BMW จัดแถลงผลการดำเนินงาน พร้อมเปิดตัว BMW 3 Series และ BMW Z4 ใหม่
February 26, 2019
Motortrivia Team (5001 articles)

BMW จัดแถลงผลการดำเนินงาน พร้อมเปิดตัว BMW 3 Series และ BMW Z4 ใหม่

ภาพ : จันทนา เจริญทวี และบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

 

●   บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย แถลงข่าวยอดจำหน่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ในเครือปี 2561 โดยมีการทำสถิติใหม่ อัตราการเติบโตปีต่อปีรถแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู 20% สูงสุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลก 2 ปีซ้อน ในขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็สามารถสร้างยอดขายสูงสุดในประเทศไทย โดยมียอดส่งมอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ในหลักหมื่นติดต่อกันเป็นปีที่ 2

●   มร. คริสเตียน วิดมานน์ (Christian Wiedmann) ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีในตัวเราคือมาตรวัดความสำเร็จที่สำคัญ ในปี 2561 บีเอ็มดับเบิลยู ด้รับเลือกให้เป็นบริษัทรถยนต์อันดับหนึ่งในการสำรวจ Thailand’s Most Admired Company 2018 โดยนิตยสารแบรนด์เอจ ด้วยคะแนนที่ยอดเยี่ยมในด้านนวัตกรรม ภาพลักษณ์แบรนด์ ความสำเร็จทางธุรกิจ และความรับผิดชอบต่อสังคม ในปี 2562 นี้ เราจะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในทุกด้าน เริ่มต้นจากการเปิดตัวรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ ดังจะเห็นได้จากการเผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 ใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู Z4 ใหม่ หรือมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT ในวันนี้ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีล้ำยุคอย่าง 3D Printing มาเพิ่มทางเลือกในการผลิต ปรับแต่งรถยนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น และการเริ่มดำเนินงานสายการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง เพื่อสนับสนุนการผลิตรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ให้ตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยได้ทันท่วงที”


มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย


●   “ประสบการณ์ระดับพรีเมียมที่เรามอบให้กับลูกค้า ไม่ได้สิ้นสุดอยู่เพียงแค่บนท้องถนน และเครือข่ายผู้จำหน่ายของเราเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างครบเครื่อง ทั้ง Facebook, Instagram และ YouTube โดยนอกจากการอัพเดทความเคลื่อนไหวในประเทศไทยแล้ว เรายังมีแชนเนล BMW JOY TV ที่มอบคอนเทนต์แบบวาไรตี้ครบครัน นับตั้งแต่ไฮไลท์กิจกรรมพิเศษล่าสุดจากโปรแกรม The Ultimate JOY Experience ไปจนถึงแนะนำการใช้งานฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดในรถยนต์รุ่นต่างๆ ขณะที่ทางฝั่งมินิ ก็ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดจองรถยนต์รุ่นพิเศษผ่านช่องทางดิจิทัลเท่านั้น เช่นในกรณีของมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ Ice Blue Edition เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสร้างกระแสตอบรับในกลุ่มแฟนมินิชาวไทยได้ไม่น้อย”

●   ในช่วงต้นปี 2561 ที่ผ่านมาบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้เปิดตัวเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive บริการและแอพลิเคชั่นเฉพาะบุคคล อาทิ ฟีเจอร์ช่วยขับ, ข้อมูล, ความบันเทิง รวมถึงความสะดวกสบายขณะขับ โดยนับเป็นการเชื่อมต่อแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม Open Mobility Cloud ให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ดิจิทัลเข้ากับรถยนต์ได้แบบไร้สาย เช่น iPhone หรือ Apple Watch เสริมด้วย Microsoft Azure ระบบคลาวด์ที่ช่วยให้ BMW ConnectedDrive สามารถวิเคราะห์และเรียนรู้จากข้อมูลปริมาณมหาศาลที่บันทึกจากการขับรถยนต์

●   ระบบ Open Mobility Cloud หรือฐานข้อมูลของบีเอ็มดับเบิลยู ใช้แพลตฟอร์มไมโครซอฟท์ อาซัวร์เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาบริการอัจฉริยะ เพื่อเชื่อมโยงตัวรถเข้ากับสมาร์ทโฟน รวมไปถึงคอนเทนต์และระบบเครือข่ายอีกมากมายจากภายนอก ฟีเจอร์พื้นฐานของ BMW ConnectedDrive ประกอบด้วย BMW Teleservices บริการนัดหมายอัตโนมัติผ่านการแชร์ข้อมูลของรถกับศูนย์บริการ และผู้ขับยังสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายด้วยตนเองผ่าน BMW Teleservice Call เพื่อนัดหมายการรับบริการล่วงหน้าได้


คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย


●   ในภาคการผลิต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย (BMW Group Manufacturing Thailand) จะเริ่มประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery หรือ HVB) ที่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 ภายในปี 2562 นี้ โดยมีการวางรากฐานเชิงทักษะสำหรับพนักงานเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2561

●   ด้านการบริการ โปรแกรม The Ultimate JOY Experience ปีที่ 3 จะมีกิจกรรมต่อเนื่องตลอดทั้งปี พร้อมขยายช่องทางและรูปแบบการเข้ารับบริการจากเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น เช่น เปิดตัว BMW Studios ในห้างสรรพสินค้า, เปิด Urban Stores แห่งใหม่ และจะมี BMW Service Outlet concept ที่เน้นงานด้านบริการหลังการขายให้ครบ และรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น การใช้บริการ Online Booking เพื่อนัดหมายบริการล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ www.bmw.co.th หรือบริการ Fastlane ที่ใช้เวลาในการตรวจซ่อมบำรุงรถยนต์ภายใน 90 นาที

●   บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ปีนี้โปรแกรมการรับประกัน BMW Motorrad Warranty จะเพิ่มขึ้นเป็น 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ทุกรุ่นที่ส่งมอบตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ครอบคลุมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง

●   ด้านยอดจำหน่าย บีเอ็มดับเบิลยูมียอดจำหน่าย 12,036 คัน เพิ่มขึ้น 20% ในขณะที่มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ก็มียอดส่งมอบเป็นสถิติใหม่เช่นกัน โดยมินิมียอดจำหน่าย 1,051 คัน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด มียอดจำหน่าย 2,154 คัน เพิ่มขึ้น 8% ส่วนในตลาดโลก ยอดส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และโรลส์-รอยซ์ มีจำนวน 2,490,664 คัน นับเป็นการสร้างสถิติสูงสุดเป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน ในขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ของทั้ง 3 แบรนด์ในเดือนมกราคม 2562 มีจำนวนรวม 170,463 คัน ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูระบุว่า นับเป็นการเริ่มต้นปีที่ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป


(จากซ้าย) : มร.ซีซาร์ บาดิลย่า ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย; มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย; มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย; มร. ลาร์ส นีลเซ่น ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และ มร. คริสเตียน แซมลาวสกี้ ผู้อำนวยการ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย


CSR

●   ด้านงาน CSR ปีนี้ยังคงมีโครงการต่างๆ เช่น โครงการ แคร์ ฟอร์ วอเตอร์ อันเป็นความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และองค์กรไม่แสวงหากำไรสัญชาติอเมริกา Waves For Water สร้างโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้อย่างยั่งยืน โดยกว่า 3 ปีที่ผ่านมาเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ร่วมกันส่งมอบเครื่องกรองน้ำกว่า 5,020 ชุด ให้แก่ 60 ชุมชน ครอบคลุมชาวบ้านกว่า 502,000 คน ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตั้งเป้าส่งมอบเครื่องกรองน้ำให้ได้รวม 6,520 ชุดภายในสิ้นปี 2562 นี้ และ 9,520 ชุดภายในสิ้นปี 2564 ต่อด้วยโครงการ BMW Service Apprentice Program ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ เพื่ออบรมความรู้ด้านทฤษฎี และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ

●   มร. คริสเตียน กล่าวว่า “จุดยืนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั้งบนเวทีโลกและในประเทศไทย คือการขับเคลื่อนโลกยานยนต์ไปสู่อนาคตที่ดีกว่า ด้วยแนวคิดที่สร้างสรรค์ แตกต่าง และยั่งยืนในทุกมิติ นอกจากความสำเร็จของเราในด้านยอดการส่งมอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์แล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ยืนยันถึงความสำเร็จของเราก็คือ ยอดการส่งมอบรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) และพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 38.4% ทั่วโลก ขณะที่ยอดขายรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของเราในประเทศไทยก็พุ่งสูงขึ้นถึง 122% ในปีที่ผ่านมา”

●   “ส่วนกลุ่มนักขับที่หลงใหลในสมรรถนะ เราก็ได้เห็นกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากยอดขายรถยนต์ในตระกูล M ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 105% ความสำเร็จในส่วนนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ากลยุทธ์การทำตลาดรถยนต์นำเข้าของเรามีความแข็งแกร่งไม่แพ้แผนงานการทำตลาดรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศ และเราก็พร้อมที่จะต่อยอดความสำเร็จในกลุ่มรถยนต์นำเข้าต่อไปด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เช่น บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่และบีเอ็มดับเบิลยู Z4 ใหม่ ซึ่งเป็นรุ่นนำเข้าทั้งสองรุ่น ด้วยข้อเสนอพิเศษสุดมากมายตลอดปี 2562 นี้”

BMW Group Manufacturing Thailand

●   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย เริ่มนำเทคโนโลยีที่ทันยุคสมัยมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยมีการลงทุนเพิ่มกว่า 816 ล้านบาท ยังผลให้เงินลงทุนรวมของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย มีมูลค่ารวมกว่า 5.47 พันล้านบาท โดยนวัตกรรมทันยุคอย่าง Additive Manufacturing หรือการพิมพ์ 3 มิติ (3D printing) ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสายการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจงในระดับบุคคล เช่น ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นตามการออกแบบของลูกค้าจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ 5 เครื่องในสายการผลิต ยกตัวอย่าง การประทับชื่อรุ่น Oxford บนกรอบไฟเลี้ยวของ MINI Oxford Edition หรือการผลิตกรอบไฟเลี้ยวพิเศษเฉพาะตัวของเจ้าของรถแต่ละคนใน MINI Ice Blue Edition เป็นต้น

●   ด้านการประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง มีขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป (DRÄXLMAIER Group) โดยนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2561 พนักงานของแดร็คเซิลไมเออร์ได้ร่วมการอบรมพิเศษที่โรงงานบีเอ็มดับเบิลยูในเมืองดิงกอลฟิง ประเทศเยอรมนี เพื่อวางรากฐานเชิงทักษะสำหรับการประกอบแบตเตอรี่ ก่อนที่จะเริ่มต้นสายการประกอบอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 ในปี 2562 นี้


มร. อูเว่ ควาส กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย


●   มร. อูเว่ ควาส (Uwe Quaas) กรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพการผลิตของเราให้พร้อมสำหรับทุกแนวโน้มในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มความต้องการยานยนต์พลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก หรือศักยภาพในการปรับแต่งรถยนต์แต่ละคันให้สะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่อย่างมีสไตล์ ความสำเร็จครั้งนี้ยังถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่โรงงานในจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการประกอบรถยนต์ในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในด้านการประกอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็มดับเบิลยู 530e หรือบีเอ็มดับเบิลยู 740Le ทั้งนี้ เรายังได้เริ่มนำนวัตกรรมอื่นๆ มาเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์และรถยนต์ไร้คนขับ (AMV) เทคโนโลยีสแกนเนอร์ 3 มิติสำหรับวางผังโรงงาน หรือแม้แต่การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาผสานกับสายการประกอบรถยนต์โดยตรง”

●   “โครงการการศึกษาระบบทวิภาคีที่มุ่งเน้นการสร้างเสริมความรู้ความสามารถในด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ (Mechatronics) นั้น ริเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ภายใต้ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาและวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ เพื่อมอบประสบการณ์จากการฝึกปฏิบัติงานจริงกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ โดยหากผ่านการทดลองปฏิบัติงานในระหว่างที่ร่วมโครงการ พวกเขาจะได้รับโอกาสในการเข้าทำงานกับผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ โครงการนี้ถือเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในอนาคต ซึ่งจะเสริมศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของภูมิภาคอาเซียนต่อไป”

●   เพื่อสนับสนุนให้นักศึกษาได้เรียนรู้เชิงลึกทางเทคนิค ทางโครงการได้คัดเลือกนักศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ ให้ไปทัศนศึกษายังประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนกันยายน 2561 ที่ผ่านมา 1 สัปดาห์เต็ม นักศึกษาทุกคนได้ร่วมพูดคุย สัมผัส และแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการขนส่ง เช่นรถลำเลียงสินค้าอัตโนมัติ (Automated Guided Vehicle –  AGV) กับนักศึกษาวิชาชีพชาวเยอรมัน รวมถึงได้ร่วมทัวร์โรงงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในเมืองเบอร์ลินด้วย

●   “ตลอดระยะเวลา 5 เดือนแรกของผมกับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย ผมมีความประทับใจในความร่วมแรงร่วมใจของทีมงานทุกฝ่ายที่ได้ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของโรงงานอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการขยายสายการผลิต การเติบโตของยอดการส่งออก และจำนวนผู้มาเยี่ยมชมโรงงานทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และผมก็มั่นใจว่าปี 2562 นี้ จะเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความสำเร็จของเราในการส่งมอบยนตรกรรมเหนือระดับอันเปี่ยมด้วยคุณภาพ ที่ขับเคลื่อนให้เราสามารถก้าวข้ามทุกขีดจำกัดและยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ทัดเทียมระดับสากล”  มร. อูเว่ กล่าว

●   ปัจจุบัน โรงงานแห่งนี้ประกอบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ 12 รุ่น เช่น BMW 3 Series Gran Turismo, 5 Series, 7 Series, X1 หรือ X3 เป็นต้น


มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย


BMW Financial Services Thailand

●   บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มียอดสินเชื่อลูกค้าใหม่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท รวมกว่า 1.59 หมื่นล้านบาทในปี 2561 โดย มร. บียอร์น แอนทอนส์สัน (Björn Antonsson) ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “เรายังคงทำงานประสานกับทุกฝ่ายในบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยและเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกก้าว นับตั้งแต่ตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู การเติบโตของฐานลูกค้าใหม่ที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมาได้ช่วยเพิ่มมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตของเราเป็น 4.64 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่เช่นกัน ส่วนการเปิดตัวช่องทางสื่อสารกับลูกค้าผ่านไลน์ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นอีกหนึ่งบริการที่สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการตอบสนองความต้องการและมอบความสะดวกที่เหนือกว่าให้กับลูกค้า”

●   “ปี 2561 ที่ผ่านมายังเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญสำหรับบริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินล่าสุดของเราอย่าง BMW Freedom Choice และ MINI Freedom Choice ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหรือมินิในรูปแบบใหม่ที่ช่วยการันตีมูลค่าของตัวรถในอนาคต พร้อมเสนอทางเลือกเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์คันนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ หรือการเริ่มต้นสัญญาใหม่สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูหรือมินิคันใหม่”

BMW 3 Series

●   BMW 3 Series เจนเนอเรชั่นที่ 7 แบ่งเป็น 2 รุ่นย่อย (นำเข้า) เริ่มที่ BMW 320d Sport ที่มากับล้ออัลลอย 18 นิ้ว V Spoke และชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ภายในตกแต่งด้วยอลูมิเนียมลาย Mesheffect พวงมาลัยและเบาะคู่หน้าแบบสปอร์ต พละกำลังมาจากเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม.

●   ต่อด้วยรุ่นย่อย BMW 330i M Sport ที่มากับชุดแต่ง M Sport ที่เสริมทั้งภาพลักษณ์และสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่าง ชุดเบรค และแอโรพาร์ท ล้ออัลลอย M ขนาด 18 นิ้วลาย Double Spoke ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียม Tetragon และมีพวงมาลัยหนังแท้ M เครื่องยนต์แบบเบนซิน 4 สูบ กำลังสูงสุด 258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ทั้ง 2 รุ่นมีระบบ Driving Experience Control เลือกโหมดในการขับได้ระหว่าง Comfort, Sport และ ECO Pro

●   ห้องโดยสารมีมาตรวัดและจอ Control Display แบบใหม่ พื้นที่บรรทุกสัมภาระ 480 ลิตร เบาะพับได้แบบ 40:20:40 หรูด้วยไฟ ambient light ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 ตอน ส่วนระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ใน 330i M Sport ทำงานร่วมกับระบบ BMW Live Cockpit Professional ที่รับคำสั่งเสียงที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น AI สามารถเรียนรู้และจดจำกิจวัตรประจำวันและความชอบส่วนตัวของผู้ขับได้ เช่นคำสั่ง “Hey BMW, I’m cold” ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศให้เหมาะสม (ระบบผู้ช่วยส่วนตัวสามารถอัพเกรดได้อีกในอนาคต) นอกจากนี้ยังมี ระบบช่วยเหลือผู้ขับอื่นๆ เช่น ระบบช่วยจอด Parking Assistant ใน 330i M Sport, ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง Park Distance Control ใน 320d Sport รวมถึงระบบ BMW ConnectedDrive และจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายใน 330i M Sport

●   BMW 320d Sport ราคาจำหน่าย 2,959,000 บาท ส่วน BMW 330i M Sport ราคาจำหน่าย 3,359,000 บาท ราคานี้รวมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard

BMW Z4

●   โรดสเตอร์ BMW Z4 สปอร์ตตัวถังเปิดประทุน 2 ที่นั่งเจนเนอเรชั่นที่ 6 แฝดของ Toyota Supra ตัวรถมากับหลังคาผ้าใบไฟฟ้า เปิด-ปิดได้ภายใน 10 วินาที รองรับการใช้งานขณะขับได้ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม./ชม. กระจังหน้าทรงไตคู่ใหม่แบบตะแกรง ไฟหน้า LED ที่จัดเรียงในแนวตั้ง ช่องรับลมขนาดใหญ่บริเวณซุ้มล้อหน้า ด้านท้ายติดตั้งสปอยเลอร์แบบยึดบนฝากระโปรง พื้นที่บรรทุกสัมภาระมีให้ถึง 281 ลิตร มากกว่ารุ่นก่อนหน้า 50% การกระจายน้ำหนักตัวรถเป็นแบบสมดุล 50:50

●   Z4 มี 2 รุ่นย่อยเช่นกัน ประกอบด้วย BMW Z4 sDrive30i M Sport เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ TwinPower Turbo กำลังสูงสุด 258 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.4 วินาที ต่อด้วย BMW Z4 M40i เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ กำลังสูงสุด 340 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที ชุดระบบ Driving Experience Control ของทั้งคู่เลือกโหมดได้ระหว่าง Comfort, Sport หรือ Sport+

●   BMW Z4 sDrive30i M Sport ราคาจำหน่าย 3,999,000 บาท ส่วน BMW Z4 M40i ราคาจำหน่าย 4,999,000 บาท (พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

MINI Cooper S Hatch 60 Years Edition

●   รุ่นพิเศษฉลอง 60 ปีแบรนด์มินิ ใช้พื้นฐานของ MINI Cooper S Hatch ตัวรถมากับสีพิเศษ British Racing Green ตัดขอบสีดำ Piano Black, หลังคาและครอบกระจกสีดำ, รอบคันมีตราสัญลักษณ์ 60 ปีตกแต่งตามจุดต่างๆ, ไฟ LED ฉายสัญลักษณ์ 60 ปีบริเวณประตูฝั่งผู้ขับ, ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว, ไฟท้าย LED ลายธงยูเนียนแจ็ค ห้องโดยสารมีโลโก้ 60 ปีบนพวงมาลัยและเบาะคู่หน้า ตัวเบาะเป็นเบาะหนัง MINI Yours Leather Lounge 60 Years สี Dark Maroon ตัดกับตะเข็บสีเขียวเข้ากับสีตัวถัง

●   พละกำลังยังคงมาจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ กำลังสูงสุด 192 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 28.5 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ Steptronic คลัทช์คู่ 7 จังหวะ ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 6.7 วินาที… ราคาจำหน่ายยังไม่ระบุในเวลานี้

BMW C 400 GT

●   BMW C 400 GT เป็นสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดในกลุ่มสกู๊ตเตอร์ขนาดกลาง ใช้งานได้สะดวกทั้งระยะใกล้-ไกล ตัวรถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบเดี่ยว ระบายความร้อนด้วยน้ำ กำลังสูงสุด 34 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT สวิงอาร์มออกแบบมาเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน และมีความนุ่มในขณะขี่ มั่นคงด้วยระบบ Automatic Stability Control (ASC) บนพื้นถนนที่เปียกลื่น ช๊อคฯ หน้าแบบเทเลสโคปิก ช๊อคฯ หลังแบบสปริงสตรัทคู่ ดิสค์เบรคแบบคู่ที่ล้อหน้า แบบเดี่ยวที่ล้อหลัง และมีระบบ ABS เพิ่มความปลอดภัย

●   อุปกรณ์ติดรถมีอาทิ ไฟหน้าคู่ LED, ไฟ LED daytime running light, ไฟ Control Brake Light, จอสีมัลติฟังก์ชั่นแบบ TFT Screen ขนาด 6.5 นิ้ว, เทคโนโลยีเชื่อมต่อ BMW ConnectedRide, Keyless Ride, กระจกบังลมออกแบบมาให้สูงกว่า BMW C 400 X, ช่องเก็บของแบ่งพื้นที่ภายในเป็น 2 ส่วน, ช่องเก็บหมวกกันน็อก Flexcase พับเก็บอยู่ใต้เบาะแบบตอนเดียว, พนักพิงแยกบนที่นั่งสำหรับผู้ขับ และมีบอร์ดวางเท้าสำหรับผู้โดยสาร

●   C 400 GT มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว Alpine White, เทา Moonwalk Grey Metallic และดำ Blackstorm Metallic ราคาจำหน่าย 399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เชิญได้ที่ www.bmw.co.th   ●


2019 BMW Thailand Press Conference

Drunk Dont Drive