Formula 1 : ตัวเลขจากการทดสอบรถครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาล 2019
March 9, 2019
Motortrivia Team (5850 articles)

Formula 1 : ตัวเลขจากการทดสอบรถครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาล 2019

Posted by : Fascinator.

 

●   การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลนั้นสิ้นสุดลงไปแล้ว จากนี้ไปจะเหลือเวลาอีกเพียง 2 สัปดาห์ ก่อนที่สนามแรกจะเปิดม่านขึ้น ดังนั้นเราลองย้อนกลับมาดูตัวเลขต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทดสอบก่อนหน้านี้ มันน่าจะบอกอะไรเราได้หลายอย่างเลยทีเดียว

1.16.221 – เวลาที่ดีที่สุดในการทดสอบ

●   เซบาสเตียน เวทเทล ทำเวลาเร็วที่สุดนี้ในรถสีแดงเพลิง ซึ่งเร็วกว่าคู่แข่งในรถศรเงินอย่าง ลูวอิส แฮมิลตัน อยู่ 0.003 วินาที อันที่จริงแล้วเฟอร์รารีนั้นทำเวลาเร็วที่สุดอยู่ 4 วัน จากทั้งหมด 8 วัน โดยวันที่เหลือนั้นเป็นการแชร์หัวแถวกันระหว่าง แม็คลาเรน, โทโรรอสโซ และ เรโนลต์

●   ที่น่าสนใจก็คือ เวลา 1.16.221 ของเวทเทลนั้นเร็วกว่าเวลาที่เร็วที่สุดในการทดสอบเมื่อปีที่แล้วอยู่ถึงเกือบ 1 วินาที ถึงแม้ว่าสภาพผิวแทร็คจะดีขึ้นและสภาพอากาศก็ดีกว่าเมื่อปีที่ผ่านมา แต่การที่เวลานั้นยังคงเร็วขึ้นทั้งๆ ที่กฎใหม่ควรจะทำให้รถแข่งช้าลงไป 1.5 วินาที เป็นอย่างน้อย นั่นบ่งบอกถึงความสามารถของบรรดาวิศวกรที่ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการดึง ดาวน์ฟอร์ซ ที่สูญเสียไปกลับมาได้

เวลาเร็วที่สุดในการทดสอบ 10 อันดับแรก
1. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – 1.16.221 – C5
2. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 1.16.224 – C5
3. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – 1.16.231 – C5
4. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 1.16.561 – C5
5. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – 1.16.843 – C5
6. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 1.16.882 – C5
7. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 1.16.898 – C5
8. คาร์ลอส ซายน์ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 1.16.913 – C5
9. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – 1.17.076 – C5
10. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 1.17.084 – C5

1,189 – จำนวนรอบที่เมอร์เซเดสวิ่งได้ทั้งหมด

●   จริงๆ แล้วในการทดสอบนั้น เวลาต่อรอบที่เร็วที่สุดอาจไม่สำคัญเท่าจำนวนรอบที่มากที่สุด เนื่องจากการทดสอบนั้นมีปริมาณที่จำกัด ทีมงานจำเป็นจะต้องเอารถลงวิ่งบนแทร็คให้ได้มากรอบที่สุด เพื่อรวบรวมข้อมูลให้ได้ปริมาณสูงที่สุด ซึ่งในแง่มุมนี้เมอร์เซเดสนั้นนำโด่งเหนือคู่แข่งทั้งหมดด้วยการเป็นทีมเดียวที่วิ่งได้จำนวนรอบทะลุ 1,000 รอบ เฟอร์รารีนั้นเก็บจำนวนรอบได้ตามมาที่ 997 รอบ อย่างไรก็ตามจำนวนรอบที่ห่างกันนั้นก็มากพอที่จะครอบคลุมระยะทางถึง 3 รายการเต็มๆ

●   ทางด้านวิลเลียมส์ซึ่งมาถึงสนามช้ากว่าทีมอื่น ค่ายจากฐานกรูฟจึงทำจำนวนรอบได้น้อยกว่าทีมอื่นไปโดยปริยาย แต่อย่างน้อย 567 รอบ ที่พวกเขาทำได้ ก็ยังมากกว่าแม็คลาเรนในปี 2017 ซึ่งพวกเขาวิ่งไปได้เพียง 425 รอบ ถึงแม้ว่าจะมาลงทดสอบครบทุกวัน

จำนวนรอบที่แต่ละทีมเก็บไปได้มากที่สุด
1. เมอร์เซเดส – 1,189 รอบ – 5,535 km
2. เฟอร์รารี – 997 รอบ – 4,641 km
3. เรโนลต์ – 961 รอบ – 4,473 km
4. โทโรรอสโซ – 935 รอบ – 4,352 km
5. อัลฟ่า โรมิโอ – 922 รอบ – 4,292 km
6. แม็คลาเรน – 873 รอบ – 4,064 km
7. ฮาส – 871 รอบ – 4,055 km
8. เรดบูลล์ – 833 รอบ – 3,878 km
9. เรซซิ่งพอยต์ – 625 รอบ – 2,909 km
10. วิลเลียมส์ – 567 รอบ – 2,639 km

825 – จำนวนรอบที่วิลเลียมส์อาจจะทำได้หากมาลงทดสอบครบทุกวัน

●   ความล่าช้าในการผลิตชิ้นส่วนประกอบ FW42 นั่นทำให้วิลเลียมส์ต้องพลาดการทดสอบไปถึง 2 วันครึ่ง ซึ่งในกรณีนี้ 562 รอบ ที่พวกเขาทำได้ในวันที่เหลือก็จะดูไม่ย่ำแย่อะไร เพราะนั่นเท่ากับว่าพวกเขาวิ่งได้เฉลี่ยเซสชั่นละ 51.54 รอบ ฉะนั้นหากวิลเลียมส์ได้วิ่งอีก 5 เซสชั่น ที่ไม่ได้วิ่ง พวกเขาก็อาจจะทำรอบเพิ่มได้อีกประมาณ 258 รอบ ซึ่งนั่นเท่ากับว่าพวกเขาจะวิ่งได้ทั้งหมด 825 รอบ ใกล้เคียงกับที่เรดบูลล์ทำได้

●   อย่างไรก็ตามวิลเลียมส์ดูจะเตรียมตัวเป็นรถที่ช้าที่สุดในสนามแรก เมื่อพวกเขาเซตเวลาในการทดสอบได้ช้าที่สุดซึ่งช้ากว่ารถแข่งคันที่เร็วกว่าพวกเขาในลำดับถัดไปถึง 0.6 วินาที และนั่นไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน

4 – จำนวนปีที่เฟอร์รารีจบการทดสอบด้วยเวลาหัวแถว

●   เป็นอีกครั้งที่เฟอร์รารีทำเวลาในการทดสอบเร็วที่สุดซึ่งเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว และเรารู้ดีว่าผลนั้นลงเอยเช่นไร มันมีเหตุผลให้เชื่อว่านี่อาจจะเป็นอีกครั้งที่เฟอร์รารีไปที่เมลเบิร์นด้วยการเป็นผู้นำ แต่อาจลงเอยโดยที่โดนเมอร์เซเดสตีพ่ายกลับมาอีกครั้ง

●   อย่างไรก็ตามมันก็มีอีกเหตุผลเช่นกันที่ทำให้เชื่อว่า “ปีนี้อาจจะมีความแตกต่าง” จากการทดสอบนั้นเฟอร์รารีมีการใช้ยาง C3 ทำเวลาไว้ 1.16.7 ในขณะที่เมอร์เซเดสใช้ยาง C4 ทำเวลาไว้ 1.16.6 ซึ่งถ้าใช้ตารางเปรียบเทียบค่าประสิทธิภาพยางที่ปิเรลลีเก็บข้อมูลไว้ เฟอร์รารีจะทำเวลาเร็วที่สุดได้ถึง 1.15.5 และเมอร์เซเดสจะทำได้อยู่ราวๆ 1.16.0 ซึ่งนี่เองที่เป็นข้อมูลเชิงลึกที่อาจทำให้ ลูวอิส แฮมิลตัน ออกมากล่าวว่า ในตอนนี้รถของพวกเขาช้ากว่าเฟอร์รารีอยู่ราวๆ 0.5 วินาที ก็เป็นได้ และนี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในปีก่อนๆ

4 – จำนวนกระสอบทรายที่เมอร์เซเดสหิ้วไว้บนรถ (อันนี้ประชด)

●   เช่นเดียวกับปีที่ผ่านๆ มา พวกเขาเน้นทำการทดสอบโดยการเก็บข้อมูลให้ได้มากๆ มากกว่าจะไปวิ่งกดเวลา นั่นจึงทำให้เฟอร์รารีมักจั่วหัวกระดานในการทดสอบ แต่เมอร์เซเดสมาเอาคืนได้เสมอในการแข่งขัน ไม่ใช่เพราะเฟอร์รารีช้าลงหรือว่าเมอร์เซเดสพัฒนาเร็วมาก แต่เมอร์เซเดสแค่ไม่ยอมเอาจริงเผยไต๋ออกมาหรือที่ฝรั่งมักพูดกันว่า “Sandbagging” (แบกถุงกระสอบทราย) นั่นเอง

●   ในปีนี้พวกเขาก็ยังคงเก็บระยะทางการทดสอบไปได้มหาศาลเช่นเดิม และมากกว่าทีมที่วิ่งได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 อย่างเฟอร์รารีถึงเกือบ 200 รอบ ซึ่งนั่นสามารถตีเป็นระยะทางได้เกือบๆ 1,000 กิโลเมตร เลยทีเดียว ด้วยจำนวนรอบที่มากขนาดนี้พวกเขาจึงเก็บข้อมูลได้มหาศาล และนั่นมากพอที่จะทำให้พวกเขาสร้างรถอีกสเป็คขึ้นมา ดังที่เราได้เห็นไปแล้ว ระหว่างการทดสอบครั้งแรกกับการทดสอบครั้งที่ 2 รถเมอร์เซเดสนั้นถูกอัพเกรดจนเรียกได้ว่าแทบจะเป็นคนละคันเลยทีเดียว

52 – จำนวนโดยประมาณของคอนเซ็ปปีกหน้าที่แตกต่างกันของแต่ละทีมในปีนี้

●   ในบรรดาการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดบนตัวรถปี 2019 ปีกหน้าคือคอนเซ็ปที่น่าจะถูกถกเถียงและคิดออกมาหลายแบบที่สุด บางทีมมีการยกปีกด้านในขึ้น บางทีมก็มีส่วนโค้งเว้าที่น่าค้นหา แน่นอนว่าพวกเขาจะเห็นภาพได้ชัดขึ้นว่าแบบไหนดีที่สุดเมื่อถึงสนามแรก แต่ในตอนนี้หลายคนคิดว่าคอนเซ็ปของเฟอร์รารีและ อัลฟ่า โรมิโอ นั้นน่าสนใจและอาจจะดีที่สุด ในขณะที่เมอร์เซเดสและเรดบูลล์นั้นมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร

●   ประเด็นสำคัญคือ เมื่อพวกเขาเห็นแล้วว่าการออกแบบของใครดีที่สุด พวกเขาจะไม่สามารถคัดลอกแล้ววางได้ง่ายเหมือน ไมโครซอฟต์ เวิร์ด เพราะในการออกแบบนั้นพวกเขาต้องคิดถึงการวางคอนเซ็ปและพัฒนา ที่อาจจะใช้เวลาเป็นเดือนๆ ในการคิด และยังต้องส่งต่อการพัฒนาไปยังรถคันถัดๆ ไป นอกจากนั้นยังต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งอื่นๆ ตามมา   ●


ที่มา :
•   wtf1.com.
•   formula1.com : ภาพ

Drunk Dont Drive