Mercedes แถลงผลประกอบการ 2561 พร้อมเปิดตัว AMG 53 สองรุ่น
February 7, 2019
Motortrivia Team (4733 articles)

Mercedes แถลงผลประกอบการ 2561 พร้อมเปิดตัว AMG 53 สองรุ่น

ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย จัดงานแถลงผลประกอบการปี 2561 พร้อมเปิดตัวรถใหม่ 2 รุ่นในตระกูล Mercedes-AMG 53 ประกอบด้วย Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe ซึ่งเป็นรุ่นนำเข้า โดยภายในปี 2562 เมอร์เซเดสยังเตรียมเปิดคลังอะไหล่ครบวงจรแห่งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งวางแผนแต่งตั้งดีลเลอร์ใหม่เพิ่มอีก 4 แห่งภายในสิ้นปี 2562

●   มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ (Roland Folger) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2561 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจดจำของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก ด้วยการครองตำแหน่งแบรนด์รถหรูระดับพรีเมี่ยมที่มียอดขายมากที่สุดเป็นปีที่สามติดต่อกัน จากยอดจำหน่ายรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 2,310,185 คัน และยังเป็นสถิติการเติบโตที่ต่อเนื่องยาวนานถึงแปดปี โดยมีรถยนต์ตระกูลเอสยูวีเป็นหัวใจหลักของความสำเร็จจากยอดขาย 820,721 คัน นอกจากนี้รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ยังสร้างยอดจำหน่ายสูงถึงหกหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์รวมถึงจัดแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเพิ่มเติมรถยนต์ตระกูล 53 อีกทั้งรถยนต์ในกลุ่ม คอมแพคคาร์ที่ได้ถูกจำหน่ายออกไปในจำนวนมากกว่า 609,000 คัน”


มร. โรลันด์ โฟลเกอร์ (ซ้าย) ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และ มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   “ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นตลาดขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญที่สุด ซึ่งในปีที่ผ่านมารถยนต์จำนวน 943,473 คันได้ถูกส่งมอบให้กับลูกค้า โดยมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 7.8% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับ ปีก่อน ในขณะที่ประเทศญี่ปุ่น อินเดีย ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ประสบความสำเร็จในด้านยอดขายที่สูงกว่าปีที่ผ่านมา โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ทำลายสถิติด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์สูงถึง 15,785 คัน เติบโตขึ้น 9% ซึ่งนับเป็นยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้สามารถครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาดรถหรูไว้ได้เป็นปีที่ 18 ติดต่อกัน”

●   “สำหรับทิศทางการดำเนินงานในปี 2562 นี้ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ผ่านรถยนต์รุ่นต่างๆ ให้กับผู้บริโภคภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค และอีคิว อย่างต่อเนื่องโดยบริษัทฯ วางแผนที่จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มากกว่า 20 รุ่น พร้อมเดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้าด้วยการวางแผนสร้างระบบนิเวศรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การแนะนำรถยนต์ใหม่ การให้บริการหลังการขาย การขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการเดินสายการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ ด้านบริการลูกค้า บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ในการแต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการไว้ให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีผู้จำหน่ายจังหวัดละหนึ่งแห่งเท่านั้น และในปีนี้เตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มอีกสี่แห่ง ครอบคลุมทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ซึ่งจะส่งผลให้เมอร์เซเดส-เบนซ์มีผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรวม 36 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้”

●   มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ (Frank Steinacher) รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจัยแห่งความสำเร็จดังกล่าว มาจากการวางกลยุทธ์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของตลาด โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เปิดตัวรถยนต์รวม 16 รุ่น ซึ่งแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีถือเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากด้วยอัตราการเติบโตจากปีก่อนหน้าแบบก้าวกระโดดถึง 309% ซึ่งเป็นผลมาจากการรุกทำการตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การแนะนำรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทั้งรุ่นนำเข้า และรุ่นประกอบในประเทศรวมจำนวน ห้ารุ่น การจัดกิจกรรม “Mercedes-AMG Driving Experience” ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อให้สื่อมวลชน และลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะรถยนต์อย่างใกล้ชิด รวมถึงการเปิดตัวผู้จำหน่ายอย่าง เป็นทางการ 12 แห่งทั่วประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในด้านบริการ หลังการขายให้กับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว โดยในปีนี้จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูลเอเอ็มจีอย่างต่อเนื่อง ประเดิมด้วย สองรุ่นใหม่ในตระกูลเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี 53 อย่าง CLS 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ และ E 53 4MATIC+ Coupé รุ่นนำเข้าที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EQ Boost เพื่อเพิ่มพลังให้กับรถยนต์มากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดตัว AMG Brand Center แห่งแรกในประเทศไทย โดยจะเป็นศูนย์ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรถยนต์แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีที่มีความทันสมัย และครบวงจรมากที่สุด และมีเพียง 11 แห่งจากทั่วโลก”

●   “ในด้านความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้า ในปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ให้สูงขึ้น มีการจับมือกับสามเครือโรงแรมชั้นนำขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ ทำให้ในปัจจุบันเมอร์เซเดส-เบนซ์ มีจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ารวมกว่า 200 แห่ง อีกทั้งจัดงาน “Mercedes-Benz EQ Tech Day” เพื่อฉายภาพให้เห็นถึงทิศทางยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคตภายใต้แบรนด์อีคิว และยังได้นำรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบอีคิวเอ (EQA) เข้ามาจัดแสดงให้สื่อมวลชน และผู้บริโภคได้ชมกันอย่างใกล้ชิด โดยในปีนี้บริษัทฯ เตรียมนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์อีคิวตลอดทั้งปีทั้ง EQ Power รถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด EQ Power+ ที่เป็นส่วนหนึ่งในรถยนต์แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และกลุ่มรถยนต์แต่ง และ EQ สำหรับรถยนต์ Battery Electric Vehicles หรือ BEV พร้อมวางแผนขยายจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 80 แห่ง โดยจะเลือกสถานที่ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ามาใช้บริการ”

●   “ในด้านกิจกรรมการตลาดเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ ในปี 2562 บริษัทฯ ได้สานต่อกลยุทธ์ Best Customer Experience เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ผ่านการทำกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ภายใต้โกลบอลแพลทฟอร์ม “ชีส์ เมอร์เซเดส” (She’s Mercedes) อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ซึ่งในปีที่ผ่านมากิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า และผู้ที่ชื่นชอบ แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกทั้งมีการสื่อสารบนช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้งทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมที่ปัจจุบันมียอดผู้ติดตามกว่า 812,285 คน และ 121,214 คนตามลำดับ”


นายพุทธิ ตุลยธัญ (ซ้าย) รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด


●   นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ ‘การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า’ คือหัวใจในการบริการของเรา บริษัทฯ จึงได้วางกลยุทธ์ในการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า โดยการนำเสนอแคมเปญบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส โปรแกรมการบำรุงรักษาและการรับประกันสำหรับลูกค้า เมอร์เซเดส-เบนซ์, อะไหล่ REMAN แท้ที่ผ่านกระบวนการ Remanufacturing จากโรงงานผู้ผลิตของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง Mercedes-Benz Engine Oil ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงเน้นย้ำความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิคจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมถึงการสนับสนุนนักเรียนอาชีวะภายใต้โครงการเยอรมัน-ไทยเพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (GTDEE) ซึ่งปัจจุบันมีสถาบันการศึกษาเข้าร่วมกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั้งหมดสี่แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก วิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก และวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก บ้านโป่ง โดยในปีที่ผ่านมามีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรดังกล่าวและเข้าทำงานที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว จำนวน 30 คน และในปี 2562 นี้มีนักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรมการฝึกอบรมกับบริษัทและเซ็นสัญญาเข้าทำงานกับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการหลังจบหลักสูตรในปี 2563 แล้วอีกจำนวน 52 คน ทั้งนี้บริษัทฯ กำลังขยาย ศูนย์ฝึกอบรมให้สามารถเพิ่มศักยภาพการฝึกอบรม โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2562 นี้”

●   “ในปี 2562 บริษัทฯ วางแผนที่จะยกระดับการให้บริการในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งบริการด้านการบำรุงรักษา และการขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยเตรียมเปิดตัว ‘คลังอะไหล่แห่งใหม่’ (Parts Distribution Center) บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งคลังอะไหล่แห่งนี้จะมีระบบการจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำหน้าที่วิเคราะห์และจัดเก็บอะไหล่ ให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการกระจายอะไหล่รถยนต์ให้ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น และในส่วนความพร้อมเพื่อสร้างเครือข่ายที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ทั่วประเทศนั้น ปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการจำนวน 32 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล 17 แห่ง และต่างจังหวัด 15 แห่ง และเตรียมแต่งตั้งผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับแบรนด์รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่มอีกสี่แห่ง โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครสองแห่ง และต่างจังหวัดอีกสองแห่ง ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นเป็น 36 แห่ง และในปีนี้ยังมีแผนขยายศูนย์บริการสีและตัวถังที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์อีก 4 แห่งรวมเป็น 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้กับลูกค้าให้ได้มากที่สุด”

Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ (ประกอบในประเทศ)

●   ตัวรถมาไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED with ULTRA RANGE Highbeam ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่เหนือกว่าไฟหน้า LED ในรุ่นมาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 84 หลอดต่อข้าง) เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่าน 4 แยกหรือวงเวียน, ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับในเมือง, ระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้าย และสามารถส่องสว่างได้ไกล 650 เมตร กระจังหน้าแบบแผงบังคับลมคู่ สีเงิน ชุบโครเมี่ยม มีวัสดุเก็บขอบด้านข้างแบบพิเศษ กระโปรงหลังรูปแบบใหม่ ท่อไอเสียแบบ AMG Sports exhaust system พร้อมปลายท่อไอเสียทรงกลม ล้ออัลลอย AMG แบบ 5 ก้านคู่สีดำขนาด 20 นิ้ว และซันรูฟเปิด-ปิดไฟฟ้า

●   ห้องโดยสารติดตั้งจอขนาด 12.3 นิ้ว ทำงานด้วยระบบอินโฟฯ MB Audio 20 พร้อม Touchpad และ Controller มาตรวัดฟูลดิจิทัลแสดงผลได้ 3 รูปแบบ Classic, Sport และ Progressive สามารถเลือกแสดงข้อมูลต่างๆ ได้เพิ่มเติมตามต้องการ พวงมาลัยแบบพิเศษ AMG Performance Steering Wheel ชุดระบบไฟแอมเบียนท์ในห้องโดยสารปรับสีได้ 64 สี และมีชุดระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester surround sound system เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

●   ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอื่นๆ มีอาทิ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, ระบบ PRE-SAFE Plus, จอ Head-up display, เกียร์ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ แบบแปรผัน และช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension ทำงานอัตโนมัติ

●   พละกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ แถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร (2,999 ซีซี.) ส่งกำลังด้วยเกียร์ 9 จังหวะ เสริมด้วยชุดระบบ EQ Boost ใช้แรงดันไฟฟ้า 48 โวลท์จ่ายไฟเลี้ยงระบบไฟฟ้า และมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวกลางผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ กำลังสูงสุด 435 แรงม้า ที่ 6,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 52.9 กก.-ม. เริ่มที่ 1,800 – 5,800 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.

●   CLS 53 4MATIC+ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 5,350,000 บาท ครับ

Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe (นำเข้า)

●   E 53 4MATIC+ Coupe มากับไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติค ฝากระโปรงพร้อมช่องพาวเวอร์โดม กระจกมองข้างและขอบกระจกตกแต่งด้วยสีดำ หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า ท่อไอเสีย AMG Sport exhaust system ปลายท่อคู่แบบ 2 round twin tailpipe look สปอยเลอร์หลัง AMG Spoiler lip ติดตั้งบนฝากระโปรงท้าย ล้ออัลลอย AMG แบบ 5 ก้านคู่ สีดำ ขนาด 20 นิ้ว

●   ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุ Metal-weave และ Black piano เบาะหุ้มหนัง ARTICO leather ตัดสลับ DINAMICA Microfibre เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน, พวงมาลัย AMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappa ตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibre ตัวพวงมาลัยเป็นแบบระบบนิรภัย ปรับระดับด้วยไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว, ตัวเบาะปลอดภัยด้วยระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติสำหรับเบาะคู่หน้า, จอแสดงข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpit, ระบบ MB Audio 20 ทำงานผ่านจอ 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้สะดวกด้วย Android Auto และ Apple CarPlay, มีจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, ระบบเสียง Burmester® surround sound system และไฟแอมเบียนท์ 64 สี

●   เทคโนโลยีอื่นๆ มีอาทิ ระบบ AMG DYNAMIC SELECT, กุญแจ KEYLESS-GO, ระบบ HAND-FREE ACCESS เปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติ, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATIC แบบ 2 โซน, ระบบ Adaptive Highbeam Assist ปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Active Light System ปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย, ระบบ Parking Pilot including Active Parking Assist ช่วยจอดอัตโนมัติ, ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมเทคโนโลยี AMG Performance 4MATIC+ และช่วงล่างแบบถุงลม AMG RIDE CONTROL+ Suspension

พละกำลังมาจากเครื่องยนต์บล็อคเดียวกัน เบนซิน 6 สูบ 3.0 ส่งกำลังด้วยเกียร์ 9 จังหวะ เสริมด้วย EQ Boost กำลังสูงสุด 435 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 52.9 กก.-ม. ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. เท่ากัน ทว่าอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. จะลดลง 0.1 วินาทีเหลือ 4.4 วินาที

●   E 53 4MATIC+ Coupe ราคาจำหน่าย 6,990,000 บาท ครับ

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติม เชิญได้ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือแฟนเพจ facebook.com/MercedesBenzThailand   ●


2019 Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ and E 53 4MATIC+ Coupe


2019 Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ : Official


2019 Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupe : Official

Drunk Dont Drive