Honda Civic RS ลองระบบความปลอดภัย Honda SENSING
February 5, 2019
Motortrivia Team (4855 articles)

Honda Civic RS ลองระบบความปลอดภัย Honda SENSING

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ  •  ภาพ : ฮอนด้า ประเทศไทย

 

●   ฮอนด้า ซีวิค โฉมปัจจุบัน เจนเนอรชั่นที่ 10 ในเมืองไทยมีการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมไปใน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ช่วงปลายปีที่ผ่านมา เน้นการปรับปรุงรายละเอียดใหม่ ภายนอกเปลี่ยนกันชนหน้าทรงใหม่ กรอบสปอตไลต์รุ่นพื้นฐานตกแต่งด้วยโครเมียม ส่วนรุ่น RS เป็นสีดำเงา Piano Black พร้อมสัญลักษณ์ RS ที่กระจังหน้า เปลี่ยนล้อแม็กลายใหม่ เพิ่มเสาอากาศทรงครีบฉลาม กันชนท้ายเพิ่มแถบโครเมียม ภายในปรับการตกแต่งบริเวณแผงคอนโซลและเบาะนั่ง ปรับดีไซน์ชุดเครื่องเสียงที่คอนโซลกลาง ส่วนรุ่น RS เพิ่มเติมการปรับการตกแต่งที่แผงประตู และเพิ่มการเดินตะเข็บด้วยด้ายสีแดงเพิ่มความสปอร์ต ภายนอกเพิ่มสีใหม่ Brilliant Sporty Blue ในทุกรุ่นย่อย จับคู่กับการตกแต่งภายในสีดำ


Honda SENSING ระบบความปลอดภัยที่ใช้งานได้จริง

●   ไฮไลต์ของการปรับโฉมอยู่ที่การเพิ่มเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING 5 รายการ เฉพาะในรุ่น Turbo RS ประกอบด้วย

●   1) ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System – CMBS) เตือนผู้ขับให้ลดความเร็วเมื่อมีรถอยู่ด้านหน้า หรือคนเดินถนนอยู่ในระยะที่ไม่ปลอดภัย โดยระบบจะแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงข้อมูลและสัญญาณเสียง รวมถึงมีการสั่นเตือนของพวงมาลัยในกรณีที่มีรถสวนทาง หากผู้ขับยังไม่ตอบสนองหรืออยู่ในระยะที่เสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกให้อัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ


●   2) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าในความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow – ACC with LSF) ช่วยควบคุมความเร็วของรถให้คงที่ ตามที่ผู้ขับตั้งค่าไว้ และระบบจะปรับความเร็วอัตโนมัติ โดยมีกล้องและเรดาร์ตรวจจับรถคันหน้า เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และในการขับที่ความเร็วต่ำ ระบบจะช่วยปรับความเร็วให้รถเคลื่อนที่ตามรถคันหน้า รวมถึงเบรกและหยุดตามรถคันหน้าโดยอัตโนมัติ ระบบจะเริ่มทำงานอีกครั้งเมื่อผู้ขับกดปุ่มที่พวงมาลัยหรือเหยียบคันเร่ง


●   3) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System – LKAS) กล้องหน้าจะทำการตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางเดินรถ และระบบจะช่วยเพิ่มแรงหน่วงของพวงมาลัย เพื่อช่วยผู้ขับให้ควบคุมรถอยู่ภายในช่องทาง รวมทั้งช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้ขับ


●   4) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning – RDM with LDW) ใช้กล้องหน้าตรวจจับเส้นแบ่งช่องทางจราจร หากพบว่ารถเบี่ยงออกนอกช่องทางโดยไม่ตั้งใจ คือ ไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอในชุดมาตรวัด พร้อมสั่นเตือนที่พวงมาลัย และถ้ารถยังเบี่ยงออกนอกช่องทาง ระบบจะช่วยหน่วงพวงมาลัยเพื่อประคองให้รถกลับเข้าสู่ช่องทาง และถ้ารถยังเบี่ยงออกนอกช่องทางอย่างไร้การควบคุมจนอาจเกิดอุบัติเหตุ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อชะลอความเร็ว (ในกรณีเส้นแบ่งถนนเป็นเส้นทึบ) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางจราจร


●   5) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam – AHB) เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะปรับเป็นไฟสูงเมื่อขับในที่มืด และจะปรับเป็นไฟต่ำเมื่อตรวจจับได้ว่ามีรถสวนทางหรือมีรถยนต์ด้านหน้า

●   ฮอนด้าจัดให้ทดลองขับซีวิค ทั้งรุ่น RS ที่ติดตั้งระบบ Honda SENSING และรุ่นพื้นฐาน 1.8 เดินทางจากศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้า บางชัน ไปกินมื้อกลางวันที่เขาใหญ่ ระหว่างทางได้ลองบางระบบความปลอดภัยบ้างเล็กน้อย เพราะเป็นถนนสาธารณะ ไม่ใช่สถานที่ปิด ระบบที่ได้ลองก็เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าในความเร็วต่ำ ช่วงที่ขับตามกันเป็นขบวนช้าๆ ลองเปิดครูสคอนโทรล ตั้งระยะห่างจากรถคันหน้า ด้วยสวิตช์ควบคุมที่อยู่บนพวงมาลัยฝั่งขวา จากนั้นปล่อยให้ระบบทำงาน เมื่อเข้าใกล้รถคันหน้าที่มีความเร็วต่ำกว่า ระบบจะค่อยๆ เบรกลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าตั้งความเร็วมาสูง เมื่อระบบตรวจเจอรรถคันหน้าที่มีความเร็วต่ำกว่ามากๆ ระบบก็จะเบรกค่อนข้างหนักหน่วง


คุณศิริพร ศรีสุข ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด


●   อีก 2 ระบบที่ได้ทดลองใช้ คือ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ และระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ เมื่อเบี่ยงรถออกนอกเลนโดยไม่เปิดไฟเลี้ยว ระบบจะเตือนด้วยไฟสีส้มบนชุดมาตรวัด และรู้สึกได้ว่ามีแรงดึงนิดๆ ที่พวงมาลัย เพื่อประคองรถให้เข้าเลน ระบบทำงานเร็วไปนิดโดยเฉพาะในช่วงทางคดโค้ง ซึ่งรถจะไม่ได้อยู่กลางเลนเป๊ะๆ ตลอดเวลา ระบบก็จะเตือนและช่วยดึงพวงมาลัยอยู่ตลอด ทำให้การควบคุมรถไม่เป็นธรรมชาติ และไม่แน่ใจว่าถ้าเปิดระบบนี้ไว้แล้วมีเหตุที่ต้องหักหลบกะทันหัน ระบบนี้จะทำงานหรือไม่ เพราะไม่มีโอกาสและไม่กล้าทดสอบบนถนนสาธารณะ โดยส่วนตัวคิดว่าระบบนี้น่าจะเหมาะกับการขับทางตรงๆ ยาวๆ ที่จะช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องเพ่งสมาธิมากนัก ขับได้อย่างผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังคงความปลอดภัยเต็มร้อย

●   จากการทดลองใช้ทั้ง 3 ระบบพบว่า มีการปรับให้สอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น กล้องมีประสิทธิภาพดีขึ้น เส้นแบ่งถนนจางๆ ไปบ้างก็ยังตรวจพบ ใช้งานแล้วไม่รู้สึกว่ารบกวนการขับมากนัก และช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้จริง

เครื่องยนต์เดิม แรงพอสนุก เน้นประหยัด

●   เครื่องยนต์ไม่เปลี่ยนแปลง รุ่น RS ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1,500 ซีซี เทอร์โบ 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 22.4 กก.-ม. ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราสิ้นเปลืองจากโรงงาน 17.9 กิโลเมตรต่อลิตร CO2 134 กรัมต่อกิโลเมตร และรุ่น 1.8 ใช้เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี i-VTEC 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 17.7 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองจากโรงงาน 16.1 กิโลเมตรต่อลิตร CO2 147 กรัมต่อกิโลเมตร

●   แม้จะไม่ใช่การทดสอบรถอย่างจริงจัง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะจับความรู้สึก แน่นอนว่ารุ่น RS เร่งได้ต่อเนื่อง ลื่นไหลกว่า ส่วนรุ่น 1.8 ให้การตอบสนองที่เป็นธรรมชาติ ขับความเร็วต่ำ-ปานกลางได้คล่องตัว ส่วนการเร่งแซงที่ความเร็วสูงก็ต้องใช้รอบเข้าช่วยเป็นเรื่องปกติ ลองวัดอัตราสิ้นเปลืองกันเล่นๆ ขาไปขับรุ่น RS ถึงปลายทางที่เขาใหญ่ก่อนสลับรถ ทำได้ 18.6 กิโลเมตรต่อลิตร ขากลับสลับเป็นรุ่น 1.8 ขับต่อจากเพื่อนสื่อมวลชน ไม่ได้เซต 0 ใหม่ เสร็จสิ้นการทดสอบที่ศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้าบางชัน ได้อัตราสิ้นเปลือง 16.6 กิโลเมตรต่อลิตร มากกว่าตัวเลขโรงงานทั้ง 2 รุ่น แต่เป็นเพราะวันที่ทดลองขับ รถไม่ค่อยติดทั้งขาไปและขากลับ ส่วนมากทางโล่งและทำความเร็วคงที่ได้ต่อเนื่อง ขับกันไม่เร็วมาก มีลากรอบสูงเพื่อเร่งแซงเป็นบางครั้ง

●   ทั้ง 2 รุ่นใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT พฤติกรรมการทำงานไม่ขัดอกขัดใจเหมือน CVT รุ่นแรกๆ ให้ความรู้สึกคล้ายเกียร์อัตโนมัติแบบฟันเฟือง ที่ควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงได้ดังใจด้วยการกดคันเร่ง และเหนือกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบฟันเฟืองเรื่องความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์ รวมทั้งอัตราทดเกียร์ที่ต่ำ ลดรอบและลดเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ ลดการสึกหรอ และลดอัตราสิ้นเปลือง

●   ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น TURBO RS ราคา 1,219,000 บาท, TURBO ราคา 1,104,000 บาท, 1.8 EL ราคา 964,000 บาท และ 1.8 E ราคา 874,000 บาท มี 5 สี ได้แก่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) สีดำคริสตัล (มุก) และ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (เมทัลลิก) และสีขาวแพลทินัม (มุก)   ●


Honda Civic RS : Honda SENSING

Drunk Dont Drive