5 การคาดเดาแบบสุดโต่งในการแข่งขัน Formula 1 ปี 2019
March 25, 2019
Motortrivia Team (4855 articles)

5 การคาดเดาแบบสุดโต่งในการแข่งขัน Formula 1 ปี 2019

Posted by : Fascinator.

 

●   เราได้เห็นสัญญาณศักยภาพของแต่ละคนและแต่ละทีมกันไปแล้วเล็กน้อยจากการแข่งขันในสนามแรก ดังนั้นเพื่อความบันเทิง เรามาคาดเดาอะไรบางอย่างที่มันอาจจะเป็นความจริงสุดโต่งที่เกิดขึ้นก็ได้กันครับ

1. เลอแคลร์จะชนะอย่างน้อย 3 เรซ

●   มาเริ่มกันที่ผู้ที่ถูกจับตามองกันมากที่สุดเลยดีกว่า ถึงแม้ว่า ชาร์ล เลอแคลร์ จะมีประสบการณ์กับการแข่งขัน F1 มาเพียง 1 ปี เท่านั้น แต่เขาก็แสดงศักยภาพที่น่าจดจำให้ได้เห็นหลายครั้งในรถเซาเบอร์ ดังนั้นกับการที่เขาได้มาขับให้กับเฟอร์รารี เราจึงได้คาดการณ์ถึงขั้นที่เขาจะเก็บชัยชนะได้เลย

●   เขามีความเร็ว เขามีความมุ่งมั่น และเขายังดึงศักยภาพของรถออกมาได้อย่างเต็มที่ ลองดูผลการแข่งขันในสนามสุดท้ายเมื่อปีที่แล้วสิ อันดับ 7 ดีที่สุดตามหลัง 3 ทีมใหญ่ เท่านั้น กับรถเซาเบอร์ที่ เฟรเดอริค แวสเซอร์ ทีมบอสออกมายอมรับว่า พวกเขาได้ทุ่มทรัพยากรไปกับรถคันใหม่หมดแล้ว มันน่าประทับใจจริงๆ

●   บางคนอาจมีคำถามว่าเขาจะจัดการกับความกดดันในการขับให้กับค่ายสีแดงเพลิงอย่างไร? ซึ่งบรรยากาศทีมมันแตกต่างจากความอบอุ่นแบบครอบครัวในทีมเล็กๆ อย่างเซาเบอร์อย่างแน่นอน แต่คุณลองคิดดูว่า โอกาสในการขับให้กับม้าลำพองนั้นเป็นโอกาสที่นักขับหลายคนถวิลหา หลายคนเฝ้าฝันถึงการที่จะได้มาขับให้กับเฟอร์รารีและนั่นรวมถึงตัวเลอแคลร์เช่นกัน ดังนั้นเพื่อไม่ให้เสียโอกาสนี้ไป เขาจะต้องทำทุกวิถีทางในการจัดการกับความกดดันที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นเขาเองยังเป็นนักขับในโครงการปั้นเด็กของเฟอร์รารีอีกด้วย ซึ่งนั่นน่าจะช่วยให้เขาได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ทีเดียว

●   ที่สำคัญที่สุดคือ เขามาที่นี่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง เซบาสเตียน เวทเทล จะต้องถูกกดดันมากขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเขาไม่ได้มาและยอมรับการถูกวางตัวเป็นนักขับมือ 2 เช่นเดียวกับที่ คิมี ไรค์โคเนน เคยโดนกระทำ ถึงแม้ว่าสนามแรกทางทีมจะสั่งเบรกไม่ให้เขาไล่แซงเวทเทล แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้ง แน่นอนว่าเลอแคลร์จะไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน และทางทีมมีโอกาสสลับการวางตัวของพวกเขาด้วยเช่นกัน

2. ริคคิอาร์โดจะพาเรโนลต์ขึ้นโพเดียมครั้งแรกในรอบ 8 ปี

●   มันดูจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก ไม่ใช่กับตัวริคคิอาร์โด แต่เป็นกับต้นสังกัดใหม่ของเขา เพราะจากสถิติ 2 ปี ที่ผ่านมา มีเพียง 2 ครั้ง เท่านั้นที่มีนักขับนอกเหนือจากบิ๊กทรีที่ขึ้นโพเดียม และทั้ง 2 ครั้ง นั้นเกิดขึ้นในเรซสุดคลั่งที่บากูทั้งสิ้น แต่ถ้าหากจะมีคนไหนที่มีความสามารถในการแย่งโพเดียมจากบิ๊กทรีแล้วล่ะก็ คนๆ นั้นเห็นจะเป็น แดเนียล ริคคิอาร์โด

●   เรโนลต์นั้นจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 4 ดีที่สุดตามหลัง 3 ทีมใหญ่ และเราคาดหวังว่าในปีนี้พวกเขาจะพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปในการขึ้นไปท้าทาย 3 ทีมใหญ่ ให้บ่อยครั้งขึ้น นอกจากนั้นริคคิอาร์โดก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็นนักสู้ที่ดี เป็นนักแข่งที่เคยได้รับชัยชนะมาแล้ว ถึงแม้ว่ารถเรดบูลล์ที่เขาเคยขับนั้นจะไม่ได้ยอดเยี่ยมในระดับเมอร์เซเดสหรือเฟอร์รารีก็ตาม และนั่นนำพาไปสู่การคาดเดาว่าเขาจะพาเรโนลต์ขึ้นโพเดียม สิ่งที่เรโนลต์ร้างรามาตั้งแต่มาเลเซียนกรังด์ปรีซ์ 2011

●   อย่างไรก็ตามหากริคคิอาร์โดพาเรโนลต์ขึ้นโพเดียมได้ จะมีคนที่น่าสงสารอยู่ 1 คน นั่นคือ นิโค ฮูลเคนเบิร์ก เพื่อนร่วมทีมของนักแข่งออสซี ซึ่งตามหาโพเดียมแรกมา 8 ปี แล้วเช่นกัน

3. ไรค์โคเนนจะเป็นนักขับที่ดีที่สุดตามหลัง 3 ทีมใหญ่

●   ถึงแม้ว่าเขาจะออกจากทีมใหญ่อย่างเฟอร์รารีแล้ว แต่นั่นไม่ได้แปลว่า คิมี ไรค์โคเนน จะสูญเสียความเร็วที่เราเคยเห็นไปแต่อย่างใด โดยเฉพาะกับปีที่แล้วซึ่งนักแข่งฟินน์ได้แสดงให้เห็นหลายๆ ครั้งว่า เขายังคงมีความเร็วอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ทีมไม่อนุญาตให้เขาขึ้นไปท้าทาย เซบาสเตียน เวทเทล และในปีนี้กับทีมที่บรรยากาศผ่อนคลายลงอย่างมาก เราจึงคาดหวังที่จะได้เห็นไรค์โคเนนสมัยอยู่กับแม็คลาเรนและโลตัสกลับมาอีกครั้ง

●   ด้วยบรรยากาศที่ไม่กดดัน บวกกับการที่ได้มาเป็นนักขับผู้นำทีม นั่นทำให้ในแง่ของสถานการณ์ นักแข่งฟินน์จะดูดีขึ้นทันทีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อีกทั้งทางทีมได้ทุ่มทรัพยากรในการพัฒนารถปีนี้ไว้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2018 ด้วยสภาวะแวดล้อมทั้งหมดมันส่งเสริมให้ในปีนี้ทีมแข่งจากสวิสมีแต่จะดีขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้นด้วยประสบการณ์กับความสม่ำเสมอในการขับของไรค์โคเนน เราจึงได้กล้าคาดเดาว่าเขาจะเป็นนักขับที่ดีที่สุดตามหลัง 3 ทีมใหญ่ เท่านั้น

4. เวอร์สแท็พเพ่นจะกดดันแฮมิลตันและเวทเทลในการแย่งแชมป์โลก

●   การร่วมงานกันระหว่างเรดบูลล์และฮอนด้าเป็นครั้งแรกนั้นดูจะเป็นอะไรที่ล้างความไม่พอใจใน 5 ปี หลังสุดของพาร์ทเนอร์ เรดบูลล์-เรโนลต์ มันมีบางสิ่งชวนให้คิดถึงช่วงเวลาทที่เรดบูลล์เป็นแชมป์โลกในระหว่างปี 2010 – 2013 และแน่นอนว่า แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น เป็นนักแข่งที่ดุดันพอที่จะทำให้เกิดสิ่งนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

●   ทั้งแฮมิลตันและเวทเทลต่างออกมากล่าวให้เครดิตนักแข่งดัตช์ว่า มีสิทธิลุ้นถึงแชมป์โลกหากฮอนด้าให้ในสิ่งที่เรดบูลล์ต้องการมากที่สุดในขณะนี้ได้ ซึ่งนั่นก็คือกำลังเครื่องยนต์ โดยตัวเวอร์สแท็พเพ่นและเรดบูลล์นั้นต่างชื่นชมพัฒนาการของฮอนด้ามาตั้งแต่ปีที่แล้วที่ค่ายจากแดนปลาดิบอยู่กับโทโรรอสโซ และจากผลงานที่ฮอนด้าแสดงให้เห็นในสนามแรก ทำไมเวอร์สแท็พเพ่นจึงจะไม่มีโอกาสลุ้นแชมป์โลกล่ะ?

5. วิลเลียมส์จะไม่จบฤดูกาลในอันดับสุดท้าย

●   ข้อนี้น่าจะเป็นการคาดการณ์แบบสุดโต่งที่สุด เมื่อคิดถึงผลงานของวิลเลียมส์ในปีที่ผ่านมา และสถานการณ์ปัจจุบันของพวกเขาที่ไม่สู้ดีนัก

●   เรารู้กันดีว่าการจะทำผลงานให้ดีนั้นจะต้องมีหลายสิ่งประกอบกัน รถ ทีม นักขับ ซึ่งในปีนี้นักขับของพวกเขาถือได้ว่ามีเครดิตดีกว่าปีที่ผ่านมาทีเดียว จอร์จ รัสเซล นั้นเป็นแชมป์โลก F2 คนล่าสุด ส่วน โรเบิร์ต คูบิคซ่า ก็เป็นนักขับที่ว่ากันว่ามีคุณภาพระดับแชมป์โลก

●   ในส่วนของตัวรถนั้นพวกเขาได้ทราบความผิดพลาดในปีที่ผ่านมา ซึ่งเราคาดว่าพวกเขาจะเรียนรู้และไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก เราคิดว่าตัวรถของวิลเลียมส์น่าจะดีขึ้นในปีนี้ และพวกเขามีทีมงานคุณภาพที่เคยพลิกสถานการณ์จากอันดับ 9 ในปี 2013 มาเป็นอันดับ 3 ในปีถัดไปมาแล้ว

●   อันที่จริงนี่เป็นการคาดการณ์แบบสุดโต่งก่อนที่ฤดูกาลจะเปิดขึ้น ซึ่งเราได้เห็นกันไปแล้วกับสถานการณ์ภายในทีมแข่งจากฐานกรูฟ มันเลวร้ายมากจนไม่น่าจะเป็นไปได้กับการที่พวกเขาจะฟื้นตัวแล้วพลิกสถานการณ์หนีอันดับบ๊วยของตารางคะแนนได้เลย แต่หากมันสามารถเป็นไปได้ มันคงจะเป็นอะไรที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดเลยทีเดียว   ●


ที่มา :
•   www.formula1.com.

Drunk Dont Drive