่หน้าสีดำสลับแดง เดินด้ายแดง ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, มาตรวัดเรืองแสง Optitron สีแดงลายคาร์บอนเคฟลาร์ พร้อมสัญลักษณ์ TRD, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio มีพาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง 11 ลำโพง, จอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว, ระบบนำทางรองรับการใช้งาน T-Connect, เครื่องเล่น DVD, Bluetooth, กล้องมองหลัง, ปุ่ม Push Start พร้อมสัญลักษณ์ TRD, Smart Key พร้อมสัญลักษณ์ TRD, ชุดพรมเข้าชุดทั้งคัน TRD Sportivo ปิดท้ายด้วย Scuff Plate พร้อมตราสัญลักษณ์ TRD แบบเรืองแสง ราคาเริ่มต้น 1,699,000 – 1,789,000 บาท

●   โปรโมชั่น : มีอาทิ Yaris ดาวน์ต่ำ ฟรีประกันภัยชั้น 1 ขับฟรี 90 วัน, Vios ผ่อนเริ่มต้น 7,000 บาท ฟรีประกันภัยชั้น 1 ขับฟรี 90 วัน, Altis ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 25% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน หรือประกันภัยชั้น 1, Camry ดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% เมื่อดาวน์ 20% ขึ้นไป ผ่อนนาน 48 เดือน หรือผ่อนเริ่มต้น 17,000 บาท พร้อมรับ Ultimate Ownership Package ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพจาก 3 เป็น 5 ปี ฟรีค่าแรงเช็คระยะจนถึง 100,000 กม. ส่วนรุ่นไฮบริด ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี (ช่วงปีที่ 6-10) รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันมูลค่ารถยนต์ไฮบริดในอนาคต

●   Revo มีอาทิ (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) ดาวน์ต่ำ ผ่อนสบาย ขับฟรี 90 วัน, ดาวน์ต่ำ ไม่ต้องมีผู้ค้ำ ขับฟรี 90 วัน, ผ่อนเริ่มต้นต่ำ ประกันภัยชั้น 1 และขับฟรี 90 วัน

●   ยังมีข้อเสนอพิเศษจาก โตโยต้า ชัวร์ ที่มาจัดแสดงรถใช้แล้วรับรองคุณภาพกว่า 400 คันด้วย ทุกคันผ่านมาตรฐานการตรวจเช็ค 210 จุด พร้อมรับประกันคุณภาพ 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร บริการเช็คระยะฟรี 2 ครั้ง และบริการฉุกเฉินช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “ประมูลรถจัดแสดง เลขไมล์น้อย” ราคาพิเศษ ทุกวัน 12 วัน 18 คัน

[[[   V I E W   :   T O Y O T A   G A L L E R Y   ]]]

VOLVO

●   วอลโว่มากับไฮไลท์ใหม่ SUV หรูรุ่นล่าสุด Volvo XC90 Excellence เสริมด้วยรถในกลุ่ม Inscriptions ประกอบด้วย Volvo XC60, XC90 และ S90 กลุ่มรุ่นแต่งพิเศษ R-Design ประกอบด้วย XC60, XC90, S90 และ SUV ไซส์คอมแพคท์รุ่นล่าสุด Volvo XC40

●   โปรโมชั่น : แคมเปญ Your Volvo Dream สิทธิพิเศษและส่วนลดสำหรับผู้ที่จองรถภายในงาน รวมทั้งโชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ พร้อมบริการ Volvo Premium Service Program แพคเกจบริการเอ็กซ์คลูซีฟแบบครบวงจร อาทิ บริการบำรุงรักษานาน 5 ปี รับประกันคุณภาพ 5 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

[[[   V I E W   :   V O L V O   G A L L E R Y   ]]]


 

Bridgestone Turanza