Mazda ยอดจำหน่ายทะลุ 70,000 คัน ทำสถิติเติบโตสูงสุดระดับโลก 2 ปีติดต่อกัน
April 26, 2019
Motortrivia Team (5002 articles)

Mazda ยอดจำหน่ายทะลุ 70,000 คัน ทำสถิติเติบโตสูงสุดระดับโลก 2 ปีติดต่อกัน

Press Release

 

●   มาสด้า ประเทศไทย เผยผลการดำเนินธุรกิจประจำปีงบประมาณ 2561 ยอดขายสร้างสถิติใหม่ทะลุ 70,000 คัน เพิ่มขึ้น 25% เติบโตสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของมาสด้าทั่วโลก 2 ปีติดต่อกัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.6% รั้งอันดับ 2 ของโลก ปริมาณยอดขายสร้างสถิติใหม่ขยับขึ้นครองอันดับ 6 ประเทศที่มียอดขายมากที่สุด ประกาศปีนี้เตรียมส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงตลาด 6 รุ่น พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 75,000 คัน

●   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า “จากความสำเร็จด้านการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปีนี้ ระหว่างปีปฏิทินหรือ Calendar Year และปีงบประมาณหรือ Fiscal Year มียอดขายใกล้เคียงกันมาก สำหรับปีงบประมาณ FY2018 มียอดขายสูงถึง 70,468 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 25% จากปีงบประมาณ FY2017 อยู่ที่ 56,379 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.6% สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากออสเตรเลีย วันนี้ มาสด้า ประเทศไทย ถูกจับตามองจากตลาดทั่วโลกเนื่องจากอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลกสองปีติดต่อกัน ที่สำคัญปริมาณยอดขายที่ทะลุเกิน 70,000 คัน นั้น ยังส่งผลให้ มาสด้า ประเทศไทย ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของมาสด้าทั่วโลก ส่วนปีนี้ FY2019 มาสด้าตั้งเป้าไว้ที่ 75,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%”

●   Mazda 2 ยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด ยอดขาย 48,119 คัน เพิ่มขึ้น 36% นับเป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 11 เดือนติดต่อกัน, Mazda BT-50 PRO ยอดขาย 7,500 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 29%, Mazda CX-5 ยอดขายสะสม 6,834 คัน เพิ่มขึ้น 7%, Mazda 3 ยอดขาย 4,852 คัน, Mazda CX-3 ทำยอดขายได้ 3,132 คัน และ Mazda MX-5 ยอดขาย 31 คัน

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำปีงบประมาณ 2561 เทียบกับปีงบประมาณ 2560
(ระหว่างเดือนเมษายน 2561 – มีนาคม 2562 และ เมษายน 2560 – มีนาคม 2561)

•   Mazda 2 จำนวน 48,119 คัน และ 35,440 คัน เปลี่ยนแปลง + 36
•   Mazda 3 จำนวน 4,852 คัน และ 4,945 คัน เปลี่ยนแปลง – 2
•   Mazda CX-3 จำนวน 3,132 คัน และ 3,755 คัน เปลี่ยนแปลง – 17
•   Mazda CX-5 จำนวน 6,834 คัน และ 6,411 คัน เปลี่ยนแปลง + 7
•   Mazda BT-50 PRO จำนวน 7,500 คัน และ 5,798 คัน เปลี่ยนแปลง + 29
•   Mazda MX-5 จำนวน 31 คัน และ 30 คัน เปลี่ยนแปลง + 3
ยอดรวม 70,468 คัน และ 56,379 คัน เปลี่ยนแปลง + 25

●   สำหรับยอดขายมาไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม – มีนาคม 2562) มาสด้ามียอดจำหน่ายรวม 16,579 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6.3% แบ่งเป็น Mazda 2 จำนวน 12,460 คัน, Mazda BT-50 PRO จำนวน 1,652 คัน, Mazda CX-5 จำนวน 1,021 คัน, Mazda 3 จำนวน 887 คัน, Mazda CX-3 จำนวน 509 คัน และ Mazda MX-5 จำนวน 5 คัน

●   “ปัจจัยหลักสำคัญที่จะกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์ในปี 2562 เกิดความคึกคักเนื่องมาจากระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มมีการขยายตัว และปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ต้นปี ผมย้ำอยู่เสมอว่าทุกคนต้องช่วยกันผลักดันให้คนในประเทศเกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า เราทุกคนต้องเดินหน้าไปด้วยกัน แม้จะเห็นผลช้า แต่ทุกคนต้องช่วยกัน วันนี้เริ่มจะเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ตลาดหุ้นกลับมาคึกคัก แนวโน้มการส่งออกเริ่มฟื้นตัว ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา เพราะประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากที่สุดในโลกของนักเดินทาง ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น กำลังซื้อมีมากขึ้น ธุรกิจหลายอย่างเริ่มขยับตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่กำลังใกล้บรรลุผลสำเร็จ หรือแม้แต่การเปิดระเบียงเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เราก้าวไปสู่ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงการขนส่งระดับภูมิภาค”  นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม

●   “จากการประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย ตลาดรถยนต์ปีนี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายๆ ค่ายเริ่มออกตัวล้อฟรีกันตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะมาสด้านั้นย้ำชัดเจนว่าปีนี้เป็นปีที่จะทำการเปิดตัวรถรุ่นใหม่มากที่สุด นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ ออกมาการันตีว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่มาสด้ากำลังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ มาสด้าเริ่มวางแผนการสื่อสารไปยังลูกค้าเกี่ยวกับรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นที่ 7 หรือ G7 ซึ่งจะทำการเปิดตัวในครึ่งปีหลัง พร้อมๆ กับรุ่นอื่นที่จะทยอยเปิดตัวในปีนี้ รวมแล้วทั้งหมด 6 รุ่น ครอบคลุมในทุกเซกเม้นต์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ”

●   ในช่วงปี 2561 ที่ผ่านมา มาสด้าได้ทำการปรับเปลี่ยนการขายและการบริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า จนส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่ส่งเข้าตลาด นายชาญชัย กล่าวปิดท้ายว่า “ประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานของลูกค้า ทำให้เกิดการบอกต่อสู่คนรอบข้าง ยังผลให้มาสด้าทุกรุ่นเดินหน้ากอบโกยยอดขายไปได้อย่างสวยงาม แน่นอนว่าปีนี้ถือเป็นปีทองที่มาสด้าจะเก็บเกี่ยวยอดขายให้บรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้ 75,000 คัน หลายคนอาจมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนรุ่นที่จะส่งลงตลาด นับจากนี้เป็นต้นไปมาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงแข็งแกร่งต่อไป”

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มาสด้า ประเทศไทย เชิญได้ที่ www.mazda.co.th   ●

Drunk Dont Drive