February 18, 2019
Motortrivia Team (10167 articles)

Formula One News : อัพเดทความเคลื่อนไหว 18-02-2019

Posted by : FascinatorFJ.

 

รถแข่ง F1 ฐานล้อยาวขึ้นในปี 2019

●   ทีมแข่ง F1 แต่ละทีมอาจจะออกแบบรถคันใหม่ของพวกเขาในปี 2019 ให้มีฐานล้อยาวขึ้น สืบเนื่องจากการอนุญาตให้ใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

●   เพื่อให้นักแข่งสามารถกดคันเร่งอัดรถได้นานกว่าเดิม กติกาได้ถูกเปลี่ยนใหม่ในปีนี้โดยอนุญาตให้ใช้เชื้อเพลิงขั้นต่ำเพิ่มขึ้นจาก 105 เป็น 110 กิโลกรัม ซึ่งการเพิ่มขึ้นมาอีก 5 กิโลกรัม นี้น่าจะช่วยให้นักแข่งไม่ต้องเซฟเชื้อเพลิงในบางสนามที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูง

●   แน่นอนว่าการเพิ่มขึ้นของเชื้อเพลิงย่อมมีผลกระทบตามมาในการออกแบบรถ ถังเชื้อเพลิงที่จำเป็นจะต้องขยายใหญ่ขึ้นทำให้ทีมงานต้องควานหาพื้นที่ว่างบนรถเพิ่มขึ้น ทีมงานนั้นไม่สามารถออกแบบถังเชื้อเพลิงให้สูงขึ้นได้ เพราะกติการะบุไว้ว่าเชื้อเพลิงจะต้องถูกเก็บไว้ไม่เกิน 400 มิลลิเมตร จากระดับแกนตามแนวยาวของรถ นอกจากนั้นกติกายังระบุให้ถังเชื้อเพลิงจะต้องอยู่ในตำแหน่งเฉพาะบริเวณกลางชาสซีส์ ดังนั้นทางออกเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็คือ การทำถังเชื้อเพลิงให้ยาวขึ้น ซึ่งจะต้องไปบีบชิ้นส่วนที่อยู่ท้ายรถ หรือไม่ก็เพิ่มความยาวรถแทน

●   ในปีที่แล้วทีมท็อป 3 นั้นมีคอนเซ็ปการออกแบบฐานล้อของรถที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เรดบูลล์นั้นไปทางฐานล้อสั้นที่ความยาว 3,550 มิลลิเมตร เฟอร์รารีอยู่ตรงกลางที่ 3,621 มิลลิเมตร และเมอร์เซเดสยังคงเป็นทีมที่ฐานล้อยาวที่สุดที่ 3,726 มิลลิเมตร

●   เมอร์เซเดสนั้นคงไม่คิดที่จะทำรถให้ยาวไปกว่านี้แล้ว พวกเขาพอใจกับฐานล้อที่พวกเขาออกแบบและไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในปี 2017 และ 2018 พวกเขาน่าจะพยายามจัดแพ็คเกจส่วนท้ายรถให้ลงตัวเสียมากกว่า และถึงแม้ว่าพวกเขาจำเป็นจะต้องทำรถให้ยาวขึ้น พวกเขาก็ยังคงสามารถทำได้โดยที่คงฐานล้อไว้เท่าเดิม ซึ่งจะทำให้พวกเขายังคงใช้พื้นฐานข้อมูลตัวรถเดิมได้อยู่

●   ในทางตรงกันข้าม เรดบูลล์กับเฟอร์รารีนั้นยังคงสามารถเพิ่มความยาวของรถได้อยู่ โดยมีการประมาณว่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นมา 1 กิโลกรัม จะต้องการความยาวรถเพิ่ม 7 มิลลิเมตร นั่นหมายความว่าทีมแข่งมีโอกาสที่จะทำรถให้ยาวขึ้นอีกมากกว่า 30 มิลลิเมตร และบางทีมอาจจะยาวขึ้นถึง 50 มิลลิเมตร

●   ตัวรถที่ยาวนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยความยาวของรถจะทำให้พื้นรถมีพื้นที่มากขึ้นซึ่งช่วยเพิ่มปริมาณดาวน์ฟอร์ซ แต่มันก็มาพร้อมกับน้ำหนักที่มากขึ้นและลดความคล่องตัวในสนามที่คดเคี้ยวลง

●   มีข่าวลือออกมาว่า เฟอร์รารีอาจจะยืดฐานล้ออีกครั้งในปีนี้ หลังจากที่ยืดเพิ่มมาแล้วในปีที่แล้ว โดยเป็นผลมาจากชุดส่งกำลังที่ยาวขึ้นเพื่อขยับเครื่องยนต์ให้ออกห่างจากล้อหลัง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มลูกเล่นกับเพลาหลัง ซึ่งถ้าเฟอร์รารีเลือกที่จะเดินไปในเส้นทางนั้น การกระจายน้ำหนักที่เปลี่ยนไปจะทำให้พวกเขาต้องขยับล้อหน้าขึ้นไปข้างหน้าอีก เพื่อให้การกระจายน้ำหนักเป็นไปตามที่ FIA กำหนด และนั่นจะทำให้พวกเขามีอิสระในการออกแบบไซด์พอดที่ดุดดันขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟอร์รารีนำเทรนด์อยู่ในปัจจุบัน

●   อย่างไรก็ตามบางทีมอาจจะยังคงหาทางออกวิธีอื่นได้ และนั่นก็คือการปฏิเสธไม่ออกแบบถังเชื้อเพลิงใหม่ เพราะถึงแม้ว่าบางสนามจะมีการใช้เชื้อเพลิงที่สูงมาก แต่บางสนามก็ไม่เป็นปัญหาหนักขนาดนั้น และสถานการณ์อย่างเซฟตี้คาร์ที่มีโอกาสออกมาได้ทุกสนามก็จะช่วยชดเชยการใช้เชื้อเพลิงตรงนี้ได้เช่นกัน ดังนั้นทีมแข่งจึงมักจะอาศัยปริมาณเชื้อเพลิงที่น้อยกว่าเพื่อเป็นการลดน้ำหนักแทน โดยมีการคำนวณออกมาว่า น้ำหนัก 10 กิโลกรัม ที่หายไปนั้นจะช่วยให้รถเร็วขึ้นเฉลี่ย 0.3 วินาที/รอบ   ●

เฟอร์รารีวางแผนเพิ่มงบในปี 2019

●   เฟอร์รารีได้วางแผนเพิ่มงบประมาณทีมในปีนี้ โดยหวังว่ามันจะช่วยยุติการร้างราแชมป์โลกที่หายไปนานเสียที ซึ่งค่ายผู้ผลิตจากอิตาลีนั้นคว้าแชมป์โลกครั้งสุดท้ายในปี 2008 โดยที่ คิมี ไรค์โคเนน คือผู้ที่คว้าแชมป์โลกประเภทนักขับคนสุดท้ายของเฟอร์รารี ในปี 2007

●   เฟอร์รารีนั้นแยกทางกับ เมาริซิโอ อาร์ริวาเบเน่ และแต่งตั้งบอสฝ่ายเทคนิคอย่าง แมทเทีย บินอตโต้ ขึ้นมาคุมทีมแทน โดยคาดหวังที่จะให้การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้เฟอร์รารีเอาชนะเมอร์เซเดสได้ในยุค V6 เทอร์โบ ไฮบริด เสียที

●   หลุยส์ คามิลเลรี ประธานบริษัทและ CEO ของเฟอร์รารี  :  “ในขณะที่ผลงานของเราในปีที่แล้วดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 แต่เรายังคงพลาดไม่ได้ยกถ้วยรางวัลใหญ่ เป้าหมายของเรานั้นคือชัยชนะเสมอ ดังนั้นในปี 2019 เราจึงได้เพิ่มงบประมาณโดยหวังว่าจะบรรลุเป้าหมายนั้นเสียที และมันได้รวมถึงงบประมาณที่จะพัฒนารถซึ่งอยู่ภายใต้กติกาปี 2021”

●   ในเดือนพฤศจิกายน ปีที่ผ่านมา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน อันโตนิโอ ปิคก้า ปิคก้อน กล่าวว่า ค่าใช้จ่าย 5 ล้าน ยูโร ที่ลดลงไปในส่วนของอุตสาหกรรมและการวิจัยและพัฒนานั้นมาจากค่าใช้จ่ายที่ลดลงในกิจกรรมเกี่ยวกับฟอร์มูล่าวัน แต่ในปี 2019 นั้นจะกลับกันซึ่งมาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง

●   ในแง่ของการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน เฟอร์รารีมีรายรับเพิ่มขึ้น 16 ล้าน ยูโร ในปี 2018 จากการที่สปอนเซอร์เพิ่มขึ้น และการจบฤดูกาลในอันดับ 2 ของปี 2017 และถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังหาลูกค้ามาแทนที่โทโรรอสโซซึ่งเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ฮอนด้าในปีที่ผ่านมาได้ แต่พวกเขาได้ผลประโยชน์จากการที่เซาเบอร์เลือกใช้เครื่องยนต์สเป็คเดียวกับทีมโรงงาน หลังจากที่ก่อนหน้านั้นพวกเขาต้องส่งเครื่องยนต์สเป็คเก่าให้กับทีมแข่งจากฮินวิลล์

●   นอกจากนั้นเฟอร์รารียังมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าตัวนักขับที่ลดลง จากการที่ คิมี ไรค์โคเนน ถูกแทนที่ด้วยน้องใหม่อย่าง ชาร์ล เลอแคลร์ และนั่นทำให้ทีมแข่งมีความยืดหยุ่นในส่วนของงบประมาณมากขึ้น   ●

พิเรลลีสนับสนุนยางให้กับ F1 ถึง 2023

●   พิเรลลีจะยังคงเป็นผู้สนับสนุนยางแต่เพียงผู้เดียวให้กับฟอร์มูล่าวัน หลังจากที่พวกเขาชนะการประมูลซึ่งจะทำให้พวกเขาได้สนับสนุนต่อตั้งแต่ปี 2020 – 2023

●   มันเป็นสัญญาที่ซับซ้อนฉบับหนึ่ง เนื่องจากปีแรกจาก 4 ปี พวกเขาจะยังคงต้องสนับสนุนยางสเป็คเดิม ในขณะที่อีก 3 ปี ที่เหลือ ยางจะถูกเปลี่ยนเป็นขอบ 18 นิ้ว และมีการแบนผ้าอุ่นยาง

●   คู่แข่งอย่างมิชลินนั้นได้ตัดสินใจถอนตัวออกไปในนาทีสุดท้าย จากการที่พวกเขาคิดว่าไม่คุ้มที่จะต้องวิจัยยางขอบ 13 1 ปี แล้วต้องวิจัยยางขอบ 18 ใหม่ อีกทั้งพวกเขาไม่พอใจกับการที่จะต้องออกแบบยางให้มีการสึกหรอที่เร็วกว่าปกติ

●   มาร์โก้ ทรอนเกตตี้ รองประธานพิเรลลี  :  “มันเป็นข่าวที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่พิเรลลีจะยังคงเป็นพาร์ทเนอร์กับฟอร์มูล่าวันจนถึงปี 2023 ข้อตกลงใหม่นี้จะทำให้พิเรลลีคงอยู่ในวงการรวม 13 ฤดูกาล ในยุคปัจจุบัน โดยที่พิเรลลีนั้นเคยสนับสนุนการแข่งขันในปี 1950 ที่วงการพึ่งก่อตั้ง ฟอร์มูล่าวันนั้นเป็นและจะยังคงเป็นที่สุดแห่งการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต เป็นสภาพแวดล้อมที่เพอร์เฟคต์สำหรับพิเรลลีที่ใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นห้องวิจัยและทดลองขั้นสูงสุด”

●   ฌอง ทอดต์ ประธาน FIA  :  “เราดีใจที่ได้เลือกพิเรลลีต่ออีกช่วงระยะหนึ่งในการเป็นผู้สนับสนุนแต่เพียงผู้เดียวให้กับฟอร์มูล่าวัน มันช่วยให้เราได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ปี 2011 และเรารู้ดีถึงความยากลำบากในการเป็นผู้สนับสนุนและมีส่วนร่วมในฟอร์มูล่าวัน”   ●


ที่มา :
•   motorsport.com.