2020 Polestar 2 คอมแพคท์พลังไฟฟ้า คู่แข่งของ Tesla Model 3
March 13, 2019
Motortrivia Team (5116 articles)

2020 Polestar 2 คอมแพคท์พลังไฟฟ้า คู่แข่งของ Tesla Model 3

Posted by : AREA 54

 

●   ใช้เวลาเพียงปีกว่าๆ นับจากการแยกตัวจากวอลโว่ ในช่วงปลายปี 2017 พร้อมเปิดตัวรถคูเป้ ไฮบริด สมรรถนะสูง Polestar 1 ล่าสุดในงาน 2019 Geneva Motor Show โพลสตาร์ทำการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในชื่อ Polestar 2 โดยไม่พึ่งพาชุดระบบขับเคลื่อนไฮบริด “Electric Performance Hybrid” (ชื่อทางการค้า) แล้วหันมาใช้งานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่แทน ยังผลให้มันเป็นคู่แข่งที่สมฐานะกับ Tesla Model 3.

●   Polestar 2 เป็นรถขนาดคอมแพคท์ ตัวถัง 5 ประตู ท้ายลาดทรงฟาสท์แบค งานออกแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Polestar 1 คือยังมีความเป็นรถที่คงความเรียบง่ายสไตล์สแกนดิเนเวียนเช่นเดียวกับวอลโว่ ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม CMA : Compact Modular Architecture ของวอลโว่/จีลี ซึ่งทั้งคู่เริ่มใช้งานในรถยุคใหม่ของบริษัทในเครือ เช่น Volvo XC40, Geely Borui GE หรือน้องใหม่อย่าง Lynk & Co 01 เป็นต้น ต่างจาก Polestar 1 ที่ใช้แพลทฟอร์ม SPA : Scalable Product Architecture ซึ่งใช้งานอยู่ในรถยนต์ของวอลโว่ล้วนๆ

●   Polestar 2 นั้นใช้แพลทฟอร์มที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถติดตั้งชุดระบบขับเคลื่อนได้ตั้งแต่ เครื่องยนต์ 3 หรือ 4 สูบเพียวๆ, เครื่องยนต์ไฮบริด หรือไฟฟ้าล้วนแบบแบตเตอรี่ โดยชุดระบบขับเคลื่อนของ Polestar 2 จะเป็นแบบไฟฟ้าล้วนที่ประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แยกขับเพลาหน้า/หลัง ปัจจุบันเรียกว่า EFAD + ERAD หรือ Electric Front/Rear Axle Drive, ระบบส่งกำลังแบบฟิกซ์เกียร์ 1 สปีด และแบตเตอรี่แพคชนิดลิเธียม-ไอออน กำลังรวมทั้งระบบ 402 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 67.2 กก.-ม.

●   ในเบื้องต้น Polestar 2 จะแยกการจำหน่ายเป็นรุ่นพื้นฐานในประเทศจีน ใช้แบตเตอรี่แพคที่มีความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟภายใน 1 ชม. เท่ากับ 72 กิโลวัทท์-ชม. และรุ่น Long Range สำหรับภูมิภาคอื่นๆ ความจุเพิ่มเป็น 78 กิโลวัทท์-ชม. โดยรุ่น 78 kWh นั้นผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน EPA ในสหรัฐฯ ด้วยระยะทางวิ่ง 442 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ในขณะที่การทดสอบตามมาตรฐาน WLTP ใหม่ในยุโรป ตัวเลขระยะทางจะอยู่ที่ 500 กม. ตามค่าเฉลี่ยของผู้คนยุคใหม่ในยุโรปที่ใกล้เคียงการใช้งานในชีวิตจริงมากขึ้นกว่าเดิม

●   โพลสตาร์ระบุว่า แพลทฟอร์ม CMA ของ Polestar 2 นั้น เมื่อเทียบกับรถของวอลโว่, จีลี และลิงค์ แอนด์ โค จะมีความแข็งแรงกว่าจากโครงสร้างที่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อจัดวางแบตเตอรี่แพค และยังจะมีข้อดีเพิ่มเติมอีกประการ คือลดเสียงรบกวนในห้องโดยสารลงได้อีก 3.7 เดซิเบล เมื่อเทียบกับรถบนแพลทฟอร์มเดียวกันที่ใช้งานร่วมกับเครื่องยนต์สันดาปภายใน (หมายถึงทั้งเพียวๆ และใช้ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าในลักษณะไฮบริด) นอกจากนี้โพลสตาร์ยังเพิ่มประสิทธิภาพของช่วงล่างด้วยการเลือกใช้ชุดเบรคของ Brembo และเพิ่มความนุ่มนวลด้วยชุดแดมเปอร์ของ Ohlins และเพื่อให้แน่ใจว่าการใช้ล้อฟอร์จขนาด 20 นิ้วจะไม่ทำให้ตัวรถมีความกระด้างจนเกินไป

●   ห้องโดยสารผิดคาดครับ… Polestar 2 มีการฉีกรูปแบบออกไปจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ในแบบมินิมอล ต่างจาก Polestar 1 ที่ยังคงมีกลิ่นอายของวอลโว่ โดยแผงแดชบอร์ดจะมีรูปทรงเรียบๆ กวาดตาจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาได้แบบสะอาดตา ผู้ขับและผู้โดยสารแยกออกจากกันด้วยคอนโซลกลางขนาดใหญ่ จอทัชสกรีนสำหรับบอกข้อมูลส่วนกลางเป็นทรงตั้งไซส์แท็บเลท ขนาด 11 นิ้ว จัดวางแบบลอยตัวเช่นเดียวกับแบรนด์คู่แข่งอย่างเทสล่า

Android HMI รุ่นแรกของโลก

●   อีกหนึ่งจุดเด่นของ Polestar 2 คือ มันจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของโลกที่ใช้ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่เอี่ยม “Android HMI” ของกูเกิล ซึ่งกูเกิลเคยประกาศมาตั้งแต่ช่วงงาน Google I/O ปี 2017 ว่า ออดี้และวอลโว่จะเป็นแบรนด์ผู้ผลิตแรกๆ ที่ใช้งานระบบแอนดรอยด์เพียวๆ รันระบบอินโฟเทนเมนท์ (ตอนนั้นกูเกิลเรียกว่าระบบ Android Automotive)

●   กูเกิลระบุว่า ผู้ใช้งานจะสะดวกยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ฝังมาเป็นพื้นฐานในระบบปฏิบัติการเลย (embedded Google services) ไม่ว่าจะเป็นการสั่งงานด้วยเสียง, การใช้งานผู้ช่วยเสมือนอย่าง Google Assistant, Google Maps หรือแม้แต่ Google Play Store ต่างจากระบบอินโฟเทนเมนท์ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งยังต้องพึ่งพาบริการพื้นฐานทั้งหลายผ่านซอฟท์แวร์ Android Auto เป็นตัวกลางในการขยายความสามารถเหล่านี้ด้วยการดึงแอพฯ จากสมาร์ทโฟนมาแสดงผลบนจอบอกข้อมูลส่วนกลาง นอกจากนี้โพลสตาร์เองก็ยังออกแบบปุ่มเรียก Google Assistant ให้ผู้ขับใช้งานบนวงพวงมาลัยด้วย

●   การจำหน่าย Polestar 2 จะเป็นแบบออนไลน์เท่านั้น (ณ เวลานี้) ฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานแห่งใหม่ในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน เช่นเดียวกับ Polestar 1 ระยะแรกโพลสตาร์จะจำกัดการจำหน่ายเฉพาะในจีน, แคนาดา, เบลเยียม, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, สวีเดน, สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

●   ราคาจำหน่ายรุ่นพื้นฐานเริ่มต้นที่ 39,900 ยูโร หรือประมาณ 1.43 ล้านบาท ทว่ารุ่นพิเศษในช่วงเปิดตัว Polestar 2 Launch Edition จะมีราคาอยู่ที่ 59,900 ยูโร หรือราว 2.14 ล้านบาทครับ   ●


2020 Polestar 2

Drunk Dont Drive