Toyota Hilux Revo Smart Cab 4×2 2.4E ลองความประหยัดของเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
November 4, 2018
Motortrivia Team (4049 articles)

Toyota Hilux Revo Smart Cab 4×2 2.4E ลองความประหยัดของเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

Press Release

 

●   โตโยต้า ไฮลักซ์ เริ่มทำตลาดในปี 1968 ต่อเนื่องถึงปัจจุบันเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 8 เปิดตัวในปี 2015 ในชื่อ ไฮลักซ์ รีโว่ และเป็นรุ่นที่ 2 ของโครงการ IMV หรือ Innovative International Multi Purpose Vehicle สำหรับรุ่นที่ได้ทดลองขับครั้งนี้ เป็นรุ่นเกียร์ 6 จังหวะ เปิดตัวช่วงต้นเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา เน้นการทดสอบความประหยัดทั้งในรุ่นเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ มีรถหลากหลายรุ่นย่อย ทั้งตอนเดียว สมาร์ทแค็บ และดับเบิลแค็บ มีทั้งขับรถเปล่าและเพิ่มน้ำหนักบรรทุก ใช้เส้นทางพิษณุโลก-ขอนแก่น ระยะทางประมาณ 330 กิโลเมตร


คุณกวิน เตชะวิเศษ ผู้จัดการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์


เกียร์ 6 จังหวะ คงสมรรถนะ เพิ่มความสบายและความประหยัด

●   เริ่มต้นกิจกรรมด้วยการฟังบรรยายรายละเอียดผลิตภัณฑ์โดย คุณกวิน เตชะวิเศษ ผู้จัดการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ และ คุณธิติพันธ์ ศรีมหาลาภ ที่ปรึกษาอาวุโส Toyota Education & Training บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เจาะลึกกันตั้งแต่แชสซีส์ของรถ ที่เพิ่มความแข็งแกร่งของเฟรม เพิ่มขนาดพื้นที่หน้าตัดของเฟรมด้านข้าง รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มพื้นที่ของฝาครอบกันกระแทกด้านล่าง เน้นรองรับงานบรรทุกหนักด้วยการเพิ่มความแข็งแรงของกระบะหลัง เพิ่มโครงสร้างรับน้ำหนักด้านล่าง เพิ่มความแข็งแรงของข้อต่อรับน้ำหนักฝาท้าย รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้างกระบะฝาท้าย


คุณธิติพันธ์ ศรีมหาลาภ ที่ปรึกษาอาวุโส Toyota Education & Training บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด


●   เครื่องยนต์รหัส 2GD-FTV ดีเซลคอมมอนเรล ไดเร็คอินเจ็คชั่น 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VN Turbo ความจุ 2,393 ซีซี กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที รุ่นเกียร์ธรรมดามีแรงบิดสูงสุด 35 กก.-ม. ที่ 1,400-2,800 รอบต่อนาที ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติมีแรงบิดสูงสุด 40.76 กก.-ม. ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที ในรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ รหัส RC60 ปรับอัตราทดเกียร์ 1-2-3 และ 5 ให้สูงขึ้น เพื่อรองรับการบรรทุกหนัก ส่วนเกียร์ 4 ยังเป็นเกียร์ตรง อัตราทด 1.000 เหมือนเดิม และเพิ่มเกียร์ 6 ที่มีอัตราทดต่ำเพื่อลดรอบเครื่องยนต์เมื่อใช้ความเร็วสูง ลดการสึกหรอและลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

●   จากทดสอบด้วยไฮลักซ์ รีโว่ สมาร์ท แค็บ 2.4 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.52 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันที่ใช้เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 14.17 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ตำแหน่งเกียร์ถอยหลังของรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ อยู่ด้านซ้ายของเกียร์ 1 เพื่อป้องกันการเข้าเกียร์ผิดระหว่างเกียร์ 1 กับเกียร์ถอยหลัง จึงมีการออกแบบกลไกป้องกันไว้ในชุดเพลาก้ามปู เพื่อเตือนให้ผู้ขับทราบ ถ้าผู้ขับจะเข้าเกียร์ถอยหลัง ช่วงแรกที่โยกคันเกียร์เลยจากตำแหน่งเกียร์ 1 จะรู้สึกถึงแรงต้านเล็กน้อย และเมื่อโยกคันเกียร์เลยจากตำแหน่งนี้ไป ก็จะเข้าร่องเกียร์ของตำแหน่งเกียร์ถอยหลัง ซึ่งจะเข้าเกียร์ได้ง่ายตามปกติ

●   ปัจจุบันโตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถรายแรกและรายเดียวที่ติดตั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ในรถปิกอัพรุ่นมาตรฐาน โดยเป็นเกียร์รุ่น AC60E มาพร้อมระบบ Sequential Shift มีตำแหน่ง +/- ผู้ขับเลือกเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้เองเมื่อความเร็วเหมาะสม ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องใช้รถในเมืองที่สภาพการจราจรติดขัด เพิ่มความสะดวกสบาย ลดความเครียดและความเหนื่อยล้า ทั้งการใช้งานในเชิงธุรกิจและใช้งานส่วนตัว เกียร์รุ่นนี้มีในทุกรุ่นย่อยตั้งแต่รุ่นมาตรฐานถึงดับเบิลแค็บ เพิ่มความสะดวกสบายในสภาพการจราจรติดขัด ขนาดชุดเกียร์กะทัดรัด มีความยาวของชุดเกียร์ 811.4 มิลลิเมตร เทียบกับรุ่นเดิม 5 จังหวะ A750E มีความยาว 836.5 มิลลิเมตร เสื้อเกียร์อะลูมิเนียมน้ำหนักเบา

●   ติดตั้งระบบควบคุมการยกขึ้นของตัวถัง หรือ Vehicle Lift Control ในรถขับเคลื่อนล้อหลัง เมื่อผู้ขับหยุดรถด้วยการเหยียบเบรกค้างไว้ แล้วเลื่อนคันเกียร์จาก D ไป N ตัวรถด้านหลังจะสูงขึ้น เพื่อชลอการยกตัวขึ้นของตัวรถ ชุดแผ่นคลัตช์ตัดต่อความเร็ว จะปรับความเร็วรอบอย่างเหมาะสม

ขับประหยัดแบบอิงเกณฑ์

●   การทดลองขับครั้งนี้เน้นเรื่องอัตราสิ้นเปลืองเป็นหลัก เนื่องจากมีรถหลากรุ่นหลายแบบ บางคันมีน้ำหนักบรรทุกเพิ่ม การตัดสินอัตราสิ้นเปลืองจึงใช้วิธีอิงเกณฑ์ จากตัวเลขที่ทีมงานโตโยต้าได้ทดลองบนเส้นทางเดียวกันก่อนหน้านี้ ถ้าได้อัตราสิ้นเปลืองเท่ากับหรือประหยัดกว่าเกณฑ์ก็ถือว่าผ่าน การวัดอัตราสิ้นเปลือง ใช้วิธีหยอดน้ำมันจนเต็มถึงคอถังจากจุดสตาร์ท และหยอดเต็มอีกครั้งเมื่อถึงปลายทาง แล้วนำตัวเลขจำนวนลิตรที่ได้ ไปหารกับระยะทางที่ขับ

●   ทีมงาน มอเตอร์ทริเวีย ได้รถรุ่น สมาร์ทแค็บ หรือ C-Cab 4×2 2.4E เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ราคา 6.9 แสนบาท ขับรถเปล่า ไม่มีน้ำหนักบรรทุก เกณฑ์อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 24 กิโลเมตรต่อลิตร ใช้วิธีเติมน้ำมันจนเต็มถึงคอถังก่อนออกเดินทาง แล้วเติมเหมือนเดิมอีกครั้งเมื่อถึงปลายทาง ที่ใช้วิธีนี้แม่นยำกว่าการดูตัวเลขบนมาตรวัด และรถบางรุ่นบางคันไม่มีมาตรวัดอัตราสิ้นเปลือง

●   รู้ก่อนแล้วว่ามีการขับประหยัด ก็เลยขอจับคู่กับเพื่อนสื่อมวลชนที่ไม่เคร่งเครียดกับการปั้นตัวเลขมากนัก ตั้งใจทำเต็มที่ แต่ไม่ต้องถึงกับปิดแอร์ขับ ลงจากรถมาแล้วเหงื่อท่วมรักแร้เปียก เพราะดูจะเป็นการทรมานตัวเองเกินไป เพื่อนเคยชินกับการขับรถเกียร์ธรรมดา เลยอาสาขับก่อน ช่วงแรกจากที่พักในเมืองพิษณุโลกไปร้านอาหารกลางวันที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร มีทั้งทางเรียบและทางผ่านภูเขา บนทางเรียบลองแรงบิดของเครื่องยนต์ด้วยการใช้เกียร์ 6 กับความเร็วต่ำแค่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ก็ยังไปได้ ไม่มีอาการสะดุดหรือทำท่าจะดับ รอบเครื่องยนต์อยู่แถวๆ 1,000 รอบต่อนาที

●   ช่วงที่อยู่บนเขา เหลือบดูมาตรวัดอุณหภูมิภายนอก 24 องศาเซลเซียส เลยลองเปิดกระจกตักตวงความเย็นจากธรรมชาติ ที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัส ส่วนแอร์ของรถก็ทำหน้าที่ได้ดีในช่วงที่ขับผ่านเมือง รถติดฟิล์มไม่เข้มมาก ขับท่ามกลางแดดที่จัดจ้านเหมือนไม่ใช่หน้าหนาว เปิดพัดลมแอร์เบอร์ 1 กับปรับความเย็นไว้ระดับ 1 ก็เย็นฉ่ำเกินพอสำหรับผู้ขับและผู้นำทางที่ขี้หนาวทั้งคู่

●   จากร้านอาหารกลางวัน ผมยังยึดตำแหน่งผู้นำทางไว้อย่างเหนียวแน่น ด้วยข้ออ้างที่ผู้ขับไม่กล้าทักท้วงว่า เส้นทางข้างหน้าต้องขับผ่านภูเขาคดเคี้ยวบริเวณอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ถ้าไม่ขับเองอาจเมารถได้ ผมไม่เมารถจึงเสียสละเป็นคนนั่ง ตลอดระยะทางจากร้านอาหารกลางวันไปยังจุดพักต่อไปคือปั๊มน้ำมันในจังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ก็ไม่ได้นิ่งดูดาย ช่วยขานเส้นทางข้างหน้าและดูรถที่ขับสวนมา เพื่อผู้ขับจะได้รักษาความเร็วให้สม่ำเสมอ ไม่ต้องชลอความเร็วบ่อยๆ ซึ่งมีผลมากกับอัตราสิ้นเปลือง ลงจากภูเขาสู่ทางราบ ช่วงแรกเป็นแบบ 2 เลนสวน ก็พยายามมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทั้งบอกทางและแกะขนมให้กิน

●   พักครั้งที่ 2 พร้อมดื่มกาแฟปลุกประสาท ก่อนออกเดินทางช่วงสุดท้ายระยะแค่ประมาณ 85 กิโลเมตร ทำท่าแข็งขันอาสาขอขับ ถ้าไม่ช่วยเพื่อนขับบ้าง งานหน้าคงไม่ยอมจับคู่ด้วยแน่ คลัตช์รถค่อนข้างเบา แต่ระยะฟรีมากไปนิด ต้องผ่อนคลัตช์ออกมาค่อนข้างเยอะคลัตช์จึงเริ่มจับตัว ช่วงแรกที่ขับจึงเหมือนขับเลียคลัตช์ โดยส่วนตัวแล้วชอบคลัตช์ตื้นมากกว่า สอบถามทีมงานโตโยต้าภายหลังได้ความว่าสามารถปรับตั้งระยะฟรีคลัตช์ได้

●   การโยกคันเกียร์เบาแรง ระยะโยกอยู่ในระดับกลางๆ ไม่สั้นไม่ยาว ร่องเกียร์ค่อนข้างชิด ถ้าขับเกียร์ธรรมดาเป็นประจำไม่น่ามีปัญหา มีโหมด ECO และ Power ให้เลือก ตลอดการขับประหยัดใช้โหมด ECO เมื่อคันเร่งอยู่ในช่วงประหยัด ไฟ ECO สีเขียวในชุดมาตรวัดจะสว่างขึ้น แม้จะเป็นการขับประหยัด แต่ก็ไม่ได้ใช้ความเร็วต่ำจนเกินจริงนัก การออกตัวเมื่อได้รับสัญญาณไฟเขียว ก็ไม่ได้ช้าจนคันหลังบีบแตรไล่ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นเกียร์ธรรมดาที่ช้ามากไม่ได้ ต้องมีรอบและความเร็วที่เหมาะสม ช้ามากไปเครื่องยนต์ก็ดับ ช่วงออกตัวและเกียร์ต้นๆ เปลี่ยนขึ้นเกียร์สูงที่ประมาณ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ยังมีกำลัง ไม่ต้องกดคันเร่งลึก

●   ขับสบายๆ เพราะเป็นทางราบ ถนน 4 เลน ใช้ความเร็วประมาณ 70-80 กิโลเมตต่อชั่วโมง จะขับช้าอ้อยอิ่งไม่ได้ เพราะกำหนดเวลาถึงปลายทางไว้ ถ้าเลยเวลาจะถูกตัดสิทธิ์ดิสควอลิฟาย ถึงปั๊มปลายทางด้วยระยะทางรวมบนชุดมาตรวัด 323.0 กิโลเมตร เข็มวัดปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง ตกมาเล็กน้อย แตะอยู่ที่ขอบล่างของขีดบอกระดับ F แสดงว่าก่อนออกเดินทางทีมงานโตโยต้าหยอดน้ำมันปริ่มถึงคอถังจริงๆ

●   เมื่อถึงคิวทีมงานโตโยต้าก็เข็นรถเข้าหัวจ่าย ไม่สตาร์ทเครื่องยนต์ เติมน้ำมันเพิ่มจนหัวจ่ายตัดแล้วเขย่ารถเพื่อไล่ฟองอากาศและหยอดเพิ่ม เขย่าหยอดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มเปี่ยม เขย่าแล้วน้ำมันไม่ยุบ เติมเพิ่มไม่ได้ จึงบันทึกผล คันที่ขับมาเติมน้ำมันเพิ่ม 11.61 ลิตร หารกับระยะทาง 323.0 กิโลเมตร ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กิโลเมตรต่อลิตร ผ่านเกณฑ์แบบสบายๆ

●   เติมน้ำมันบันทึกผลเรียบร้อย ก็ออกเดินทางไปมอบสิ่งของที่จำเป็นเช่นข้าวสารอาหารแห้งที่บรรทุกมาในไฮลักซ์ รีโว่ บางคันที่ใช้ในการทดสอบ ให้กับโรงเรียนการศึกษาคนตาบอด จังหวัดขอนแก่น ระยะทางไม่ไกล แต่ได้ขับเหมือนปลดปล่อย ลองใช้โหมด Power รู้สึกว่าจี๊ดกว่าโหมด ECO เยอะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหยียบคันเร่งได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องอัตราสิ้นเปลืองหรือเปล่า การจราจรช่วงเย็นในเมืองขอนแก่นค่อนข้างติดขัด ได้ลองเร่งช่วงสั้นๆ ที่ความเร็วปานกลาง ขากลับเพื่อนอยากลองบ้างจึงสลับให้ขับด้วยความเต็มใจ มุ่งหน้าไปสนามบินขอนแก่น เช็ค-อิน แล้วฟังการประกาศผลที่รถส่วนใหญ่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด จากนั้นเติมพลังด้วยมื้อเย็นก่อนเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ   ●

ขอบคุณ: บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

2018 Toyota Hilux Revo 6MT : Group Test


 

Bridgestone Turanza