Mazda ทำสถิติยอดขายปี 2561 มากกว่า 7 หมื่นคัน เตรียมเปิดตัวรถ 6 รุ่นในปี 2562
January 15, 2019
Motortrivia Team (5401 articles)

Mazda ทำสถิติยอดขายปี 2561 มากกว่า 7 หมื่นคัน เตรียมเปิดตัวรถ 6 รุ่นในปี 2562

ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   มาสด้า ประเทศไทย แถลงข่าวความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจปี 2561 ยอดจำหน่ายรวมมากกว่า 7 หมื่นคัน คิดเป็นอัตราส่วนการเติบโต 37% นับเป็นสถิติใหม่ของแบรนด์มาสด้า โดยในปี 2562 นี้ มาสด้าเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่ 6 รุ่น พร้อม เทคโนโลยี SkyActiv-X และไฮบริด พร้อมตั้งเป้าหมายการจำหน่ายในปีนี้มากกว่า 75,000 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 6.7%


นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย


●   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ในปี 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการวัดคุณภาพและฝีมือของคนยานยนต์ เนื่องจากตลาดมีการแข่งขันที่สูงมาก ประกอบกับมาสด้าไม่ได้มีรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู้ศึกในตลาด แต่กลับทำยอดขายได้เป็นกอบเป็นกำ สาเหตุสำคัญเกิดจากความมั่นใจของลูกค้าที่มีต่อตัวโปรดัคส์ทุกรุ่น กิจกรรมการตลาดที่เข้าถึงทุกพื้นที่ การสื่อสารแบรนด์สู่ความเป็นพรีเมียมแบรนด์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง ตลอดจนการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี ส่งผลให้ยอดขายรวมทะลุถึง 70,475 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 37% โดยเฉพาะรถ Mazda2 ที่ขึ้นอันดับหนึ่งตลาดรถเก๋งเล็ก ด้วยยอดขายสูงถึง 45,972 คัน เพิ่มขึ้น 45% ในขณะที่รถอเนกประสงค์ CX-5 ทำยอดขายสูงสุดในประวัติศาสตร์ 8,184 คัน เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 69% ส่วนรถปิกอัพ BT-50 PRO เริ่มกลับมาเป็นขวัญใจลูกค้าอีกครั้งด้วยยอดขาย 7,498 คัน เพิ่มขึ้น 26% ส่งผลให้มาสด้าสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 6.7% ซึ่งถือเป็นส่วนแบ่งการตลาดสูงที่สุดของมาสด้าทั่วโลก”

●   นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการพัฒนาธุรกิจของมาสด้าในปี 2562 ว่า “เราคาดว่าตลาดรถยนต์จะทรงตัวหรือเติบโตขึ้นเล็กน้อย โดยประมาณการตัวเลขอยู่ที่ 1.03 – 1.06 ล้านคัน ส่วนยอดขายมาสด้า ปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 75,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5 – 10% ส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 6.7% ปีนี้เรายังคงเน้นการบริการลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย ด้วยการเสริมศักยภาพของทีมงานในองค์กร รวมถึงทีมงานของผู้จำหน่าย ที่สำคัญปีนี้ถือเป็นปีทองของมาสด้าที่จะทำการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดมากถึง 6 รุ่น และมาพร้อมกับรูปลักษณ์การออกแบบจาก โคโดะ ดีไซน์ เจนเนอเรชั่น 2 และเทคโนโลยีสกายแอคทีฟใหม่ ควบคู่ไปกับการกำหนดกลยุทธ์การสื่อสารที่ฝ่ายการตลาดได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น”


มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้ รองประธานบริหารอาวุโส


●   มร. อัตสึชิ ยาซูโมโต้ รองประธานบริหารอาวุโส กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักที่สำคัญของมาสด้า ด้วยยอดขายอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน สูงสุดติดกันมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ที่สำคัญ มาสด้า มอเตอร์ ยังคงให้การสนับสนุน มาสด้า ประเทศไทย อย่างต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งการลงทุนและเทคโนโลยี ในปีนี้มาสด้ากำลังจะก้าวไปสู่รถยนต์ในเจเนอเรชั่นที่ 7 และการมาของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด SkyActiv-X ซึ่งเป็นการผสมผสานคุณลักษณะเด่นของเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลรวมไว้ด้วยกัน”

●   “เมื่อกล่าวถึงเรื่องเครื่องยนต์ ผมคงจะต้องกล่าวถึงเรื่องเทคโนโลยีทางด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV โดยเครื่องยนต์ SkyActiv-X นั้น เราได้ผนวกเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ามาด้วย ซึ่งในส่วนนี้เราได้คิดตั้งแต่เริ่มกระบวนการพัฒนา หรือ Well-to-Wheel ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านกระบวนการทำงานของรถยนต์ทั้งคัน เพราะมาสด้าได้เล็งเห็นปัญหาในเรื่องของภาวะโลกร้อน จึงเป็นที่มาของนโยบาย Sustainable Zoom-Zoom 2030 เพื่อให้โลกยังคงสวยงาม เพื่อผู้คน และสังคมของเรา มีความงดงามและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข”


(จากซ้าย) นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ และ ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย


●   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า “การสื่อสารถือเป็นหัวใจหลักสำคัญ จำเป็นต้องพัฒนาการสื่อสารให้ครบทุกช่องทาง โดยเฉพาะออนไลน์ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เริ่มจากการกำหนดสไตล์ของแบรนด์ หรือ Mazda Brand Style เพื่อให้เกิดการจดจำและสร้างการรับรู้ของแบรนด์ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่มาสด้าต้องถ่ายทอดและให้ลูกค้าเห็นได้ในทุกๆ ที่ และสิ่งนี้ยังเป็นการปูทางไปสู่การมาของรถยนต์มาสด้าเจนเนอเรชั่นที่ 7 โดยเราได้ปรับเปลี่ยนทั้งในส่วนของโลโก้ รูปแบบตัวอักษรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รวมทั้งการวางองค์ประกอบของภาพถ่าย และพื้นที่ในการจัดแสดงรถทั้งภายในโชว์รูมและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด”

●   “นอกจากนี้ มาสด้าจะทำการปรับปรุงเว็บไซต์ใหม่ซึ่งจะเผยโฉมให้ทุกท่านได้เห็นในเร็วๆ นี้ โดยเว็บไซต์ใหม่นั้นจะมีความเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น เสมือนเป็นหน้าต่างที่ให้ผู้ใช้เข้าสู่โลกของมาสด้าอย่างแท้จริง เป็นการร้อยเรื่องราวของแต่ละส่วนให้มีความ smooth น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น… แม้ว่าเราจะอยู่ในยุคที่ข่าวสารมีอยู่มากมาย หลากหลายช่องทาง และยังมาในรูปแบบที่หลายอย่างเป็นเทรนด์ที่มาเร็วและไปเร็ว ทำให้หลายคนมองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ความเป็นจริงแล้วยังมีอีกหลากหลายพฤติกรรมที่ยังคงอยู่ ทั้งนี้ปัจจุบันสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือ ความง่ายและสะดวก ซึ่งมาสด้าจะยังคงสร้างสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าเกิดการรับรู้ในแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการทำการตลาดหรือกลยุทธ์ต่างๆ ที่เราต้องใช้นั้นต้องสอดคล้องไปตามเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป”

●   ดร. ปณัสย์ บุญค้ำ รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย กล่าวว่า “ปัจจัยสำคัญที่ต้องเร่งลงมือทำและต้องทำอย่างต่อเนื่อง คือ การขยายศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง ปัจจุบันเปิดให้บริการไปแล้ว 21 แห่ง ทั่วประเทศ เป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้คือ 28 แห่ง และภายในปี 2021 จะเพิ่มขึ้นเป็น 58 แห่ง นอกจากนี้กระบวนการในการให้บริการหลังการขายถือเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นสิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือ ประสิทธิภาพของช่องซ่อม ราคาอะไหล่ที่สามารถแข่งขันได้ การจัดส่งอะไหล่ต้องรวดเร็ว ปัจจุบันเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีการจัดส่งอะไหล่ถึง 3 ครั้งต่อวัน ส่วนต่างจังหวัดจัดส่ง 1 ครั้ง ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงคุณภาพศูนย์บริการ และประสิทธิภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายต้องมีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ”


นายสมหมาย แซ่อึ้ง รองประธานบริหารฝ่ายขาย


●   นายสมหมาย แซ่อึ้ง รองประธานบริหารฝ่ายขาย กล่าวว่า “ปีนี้มาสด้ายังคงมุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการขาย การที่เราจะพัฒนาด้านการขายให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ เราต้องมีกระบวนการสรรหาลูกค้าให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมาย โดยสถานที่ที่เราจะพบกับลูกค้าได้นั้น ปัจจุบันมาจาก 3 แหล่งใหญ่ๆ ประกอบด้วย โชว์รูม การจัดกิจกรรมนอกสถานที่ (Local Event) และจากสื่อออนไลน์ ทั้งนี้มาสด้ามีแผนงานที่สำคัญ 2 เรื่องหลัก เพื่อที่จะใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่าย คือ เพิ่มปริมาณการจัดกิจกรรมบนโชว์รูม และกิจกรรมโรดโชว์ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น”

●   “สำหรับปีนี้ เราจะแบ่งเป็นการจัดงานที่โชว์รูมภายใต้ชื่องาน Mazda Next Experience และการจัดงานที่ห้างสรรพสินค้า Mazda SkyActiv Fedtival ซึ่งปัจจุบันนี้ มาสด้ามีโชว์รูมทั้งหมด 139 แห่ง และจะขยายเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายในสิ้นปีงบประมาณ 2561 มีการปรับปรุงโชว์รูมภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ไปแล้ว 81 แห่ง และจะเพิ่มขึ้นเป็น 115 แห่ง โดยจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2562”


นายอุทัย เรืองศักดิ์ ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์


●   มาสด้าระบุว่า ช่วงต้นปี 2561 ผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ยอดรวมเอาไว้ที่ประมาณ 920,000 คัน ทว่าหลังจากผ่านครึ่งปีแรก หลายฝ่ายเริ่มมองตัวเลขที่ 1 ล้านคัน แต่ท้ายที่สุดก็สามารถปิดตัวเลขยอดขายรวมทั้งปีที่ 1,040,000 คัน เพิ่มขึ้นจากที่คาดการณ์ประมาณ 19% เมื่อเทียบกับตัวเลขปี 2560 ซึ่งอยู่ที่ 871,650 คัน โดยมาสด้ามียอดขายมากที่สุด 70,475 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 37% ครองส่วนแบ่งตลาดได้ 6.7% ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ล่างหน้า 1 ปี

●   สำหรับยอดขายแต่ละรุ่นประจำปี 2561 แบ่งเป็น: (มกราคม – ธันวาคม 2561)

–   Mazda2 จำนวน 45,972 คัน เพิ่มขึ้น +45%
–   Mazda3 จำนวน 5,255 คัน เพิ่มขึ้น +6%
–   Mazda CX-3 จำนวน 3,536 คัน ลดลง -7%
–   Mazda CX-5 จำนวน 8,184 คัน เพิ่มขึ้น +69%
–   Mazda BT-50 PRO จำนวน 7,498 คัน เพิ่มขึ้น +26%
–   Mazda MX-5 จำนวน 30 คัน ไม่เปลี่ยนแปลง
–   ยอดจำหน่ายรวม 70,475 คัน เพิ่มขึ้น +37%

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มาสด้า ประเทศไทย เชิญได้ที่ www.mazda.co.th   ●

Drunk Dont Drive